เปิดปมเดือด! "แอ็คมี่" ยืนยันไม่ได้หลอกลงทุน แฉมี "ไอ้โม่ง" สั่งสกัดทางธุรกิจ
รายการจากช่อง "Phutta Talk" ประจำวันที่ 26 มีนาคม 2569 เปิดเวทีเผชิญหน้าคดีมหากาพย์คริปโตไทย เมื่อกลุ่มผู้เสียหายกว่า 1,000 คน รวมตัวแจ้งความที่กองปราบ อ้างถูกชักชวนลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลแล้วสูญเงินรวมกว่า 1,386 ล้านบาท ขณะที่ "แอ็คมี่ วรวัฒน์" ผู้ถูกกล่าวหาออกโรงโต้จากดูไบ ยืนยันตนบริสุทธิ์ พร้อมเปิดเอกสารราชการสนับสนุน และอ้างว่ามีกลุ่มอำนาจ 2 กลุ่มอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ทั้งหมด
กลุ่มผู้เสียหายพันล้าน บุกกองปราบเดือนมีนาคม 2569
เหตุการณ์ครั้งนี้กลายเป็นกระแสร้อนในวงการสินทรัพย์ดิจิทัลไทยอีกครั้ง เมื่อกลุ่มผู้เสียหายนำโดยคุณ "อี้ แทนคุณ" รวบรวมผู้เดือดร้อนกว่า 1,000 คน เดินทางไปแจ้งความต่อกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (กองปราบ) เพื่อเอาผิดนายวรวัฒน์ นาคแนวดี หรือ "แอ็คมี่" ผู้เป็นที่รู้จักในฉายา "เทพคริปโต" และ "CEO หมื่นล้าน" โดยกล่าวหาว่าถูกชักชวนให้ลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล (คริปโตเคอเรนซี่) และแพลตฟอร์มต่างๆ จนเกิดความเสียหายรวมกันมากถึง 1,386 ล้านบาท
ตัวแทนผู้เสียหายรายหนึ่ง "คุณเกรซ" เล่าว่าสูญเงินไปกว่า 5 ล้านบาท จากการหลงเชื่อภาพลักษณ์ที่ดูหรูหราและคำการันตีว่า "ไม่มีทางขาดทุน" พร้อมสัญญาผลตอบแทนสูงถึง 500% แต่เมื่อถึงเวลาถอนเงินกลับทำไม่ได้ และทุกครั้งที่ผู้เสียหายทวงถาม มักจะได้รับคำแนะนำให้โยกเงินหรือลงทุนเพิ่มในแพลตฟอร์มใหม่ ไม่ว่าจะเป็น ACT, Wbit หรือ Million ที่ทยอยตั้งขึ้นมาเรื่อยๆ
"นนนี่" ยันไม่มีส่วนรู้เห็น
ไม่นานหลังจากกระแสร้องเรียนของผู้เสียหายปะทุขึ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าทำการตรวจค้นที่พักของครอบครัว พร้อมยึดทรัพย์สินไปตรวจสอบรวม 36 รายการ ซึ่ง "นนนี่" ภรรยาของแอดมี่ ได้ออกมาชี้แจงว่าบ้านหลังดังกล่าวเป็นกรรมสิทธิ์ของเธอเพียงผู้เดียว และถือครองมาตั้งแต่ก่อนวันแต่งงาน โดยสามีไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับการถือกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินดังกล่าว
เธอยังตั้งคำถามถึงขอบเขตของการตรวจค้นที่ครอบคลุมไปถึงของใช้ส่วนตัวรายการเล็กน้อย ขณะเดียวกันก็ยืนยันว่าตัวเธอเองไม่มีส่วนรู้เห็นหรือมีส่วนร่วมในการกระทำที่ถูกกล่าวอ้างแต่อย่างใด โดยตลอดเนื้อความของโพสต์ เธอระบุว่าสิ่งที่ทำให้เธอตัดสินใจออกมาพูด ก็เพราะรู้สึกว่า "เสียงอีกด้านหนึ่งไม่สามารถถูกได้ยิน"
แอ็คมี่โต้ยืนยัน "แชร์ความรู้ ไม่ใช่ชักชวนลงทุน"
ในการให้สัมภาษณ์กับรายการ Phutta Talk นายวรวัฒน์ชี้แจงว่าตนเดินทางออกนอกประเทศตั้งแต่ปี 2567 เพื่อประกอบธุรกิจ ไม่ใช่การหลบหนีหมายจับ เพราะหมายจับออกมาหลังจากที่เขาเดินทางไปแล้ว
เขายืนยันด้วยว่าไม่เคยชักชวนใครให้ลงทุน แต่เป็นเพียงการ "แบ่งปันความรู้และประสบการณ์" การเทรดในโซเชียลมีเดียเท่านั้น พร้อมเปิดเผยเอกสารราชการจากกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ลงวันที่ 18 กันยายน 2567 ที่ระบุชัดเจนว่า เขาไม่เคยชักชวนหรือหลอกลวงให้ใครมาร่วมลงทุน
ปมเริ่มต้น: ยื่นขอใบอนุญาต ก.ล.ต. แต่กลับถูกกล่าวโทษ
แอ็คมี่อธิบายว่าจุดเริ่มต้นของปัญหาทั้งหมดมาจากการที่เขายื่นขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลต่อ ก.ล.ต. (สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ — หน่วยงานกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลในไทย) แต่กลับไม่ได้รับการอนุมัติ และ ก.ล.ต. กลับยื่นร้องทุกข์กล่าวโทษเขาว่า "ร่วมกันประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต" ทั้งๆ ที่เขาอ้างว่ายังไม่ได้เปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการ
