
แซวรัฐบาลจนเปิดบริษัท 9arm เปิด Token Me จำกัด ให้บริการรันโมเดล AI ของคนไทย
นายอาร์ม หรือ 9arm ยูทูบเบอร์สายไอทีชื่อดัง เปิดให้ทดลองใช้บริการของ "Token Me" หรือบริษัท โทเคนมี จำกัด ในไลฟ์สำหรับสมาชิกช่องเมื่อค่ำวันที่ 10 ตุลาคม 2569 ไลฟ์นั้นใช้ชื่อว่า "กวนตีนรัฐบาลจนเปิดบริษัท" เพราะบริการหลักของบริษัทต่อยอดจากโปรเจกต์ที่เขาทำแซวโครงการ TH-AI Passport ของรัฐบาล จนกลายเป็นธุรกิจให้บริการรันโมเดล AI (AI Inference คือการเปิดเครื่องประมวลผลไว้ให้แอปหรือผู้ใช้ส่งคำสั่งเข้ามาเรียกใช้โมเดลผ่าน API) ซึ่งเขาบอกว่ายังไม่เห็นบริษัทไทยรายไหนทำจริงจังในสเกลนี้
ที่ต้องเรียกว่าหักมุม เพราะเมื่อเดือนมิถุนายน 2569 ตอนที่ 9arm เปิดตัวโปรเจกต์นี้ในคลิป "ผมทำ AI PASSPORT กวนตีนรัฐบาล" เขาเคยขอสื่อไว้ตรงๆ ว่า
"สำนักข่าวขอร้องเลยนะครับ อย่าเอาไปพาดหัวว่านายอาร์มทำ AI ได้ออกมาดีกว่ารัฐบาล นั่นนู่นนี่ ใช้งบน้อยกว่า อย่าหาทำครับ เพราะว่านี่คือตลกลงทุนล้วนๆ"
9arm ในคลิป "ผมทำ AI PASSPORT กวนตีนรัฐบาล" ช่อง YouTube 9arm (10 มิ.ย. 2569)
แต่ราว 4 เดือนต่อมา มุกนั้นกลายเป็นธุรกิจหลักของ Token Me บริษัทที่เขาจดทะเบียนไว้ตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคม และเริ่มมีลูกค้าองค์กรแล้ว
จากโปรเจกต์แซว AI Passport สู่ธุรกิจจริง
9arm เล่าในไลฟ์ว่า ตอนรัฐบาลเปิดโครงการ TH-AI Passport ที่ใช้งบประมาณราว 1,600 ล้านบาทแจกสิทธิ์ใช้ AI ให้คนไทย เขาทำคลิปแซวโครงการแล้วเปิดระบบ AI ของตัวเองให้คนในคอมมูนิตี้ใช้ โดยนำโมเดลแบบโอเพนซอร์สของจีนมาให้บริการ เขาบอกว่าลงทุนซื้อการ์ดจอ (GPU) ไปราว 450,000 บาท ปรากฏว่าคนใช้เยอะ เอาไปทำงานสร้างสรรค์ได้จริง และไม่ได้ขาดทุนอย่างที่คิด จึงตัดสินใจทำเป็นธุรกิจของบริษัทจริงจัง
เรื่องนี้ 9arm เคยเปิดเผยแบบสาธารณะมาก่อนแล้วในรายการ spin9arm ตอน "Token มีจำกัด" ที่เผยแพร่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 ตอนนั้นเขาบอกว่าตั้งบริษัทมาได้ราว 2 เดือน เปิดทำการอย่างเป็นทางการราว 5 สัปดาห์ เริ่มมีลูกค้าแล้ว และทุกคนในทีมยังมีงานประจำตอนกลางวัน มาทำบริษัทนี้ตอนกลางคืน
