Bitcoin Addict - ข่าวสารและบทความคริปโต

เปิดปมเดือด! "แอ็คมี่" ยืนยันไม่ได้หลอกลงทุน แฉมี "ไอ้โม่ง" สั่งสกัดทางธุรกิจ
27 March 2026ข่าวคริปโตโดย Rawiwarn Owattasanee

เปิดปมเดือด! "แอ็คมี่" ยืนยันไม่ได้หลอกลงทุน แฉมี "ไอ้โม่ง" สั่งสกัดทางธุรกิจ

รายการจากช่อง "Phutta Talk" ประจำวันที่ 26 มีนาคม 2569 เปิดเวทีเผชิญหน้าคดีมหากาพย์คริปโตไทย เมื่อกลุ่มผู้เสียหายกว่า 1,000 คน รวมตัวแจ้งความที่กองปราบ อ้างถูกชักชวนลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลแล้วสูญเงินรวมกว่า 1,386 ล้านบาท ขณะที่ "แอ็คมี่ วรวัฒน์" ผู้ถูกกล่าวหาออกโรงโต้จากดูไบ ยืนยันตนบริสุทธิ์ พร้อมเปิดเอกสารราชการสนับสนุน และอ้างว่ามีกลุ่มอำนาจ 2 กลุ่มอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ทั้งหมด

 

กลุ่มผู้เสียหายพันล้าน บุกกองปราบเดือนมีนาคม 2569

 

เหตุการณ์ครั้งนี้กลายเป็นกระแสร้อนในวงการสินทรัพย์ดิจิทัลไทยอีกครั้ง เมื่อกลุ่มผู้เสียหายนำโดยคุณ "อี้ แทนคุณ" รวบรวมผู้เดือดร้อนกว่า 1,000 คน เดินทางไปแจ้งความต่อกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (กองปราบ) เพื่อเอาผิดนายวรวัฒน์ นาคแนวดี หรือ "แอ็คมี่" ผู้เป็นที่รู้จักในฉายา "เทพคริปโต" และ "CEO หมื่นล้าน" โดยกล่าวหาว่าถูกชักชวนให้ลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล (คริปโตเคอเรนซี่) และแพลตฟอร์มต่างๆ จนเกิดความเสียหายรวมกันมากถึง 1,386 ล้านบาท

 

ตัวแทนผู้เสียหายรายหนึ่ง "คุณเกรซ" เล่าว่าสูญเงินไปกว่า 5 ล้านบาท จากการหลงเชื่อภาพลักษณ์ที่ดูหรูหราและคำการันตีว่า "ไม่มีทางขาดทุน" พร้อมสัญญาผลตอบแทนสูงถึง 500% แต่เมื่อถึงเวลาถอนเงินกลับทำไม่ได้ และทุกครั้งที่ผู้เสียหายทวงถาม มักจะได้รับคำแนะนำให้โยกเงินหรือลงทุนเพิ่มในแพลตฟอร์มใหม่ ไม่ว่าจะเป็น ACT, Wbit หรือ Million ที่ทยอยตั้งขึ้นมาเรื่อยๆ

 

"นนนี่" ยันไม่มีส่วนรู้เห็น

 

ไม่นานหลังจากกระแสร้องเรียนของผู้เสียหายปะทุขึ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าทำการตรวจค้นที่พักของครอบครัว พร้อมยึดทรัพย์สินไปตรวจสอบรวม 36 รายการ ซึ่ง "นนนี่" ภรรยาของแอดมี่ ได้ออกมาชี้แจงว่าบ้านหลังดังกล่าวเป็นกรรมสิทธิ์ของเธอเพียงผู้เดียว และถือครองมาตั้งแต่ก่อนวันแต่งงาน โดยสามีไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับการถือกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินดังกล่าว

 

เธอยังตั้งคำถามถึงขอบเขตของการตรวจค้นที่ครอบคลุมไปถึงของใช้ส่วนตัวรายการเล็กน้อย ขณะเดียวกันก็ยืนยันว่าตัวเธอเองไม่มีส่วนรู้เห็นหรือมีส่วนร่วมในการกระทำที่ถูกกล่าวอ้างแต่อย่างใด โดยตลอดเนื้อความของโพสต์ เธอระบุว่าสิ่งที่ทำให้เธอตัดสินใจออกมาพูด ก็เพราะรู้สึกว่า "เสียงอีกด้านหนึ่งไม่สามารถถูกได้ยิน"

 

แอ็คมี่โต้ยืนยัน "แชร์ความรู้ ไม่ใช่ชักชวนลงทุน"

 

ในการให้สัมภาษณ์กับรายการ Phutta Talk  นายวรวัฒน์ชี้แจงว่าตนเดินทางออกนอกประเทศตั้งแต่ปี 2567 เพื่อประกอบธุรกิจ ไม่ใช่การหลบหนีหมายจับ เพราะหมายจับออกมาหลังจากที่เขาเดินทางไปแล้ว

 

เขายืนยันด้วยว่าไม่เคยชักชวนใครให้ลงทุน แต่เป็นเพียงการ "แบ่งปันความรู้และประสบการณ์" การเทรดในโซเชียลมีเดียเท่านั้น พร้อมเปิดเผยเอกสารราชการจากกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ลงวันที่ 18 กันยายน 2567 ที่ระบุชัดเจนว่า เขาไม่เคยชักชวนหรือหลอกลวงให้ใครมาร่วมลงทุน

 

ปมเริ่มต้น: ยื่นขอใบอนุญาต ก.ล.ต. แต่กลับถูกกล่าวโทษ

 