เมื่อ ก.ล.ต. ยื่นกล่าวโทษ ก็เกิดกลุ่มคนประมาณ 10 กว่าคนที่เชื่อว่าตนได้รับความเสียหายจากแพลตฟอร์มที่เขาใช้เทรด ออกมาเป็นผู้เสียหายในคดีที่ 2 ตามมา
เหตุที่ไม่กลับไทย — ยกกรณี "ใบเตย อาร์สยาม" เป็นบรรทัดฐาน
เมื่อถูกถามว่าทำไมไม่กลับมาต่อสู้คดีในไทย แอ็คมี่กล่าวตรงๆ ว่าหวั่นเรื่องกระบวนการยุติธรรม กลัวว่าจะถูกควบคุมตัวระหว่างพิจารณาคดีโดยไม่ได้ประกันตัว และต้องสูญเสียอิสรภาพไปฟรีก่อนที่ศาลจะมีคำตัดสิน โดยยกกรณีของ "ใบเตย อาร์สยาม" เป็นตัวอย่างอ้างอิง
อย่างไรก็ตาม เขายืนยันอย่างหนักแน่นว่า หากต่อสู้คดีจนถึงที่สุดแล้วศาลมีคำพิพากษาว่าตนมีความผิด เขาพร้อมเดินทางกลับมารับโทษและติดคุกทันที
อ้างมีกลุ่มอำนาจ 2 กลุ่มอยู่เบื้องหลังตั้งแต่ปี 2564
ในช่วงท้ายของการให้สัมภาษณ์ แอ็คมี่ "ทิ้งระเบิด" โดยระบุว่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับเขาตั้งแต่ปี 2564 มีกลุ่มบุคคลที่มีอำนาจทั้งในเชิง การเมืองและธุรกิจ รวม 2 กลุ่ม คอยชักใยอยู่เบื้องหลัง โดยมีเป้าหมายเพื่อสกัดกั้นไม่ให้เขาเข้ามามีบทบาทในอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลได้ตั้งแต่ต้น
ทั้งนี้ ต้องย้ำให้ชัดเจนสำหรับผู้อ่านว่า ณ ปัจจุบัน นายวรวัฒน์มีหมายจับที่ยังมีผลบังคับใช้อยู่ 2 หมาย และยังไม่มีคำพิพากษาของศาลออกมา ตามหลักกฎหมาย บุคคลใดก็ตามยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะตัดสิน คดีนี้ยังคงอยู่ในกระบวนการยุติธรรม และความจริงทั้งหมดจะถูกพิสูจน์ในชั้นศาลต่อไป
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้
👉 ตร.ประสานอินเตอร์โพลออก 'หมายแดง' ล่าตัว 'แอ็คมี่ วรวัฒน์' ปมหลอกลงทุนคริปโตฯ เสียหายพุ่งร้อยล้าน Bitcoin Addict
และสำหรับผู้อ่านที่ต้องการเสริมความรู้เพื่อป้องกันตัวเองจากโครงการลงทุนคริปโตที่น่าสงสัย
👉 จะป้องกันการโกงเหรียญคริปโตได้อย่างไรบ้าง
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: รายการ Phutta Talk ทาง YouTube วันที่ 26 มีนาคม 2569
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict คดี "แอ็คมี่ วรวัฒน์" ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของปัจเจกบุคคล แต่สะท้อนภาพความไม่พร้อมเชิงระบบของอีโคซิสเต็ม (Ecosystem — ระบบนิเวศ) สินทรัพย์ดิจิทัลไทยในยุคเปลี่ยนผ่าน ทั้งในด้านการขาดกรอบกฎหมายที่ชัดเจน การปล่อยให้ "อินฟลูเอนเซอร์คริปโต" ทำงานอยู่ในพื้นที่สีเทา และช่องว่างระหว่างการขอใบอนุญาตกับการบังคับใช้กฎหมาย ไม่ว่าข้อเท็จจริงในคดีนี้จะลงเอยอย่างไร บทเรียนสำหรับนักลงทุนยังคงเป็นเรื่องเดิม นั่นคือ ผลตอบแทนที่ "การันตี" เกิน 100% ไม่มีอยู่จริงในโลกการลงทุน และการตรวจสอบใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. ก่อนลงทุนทุกครั้งคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด น่าจับตาดูว่าคดีนี้จะเป็น "ฉากทดสอบ" ของระบบยุติธรรมและกฎหมายสินทรัพย์ดิจิทัลไทยในระยะยาวอย่างไร
🏷️ Tags / คีย์เวิร์ด SEO แอ็คมี่วรวัฒน์, เทพคริปโต, คดีหลอกลงทุนคริปโต, นนนี่นัชา, ผู้เสียหายคริปโต 1386 ล้าน, กองปราบสินทรัพย์ดิจิทัล, ก.ล.ต. ใบอนุญาต, แชร์ลูกโซ่คริปโตไทย
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com
⚠️ หมายเหตุบรรณาธิการ: บทความนี้เรียบเรียงจากเนื้อหาในวิดีโอ ซึ่งเป็นเพียงหนึ่งในหลายมุมมองของคดีที่ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน ข้อมูลทั้งหมดยังไม่ได้รับการพิสูจน์ในชั้นศาล Bitcoinaddict.com ไม่ได้ยืนยันหรือปฏิเสธข้อกล่าวหาใดๆ จากทั้งสองฝ่าย