ข้อมูลจดทะเบียนที่อ้างอิงฐานข้อมูลกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ระบุว่าบริษัท โทเคนมี จำกัด (TOKEN ME LIMITED) จดทะเบียนเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท ที่ตั้งอยู่ในอำเภอเมืองนครราชสีมา ตรงกับชื่อและที่อยู่ที่ปรากฏในหน้านโยบายความเป็นส่วนตัวของเว็บไซต์ tokenme.limited ลำดับเวลาจึงเป็นว่าบริษัทตั้งขึ้นก่อนคลิปแซวรัฐบาล ซึ่งในคลิปวันที่ 10 มิถุนายน 9arm ก็บอกเองว่าตั้งบริษัท Token Me ไว้แล้วแต่ยังไม่มีผลิตภัณฑ์ แล้วให้บริษัทรับโปรเจกต์ AI Passport ที่ทำเล่นๆ ไปทำ จนกลายเป็นธุรกิจหลักในวันนี้
Token Me ขายอะไร
หน้าเว็บของ Token Me ระบุว่าเป็นบริการ API ที่ใช้รูปแบบเดียวกับ OpenAI นักพัฒนาที่มีโค้ดเดิมอยู่แล้วแค่เปลี่ยนที่อยู่ปลายทาง (base_url) และ API key ก็ใช้โมเดลบน Token Me ได้ทันที โมเดลที่แสดงบนหน้าเว็บมี Qwen3.8 27B, DeepSeek V4 Flash, Gemma 4 31B และ GLM 5.3 ใช้ต่อกับเครื่องมือเขียนโค้ดและเอเจนต์อย่าง OpenCode, Cline และ Hermes Agent ได้ หน้าเว็บระบุว่าทำงานร่วมกับ SIAM AI CLOUD และ ณ วันที่ 11 ตุลาคม 2569 ยังอยู่ระหว่าง "ทดลองให้บริการกับลูกค้าจำนวนจำกัด"
ภาพ: หน้าเว็บ tokenme.limited (แคปเมื่อ 11 ต.ค. 2569) ตัวเลขกลางหน้าคือจำนวนโทเคนที่ 9arm บอกในไลฟ์ว่าเป็นยอดที่ให้บริการไปแล้ว รวมทั้งโครงการ AI ของเขาและลูกค้า
แนวคิดหลักของบริษัทคือโมเดลตัวเล็ก 9arm มองว่าในอนาคตโมเดลตัวเล็กราคาถูกจะเป็นตัวที่คนใช้มากที่สุด เพราะงานส่วนใหญ่อย่างแปลเอกสารหรือสรุปอีเมลไม่จำเป็นต้องใช้โมเดลใหญ่ราคาแพง Token Me จึงวางตัวเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการให้บริการโมเดลเล็กให้มีประสิทธิภาพ เขาเล่าว่าได้รับการสนับสนุน GPU จากบริษัทสยาม เอไอ ที่มีโครงการช่วยสตาร์ทอัพ AI ในไทย ทำให้ได้ทดลองให้บริการทั้งโมเดลเล็กและโมเดลใหญ่โดยไม่ต้องลงทุนเพิ่มเอง
สำหรับผู้ใช้ทั่วไป 9arm บอกในไลฟ์ว่าแพ็กเกจที่วางไว้ราคาราว 300 บาทต่อเดือน แลกกับโควตาการใช้งานที่เทียบเป็นค่า API ได้ราว 1,500 บาทต่อเดือน โดยมีเพดานรายวันและรายสัปดาห์กำกับ ส่วนรอบทดลองตอนนี้ให้ใช้ฟรีด้วยบัตรทดสอบถึงราววันจันทร์ ก่อนล้างข้อมูลแล้วเริ่มเก็บเงินจริง ราคานี้ยังไม่ได้ประกาศบนหน้าเว็บ ส่วนระบบ AI ที่เขาเปิดให้สมาชิกช่องใช้อยู่เดิมมีแผนจะปิดภายในเดือนนี้แล้วย้ายมาที่ Token Me ทั้งหมด