แอ็คมี่อธิบายว่าจุดเริ่มต้นของปัญหาทั้งหมดมาจากการที่เขายื่นขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลต่อ ก.ล.ต. (สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ — หน่วยงานกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลในไทย) แต่กลับไม่ได้รับการอนุมัติ และ ก.ล.ต. กลับยื่นร้องทุกข์กล่าวโทษเขาว่า "ร่วมกันประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต" ทั้งๆ ที่เขาอ้างว่ายังไม่ได้เปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการ

 

เมื่อ ก.ล.ต. ยื่นกล่าวโทษ ก็เกิดกลุ่มคนประมาณ 10 กว่าคนที่เชื่อว่าตนได้รับความเสียหายจากแพลตฟอร์มที่เขาใช้เทรด ออกมาเป็นผู้เสียหายในคดีที่ 2 ตามมา

 

เหตุที่ไม่กลับไทย — ยกกรณี "ใบเตย อาร์สยาม" เป็นบรรทัดฐาน

 

เมื่อถูกถามว่าทำไมไม่กลับมาต่อสู้คดีในไทย แอ็คมี่กล่าวตรงๆ ว่าหวั่นเรื่องกระบวนการยุติธรรม กลัวว่าจะถูกควบคุมตัวระหว่างพิจารณาคดีโดยไม่ได้ประกันตัว และต้องสูญเสียอิสรภาพไปฟรีก่อนที่ศาลจะมีคำตัดสิน โดยยกกรณีของ "ใบเตย อาร์สยาม" เป็นตัวอย่างอ้างอิง

 

อย่างไรก็ตาม เขายืนยันอย่างหนักแน่นว่า หากต่อสู้คดีจนถึงที่สุดแล้วศาลมีคำพิพากษาว่าตนมีความผิด เขาพร้อมเดินทางกลับมารับโทษและติดคุกทันที

 

อ้างมีกลุ่มอำนาจ 2 กลุ่มอยู่เบื้องหลังตั้งแต่ปี 2564

 

ในช่วงท้ายของการให้สัมภาษณ์ แอ็คมี่ "ทิ้งระเบิด" โดยระบุว่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับเขาตั้งแต่ปี 2564 มีกลุ่มบุคคลที่มีอำนาจทั้งในเชิง การเมืองและธุรกิจ รวม 2 กลุ่ม คอยชักใยอยู่เบื้องหลัง โดยมีเป้าหมายเพื่อสกัดกั้นไม่ให้เขาเข้ามามีบทบาทในอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลได้ตั้งแต่ต้น

 

ทั้งนี้ ต้องย้ำให้ชัดเจนสำหรับผู้อ่านว่า ณ ปัจจุบัน นายวรวัฒน์มีหมายจับที่ยังมีผลบังคับใช้อยู่ 2 หมาย และยังไม่มีคำพิพากษาของศาลออกมา ตามหลักกฎหมาย บุคคลใดก็ตามยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะตัดสิน คดีนี้ยังคงอยู่ในกระบวนการยุติธรรม และความจริงทั้งหมดจะถูกพิสูจน์ในชั้นศาลต่อไป

 

📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้
👉 ตร.ประสานอินเตอร์โพลออก 'หมายแดง' ล่าตัว 'แอ็คมี่ วรวัฒน์' ปมหลอกลงทุนคริปโตฯ เสียหายพุ่งร้อยล้าน Bitcoin Addict
และสำหรับผู้อ่านที่ต้องการเสริมความรู้เพื่อป้องกันตัวเองจากโครงการลงทุนคริปโตที่น่าสงสัย
👉 จะป้องกันการโกงเหรียญคริปโตได้อย่างไรบ้าง
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: รายการ Phutta Talk ทาง YouTube วันที่ 26 มีนาคม 2569

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict คดี "แอ็คมี่ วรวัฒน์" ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของปัจเจกบุคคล แต่สะท้อนภาพความไม่พร้อมเชิงระบบของอีโคซิสเต็ม (Ecosystem — ระบบนิเวศ) สินทรัพย์ดิจิทัลไทยในยุคเปลี่ยนผ่าน ทั้งในด้านการขาดกรอบกฎหมายที่ชัดเจน การปล่อยให้ "อินฟลูเอนเซอร์คริปโต" ทำงานอยู่ในพื้นที่สีเทา และช่องว่างระหว่างการขอใบอนุญาตกับการบังคับใช้กฎหมาย ไม่ว่าข้อเท็จจริงในคดีนี้จะลงเอยอย่างไร บทเรียนสำหรับนักลงทุนยังคงเป็นเรื่องเดิม นั่นคือ ผลตอบแทนที่ "การันตี" เกิน 100% ไม่มีอยู่จริงในโลกการลงทุน และการตรวจสอบใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. ก่อนลงทุนทุกครั้งคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด น่าจับตาดูว่าคดีนี้จะเป็น "ฉากทดสอบ" ของระบบยุติธรรมและกฎหมายสินทรัพย์ดิจิทัลไทยในระยะยาวอย่างไร

 

🏷️ Tags / คีย์เวิร์ด SEO แอ็คมี่วรวัฒน์, เทพคริปโต, คดีหลอกลงทุนคริปโต, นนนี่นัชา, ผู้เสียหายคริปโต 1386 ล้าน, กองปราบสินทรัพย์ดิจิทัล, ก.ล.ต. ใบอนุญาต, แชร์ลูกโซ่คริปโตไทย

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com

 

⚠️ หมายเหตุบรรณาธิการ: บทความนี้เรียบเรียงจากเนื้อหาในวิดีโอ ซึ่งเป็นเพียงหนึ่งในหลายมุมมองของคดีที่ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน ข้อมูลทั้งหมดยังไม่ได้รับการพิสูจน์ในชั้นศาล Bitcoinaddict.com ไม่ได้ยืนยันหรือปฏิเสธข้อกล่าวหาใดๆ จากทั้งสองฝ่าย