ข้อมูลคนไทย 36 ล้านคน โผล่ขายใน Dark Web — ราคา 3.3 ล้านบาท จ่ายด้วย Monero เท่านั้น
บัญชี Dark Web Intelligence (@DailyDarkWeb) รายงานเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569 ว่า มีผู้ไม่ประสงค์ดีนำฐานข้อมูลที่อ้างว่าบรรจุข้อมูลส่วนตัวของประชาชนไทยกว่า 36.1 ล้านคน วางประกาศขายในตลาดมืดออนไลน์ (Dark Web) ในราคา 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.29 ล้านบาท อัตราแลกเปลี่ยน ณ 10 มิ.ย. 2569 ที่ 1 USD = 32.87 บาท) โดยกำหนดให้ชำระด้วย Monero (XMR) — เหรียญคริปโตประเภท Privacy Coin เท่านั้น ทั้งนี้ยังไม่มีการยืนยันความถูกต้องของข้อมูลจากแหล่งใดอย่างเป็นทางการ
🗂️ ข้อมูลที่อ้างว่าอยู่ในฐานข้อมูลมีอะไรบ้าง?
ตามประกาศในตลาดมืด ผู้ขายอ้างว่าชุดข้อมูลนี้ประกอบด้วย:
- ชื่อ-นามสกุลเต็ม
- หมายเลขโทรศัพท์
- หมายเลขบัตรประชาชน
- วันเดือนปีเกิด
- เพศ
- ที่อยู่จริง
ผู้ขายระบุเพิ่มเติมว่าข้อมูลจำนวน 36.1 ล้านรายการนี้คิดเป็นประมาณ 50–70% ของประชากรผู้ใหญ่ในประเทศไทย และอ้างว่ารวบรวมมาจากหลายแหล่ง ทั้งหน่วยงานภาครัฐและองค์กรภาคเอกชน
💰 ทำไมต้องรับชำระด้วย Monero?
ราคาที่ตั้งไว้คือ 100,000 ดอลลาร์ (ราว 3.29 ล้านบาท) โดยกำหนดให้ชำระด้วย Monero (XMR) ซึ่งเป็นสกุลเงินดิจิทัลประเภท Privacy Coin (เหรียญที่ออกแบบมาเพื่อความเป็นส่วนตัวสูงสุด โดยซ่อนข้อมูลผู้ส่ง ผู้รับ และจำนวนเงินทั้งหมด) ไม่ใช่ Bitcoin
นี่ไม่ใช่เหตุการณ์แรกที่อาชญากรไซเบอร์เลือก Monero แทน Bitcoin ในคดีข้อมูลไทย — เหตุการณ์แฮกข้อมูลคนไทย 55 ล้านคนจากระบบ "9near" ในปี 2566 ก็ใช้ Monero เป็นสกุลเงินรับชำระเช่นเดียวกัน เหตุผลหลักคือธุรกรรม Monero ไม่สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้บนสาธารณะ ต่างจาก Bitcoin ที่ทุกธุรกรรมปรากฎบน Blockchain โปร่งใส
⚠️ ข้อมูลยังไม่ได้รับการยืนยัน — ควรมองอย่างไร?
Dark Web Intelligence ระบุอย่างตรงไปตรงมาว่า ณ เวลาที่รายงาน ไม่สามารถยืนยันได้ ในหลายประเด็นสำคัญ ได้แก่:
- ความถูกต้องแท้จริงของฐานข้อมูล
- แหล่งที่มาของข้อมูล
- จำนวนผู้ได้รับผลกระทบที่แท้จริง
- ว่าข้อมูลนี้เป็นข้อมูลปัจจุบัน ถูกรวมจากหลายแหล่ง หรือนำมาจากเหตุการณ์รั่วไหลครั้งก่อน
บันทึกของนักวิเคราะห์ระบุด้วยว่า หากข้อมูลนี้ถูกต้องจริง จะถือเป็นหนึ่งในการรั่วไหลของข้อมูลประชาชนไทยที่ร้ายแรงที่สุดที่เคยพบในตลาดมืด เนื่องจากฐานข้อมูลระดับชาติในขนาดนี้มักถูกนำไปใช้สำหรับ การฉ้อโกงด้านตัวตน (Identity Fraud), การโจมตีแบบ SIM Swap, การหลอกลวงทางการเงิน และปฏิบัติการ Social Engineering ที่มีความแม่นยำสูง
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์แนะนำให้ใช้ความระมัดระวังในการประเมิน เนื่องจากยังไม่มีหลักฐานที่ตรวจสอบได้อย่างเป็นอิสระมาสนับสนุนขอบเขตของการอ้างสิทธิ์ดังกล่าว
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้อง 📎 อ่านเพิ่มเติมจาก Bitcoinaddict.com: เหตุการณ์นี้สะท้อนรูปแบบที่เราเคยรายงานเกี่ยวกับการใช้ Privacy Coin ในอาชญากรรมไซเบอร์
👉 CertiK แฉ! เกาหลีเหนืออัปเกรดขโมยคริปโตสู่ระบบ "อุตสาหกรรม" กวาดเงิน 60% ความเสียหายทั่วโลก
👉 FBI ใช้ Bitcoin แค่ 250 ดอลลาร์ ล่อแฮ็กเกอร์ระดับโลก หาตัวเจอจากธุรกรรมบนบล็อกเชน
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: Dark Web Intelligence (@DailyDarkWeb) via X (Twitter) / ภาพ planetcompliance.com
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict ประเด็นที่น่าสนใจในเหตุการณ์นี้ไม่ใช่แค่ตัวข้อมูลที่อาจรั่วไหล แต่คือการที่ผู้ขายเลือก Monero เป็นช่องทางรับชำระโดยเฉพาะ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าอาชญากรไซเบอร์ตระหนักดีแล้วว่า Bitcoin ไม่ใช่ตัวเลือกที่ "ซ่อนตัวได้" อีกต่อไปเมื่อเทคโนโลยีวิเคราะห์ Blockchain พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ เหตุการณ์นี้เป็นบทเตือนสำหรับทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนในไทยให้ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยข้อมูล และสำหรับประชาชนทั่วไป ควรระมัดระวังความเสี่ยงจากการโจมตีแบบ Phishing และ SIM Swap เป็นพิเศษในช่วงนี้
🏷️ Tags / คีย์เวิร์ด SEO: ข้อมูลรั่วไหล, Dark Web, คนไทย, Monero XMR, Privacy Coin, ความปลอดภัยไซเบอร์, ฐานข้อมูลส่วนตัว, อาชญากรรมไซเบอร์
⚠️ คำเตือน: บทความนี้เป็นการรายงานข่าวที่ยังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบ ข้อมูลทั้งหมดมาจากการอ้างสิทธิ์ของบุคคลที่ไม่ทราบตัวตน และยังไม่มีการยืนยันจากหน่วยงานรัฐหรือองค์กรที่เกี่ยวข้องใดๆ ณ เวลาที่เผยแพร่
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com