แผนธุรกิจ: ลดต้นทุนให้ลูกค้าองค์กรด้วยโมเดลเล็กเฉพาะงาน
รายได้ที่ 9arm ให้น้ำหนักคือลูกค้าองค์กร เขาอธิบายว่าบริษัทที่ทำแอป AI มักจ่ายค่าโมเดลแพงเกินงาน Token Me จะเข้าไปดูว่าลูกค้าใช้ AI ทำงานอะไร แล้วนำโมเดลเล็กราว 7 พันล้านพารามิเตอร์มาฝึกต่อให้เก่งเฉพาะงานนั้น ตรวจให้ว่าผลลัพธ์ยังเท่าเดิม แล้วเสนอราคาที่ถูกลงราวครึ่งหนึ่ง เขายกตัวอย่างลูกค้ารายหนึ่งที่เดิมต้องใช้ GPU ตัวใหญ่ 8 ตัว ลดเหลือ 3 ตัวโดยงานเหมือนเดิม และถ้าเป็นโมเดลตัวเดิมเป๊ะ เขาบอกว่าทำราคาได้ถูกกว่าราว 10 ถึง 20% จากการปรับแต่งการประมวลผล
9arm ยอมรับตรงๆ ว่ามีจุดที่สู้ไม่ได้ เช่นราคาของโมเดล DeepSeek รุ่น Flash ที่จีนขาย ซึ่งถูกจนเขาทำให้ถูกเท่าไม่ได้แม้นำมารันเอง ในกรณีแบบนั้นเขาบอกว่าไม่สู้ ให้ผู้ใช้เลือกของที่ถูกกว่า แผนต่อไปคือขึ้นเป็นผู้ให้บริการบน OpenRouter ในช่วงที่ GPU ว่าง และอาจหาผู้ลงทุนเพิ่ม เขาเลือกทำเฉพาะชั้นการรันโมเดล เพราะมองว่าแอปที่ต่อยอดจาก AI มีคนทำเยอะแล้ว แต่ชั้นนี้ในไทยยังว่าง
เรื่องข้อมูล 9arm บอกในไลฟ์ว่าบริการนี้ไม่เก็บเนื้อหาที่ผู้ใช้ส่งเข้ามา ซึ่งตรงกับนโยบายความเป็นส่วนตัวบนหน้าเว็บที่ระบุว่าไม่เก็บเนื้อหา prompt หรือคำตอบไว้ในบันทึกการใช้งาน เก็บเฉพาะข้อมูลประกอบคำขอ เช่น ตัวระบุคำขอ เวลา โมเดลที่ใช้ และจำนวนโทเคน
เจอปัญหาจริงตั้งแต่ยังเป็นบริษัทคนเดียว
ช่วงต้นไลฟ์ 9arm เล่าว่าเพิ่งเจอเซิร์ฟเวอร์ล่มหนักครั้งแรก ไฟล์บันทึกระบบ (log) เขียนจนพื้นที่ดิสก์ส่วนหนึ่งเต็มตอนเขาหลับ ระบบเข้าไม่ได้แม้แต่ทางรีโมต ลูกค้าองค์กรใช้งานไม่ได้ตั้งแต่ราว 10 โมงเช้าถึง 1 ทุ่ม จนต้องชดเชยให้ลูกค้า หลังจากนั้นเขาแยกระบบที่เคยรวมอยู่บนเครื่องเดียวออกจากกัน เพิ่มระบบแจ้งเตือนให้ทั้งตัวเองและลูกค้า และบอกว่าตำแหน่งแรกที่บริษัทต้องจ้างคือวิศวกรดูแลระบบ ส่วนระบบชำระเงินในรอบทดลองก็ติดขัดให้เห็นสดๆ กลางไลฟ์
9arm พูดถึงอนาคตของบริษัทว่ายังไม่รู้ว่าจะไปรอดหรือไม่ และน่าจะเห็นผลในราว 2 เดือนหลังจากนี้ แต่มองว่าประสบการณ์จากการสร้างระบบแบบนี้ขึ้นมามีมูลค่ามากกว่าตัวเงิน ถ้าไปได้ดีก็อาจลาออกมาทำเต็มเวลา และเปิดรับนักศึกษาฝึกงานช่วงซัมเมอร์
