ดราม่าหนัก! ผู้ก่อตั้ง Aave ถูกจับตา หลังซื้อ AAVE $10 ล้านก่อนโหวต DAO—หวั่นเพิ่มอำนาจโหวต
กระแสวิจารณ์ในชุมชนคริปโตกลับมาร้อนอีกครั้ง หลัง Stani Kulechov ผู้ก่อตั้งโปรโตคอล DeFi รายใหญ่อย่าง Aave ถูกตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการซื้อ โทเคน AAVE มูลค่า 10 ล้านดอลลาร์ ก่อนถึงช่วงโหวตสำคัญของ Aave DAO โดยเสียงวิจารณ์มองว่าดีลนี้อาจมีเป้าหมายเพื่อ “เพิ่มอำนาจโหวต” ในข้อเสนอที่มีเดิมพันสูง
หนึ่งในผู้จุดประเด็นคือ Robert Mullins นักกลยุทธ์ DeFi ที่โพสต์บน X ระบุว่าการซื้อครั้งนี้อาจถูกใช้เพื่อเพิ่ม voting power เพื่อสนับสนุนข้อเสนอที่ “สวนทางกับผลประโยชน์ของผู้ถือโทเคน” และสะท้อนปัญหาที่ระบบ token governance ยังไม่สามารถยับยั้งการโจมตีเชิงธรรมาภิบาล (governance attacks) ได้ดีพอ
ดราม่าเริ่มจาก “ข้อเสนอแบรนด์ Aave” ถูกดันขึ้น Snapshot
ต้นตอของความขัดแย้งคือการโหวตใน Aave DAO ที่ก่อกระแสต่อต้าน หลังมีข้อเสนอเกี่ยวกับการ “ทวงคืน” การควบคุม ทรัพย์สินแบรนด์ของโปรโตคอล เช่น โดเมน เว็บไซต์ แอคเคานต์โซเชียล และทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ผ่านโครงสร้างทางกฎหมายที่อยู่ภายใต้การควบคุมของ DAO

อย่างไรก็ตาม ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียบางรายโต้แย้งว่าข้อเสนอนี้ถูก “เร่ง” ดันขึ้นไปสู่การโหวตแบบ Snapshot ทั้งที่ยังมีการถกเถียงกันอยู่ และยิ่งทำให้ชุมชนตั้งคำถามเรื่องกระบวนการตัดสินใจภายใน DAO
อดีต CTO ของ Aave Labs อย่าง Ernesto Boado (ผู้ถูกระบุชื่อว่าเป็นผู้เขียนข้อเสนอ) ยังออกมาระบุว่า การยกระดับข้อเสนอไปสู่การโหวตเกิดขึ้นโดยไม่ได้รับความยินยอมจากเขา และทำให้ความไว้วางใจในชุมชนสั่นคลอน
ประเด็นใหญ่: อำนาจโหวต “กระจุกตัว” แค่ไหน?
อีกจุดที่ทำให้เรื่องนี้ลุกลาม คือข้อมูลเรื่อง “การกระจุกตัวของอำนาจโหวต” ใน Aave DAO โดย Samuel McCulloch (USD.ai) ชี้ว่ามีกลุ่มผู้ถือรายใหญ่เพียงไม่กี่รายที่มีน้ำหนักโหวตคิดเป็นสัดส่วนสูงมาก
ตามข้อมูลจาก Snapshot ของ Aave DAO ระบุว่า
Top 3 ผู้โหวต คุมคะแนนรวม มากกว่า 58% ของทั้งระบบ
ผู้โหวตอันดับ 1 (0xEA0C…6B5A) มีอำนาจโหวตราว 27.06% (ประมาณ 333k AAVE)
อันดับ 2 (aci.eth) คุมอำนาจโหวตราว 18.53% (ประมาณ 228k AAVE)
เมื่ออำนาจโหวตอยู่ในมือคนไม่กี่ราย ทำให้การ “ซื้อเพิ่ม” ก่อนโหวตจึงยิ่งถูกตั้งข้อสงสัยว่าอาจเปลี่ยนผลลัพธ์ได้จริง โดยเฉพาะข้อเสนอที่กระทบโครงสร้างแบรนด์และสิทธิการควบคุมในระยะยาว
Token-based governance ยังเป็นคำถามของ DeFi
ดราม่านี้ตอกย้ำคำถามคลาสสิกของโลก DeFi ว่า การกำกับดูแลด้วยโทเคน (token governance) ปกป้องผู้ถือรายย่อยได้มากพอหรือไม่ หากผู้ก่อตั้งหรืออินไซเดอร์ยังมีอำนาจทางเศรษฐกิจสูง และสามารถ “เพิ่มน้ำหนัก” ในช่วงจังหวะสำคัญได้
ในภาพรวม เหตุการณ์นี้ไม่ได้สะท้อนแค่ประเด็นของ Aave เพียงโปรโตคอลเดียว แต่เป็นบทสนทนาร่วมของทั้งอุตสาหกรรมว่า DAO ควรออกแบบกลไกอย่างไรให้โปร่งใส ลดการกระจุกตัว และรักษาความเชื่อมั่นของชุมชนในระยะยาว
อ้างอิง : cointelegraph.com