ขณะที่ฝั่งรัฐเพิ่งยกระดับเป็น AiPASS 2.0
จังหวะเปิดตัวของ Token Me ตรงกับช่วงที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) แถลงผลเดือนแรกของโครงการเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2569 อินโฟเควสท์รายงานว่ามีผู้ลงทะเบียนรวม 1.57 ล้านคน ผู้ใช้งานสะสมกว่า 745,000 คน และใช้ AI ไปเกือบ 17.3 ล้านคำสั่ง พร้อมยกระดับเป็น AiPASS 2.0 ที่จับมือ Google มอบสิทธิ์ Gemini Enterprise ฟรี 500,000 สิทธิ์ ใช้ได้สูงสุด 10 เดือน สำหรับผู้เรียนที่สะสมคะแนนครบ 1,000 คะแนน เริ่มใช้งานวันที่ 9 พฤศจิกายน 2569
ภาพ: หน้ารับสิทธิ์ Gemini Enterprise บนเว็บ AiPASS (แคปเมื่อ 11 ต.ค. 2569)
ในไลฟ์ 9arm เปิดตัวเลขชุดนี้อ่านไปพร้อมผู้ชม และเทียบว่าระบบ AI ที่เขาเปิดให้สมาชิกใช้มีคำขอราว 5.7 ล้านครั้ง ยังไม่รวมลูกค้าองค์กร ตัวเลขฝั่ง 9arm เป็นตัวเลขที่เขาเปิดเองจากหลังบ้าน ทีมข่าวยังไม่ได้ตรวจสอบ
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict
สิ่งที่น่าสนใจในเคสนี้ไม่ใช่มุกแซวรัฐบาล แต่คือช่องว่างที่ 9arm ชี้ ขนาดโครงการ AiPASS ของรัฐรอบใหม่ยังต้องจับมือ Google แจกสิทธิ์ Gemini Enterprise ขณะที่บริษัทไทยที่รันโมเดลให้คนอื่นเรียกใช้จริงจัง 9arm บอกว่ายังไม่เห็นใครทำ ถ้า Token Me ทำได้ตามที่พูด ก็จะเป็นทางเลือกราคาถูกสำหรับ SME และนักพัฒนาไทย แต่ตอนนี้ยังเป็นรอบทดลอง ระบบเพิ่งล่มให้เห็น ราคายังไม่ประกาศบนหน้าเว็บ และคู่แข่งคือบริการต่างประเทศที่ทุนหนากว่ามาก ผู้ที่สนใจลองใช้ได้ แต่ควรรอดูความเสถียรก่อนเอางานสำคัญหรือข้อมูลอ่อนไหวไปวางไว้
ภาพปก: ภาพปกไลฟ์ "กวนตีนรัฐบาลจนเปิดบริษัท" จากช่อง YouTube 9arm
ที่มา: ไลฟ์ "กวนตีนรัฐบาลจนเปิดบริษัท" ช่อง YouTube 9arm (10 ต.ค. 2569 เฉพาะสมาชิก), คลิป "ผมทำ AI PASSPORT กวนตีนรัฐบาล" ช่อง YouTube 9arm (10 มิ.ย. 2569), รายการ spin9arm EP51 "Token มีจำกัด" (1 ส.ค. 2569), เว็บไซต์ tokenme.limited, ข้อมูลนิติบุคคลอ้างอิงกรมพัฒนาธุรกิจการค้าผ่าน ConnectBizs, อินโฟเควสท์ (9 ต.ค. 2569), Khaosod English (1 ก.ย. 2569), เว็บไซต์ AiPASS
รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com