Bitcoin Addict - ข่าวสารและบทความคริปโต

what is minds social media alternatives for those who are tired of twitter and facebook
13 February 2025บทความ3 min read

Liquid Staking Derivatives (LSD) คืออะไร? ดีกว่าระบบการ Staking แบบดั้งเดิมอย่างไร

เรียนรู้เกี่ยวกับ Liquid Staking Derivatives (LSD) พร้อมสำรวจข้อดี ข้อเสีย และแพลตฟอร์มที่รองรับการ Stake เหรียญคริปโตรูปแบบใหม่ได้ในบทความนี้

ในวงการคริปโตเคอเรนซี การ Stake เหรียญ (Staking) เป็นกระบวนการที่นักลงทุนสามารถเพิ่มมูลค่าของสินทรัพย์ดิจิทัลของตนเองได้โดยการเข้าร่วมในระบบตรวจสอบธุรกรรมของบล็อกเชน (Blockchain) เครือข่ายต่าง ๆ แต่การ Staking แบบดั้งเดิมยังคงมีข้อจำกัดที่ทำให้นักลงทุนบางคนหันมาสนใจ Liquid Staking Derivatives (LSD) ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ที่เปิดโอกาสให้นักลงทุนได้รับผลตอบแทนจากการ Staking โดยไม่ต้องล็อกเหรียญเป็นเวลานาน

Liquid Staking คืออะไร?

Liquid Staking คือรูปแบบการ Stake เหรียญที่นักลงทุนสามารถใช้เหรียญที่ถูก Stake อยู่เพื่อการซื้อขายและลงทุนในผลิตภัณฑ์การเงินอื่น ๆ ได้ โดยที่ยังคงได้รับผลตอบแทนจากการ Stake อยู่เช่นเดิม นั่นหมายความว่านักลงทุนไม่จำเป็นต้องล็อกเหรียญไว้ในระบบบล็อกเชนเป็นเวลานาน สามารถนำเหรียญที่ถูก Stake ไปใช้ในกิจกรรมการเงินอื่น ๆ ได้ เช่น การเข้าร่วมใน DeFi (Decentralized Finance) ต่าง ๆ ทำให้การใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ดิจิทัลมีความยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ในระบบ Liquid Staking จะเป็นการสร้างโทเคนรอง (Secondary Token) หรือโทเคนที่เป็นตัวแทนของเหรียญที่ถูก Stake ซึ่งนักลงทุนสามารถนำโทเคนรองนี้ไปใช้ในตลาดการเงินต่าง ๆ ได้ เช่น การแลกเปลี่ยน (Exchange) การให้กู้ยืม (Lending) หรือการลงทุนในโครงการ DeFi อื่น ๆ ทำให้นักลงทุนสามารถเพิ่มมูลค่าของทรัพย์สินได้หลายช่องทางพร้อม ๆ กัน

Liquid Staking ต่างจากการ Stake แบบเดิม ๆ อย่างไร?

การ Stake แบบดั้งเดิมจะเป็นการล็อกเหรียญไว้ในระบบบล็อกเชนเป็นระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งในระหว่างที่เหรียญถูกล็อกนั้น นักลงทุนจะไม่สามารถเข้าถึงหรือใช้เหรียญเหล่านั้นได้ ซึ่งบางครั้งอาจเป็นข้อจำกัดในการลงทุนในโอกาสอื่นๆ ที่เกิดขึ้นในตลาด แต่ Liquid Staking ทำให้นักลงทุนสามารถใช้เหรียญที่ถูก Stake ในการทำธุรกรรมอื่นๆ ได้ โดยไม่เสียโอกาสในการรับผลตอบแทนจากการ Stake เหรียญ นอกจากนี้ การใช้ Liquid Staking ยังช่วยเพิ่มสภาพคล่องในตลาด และช่วยให้การลงทุนในผลิตภัณฑ์การเงินดิจิทัลมีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น

การ Stake แบบดั้งเดิมนั้นนักลงทุนต้องยอมรับความเสี่ยงที่เหรียญของตนจะถูกล็อกไว้และไม่สามารถขายหรือแลกเปลี่ยนได้จนกว่าจะครบกำหนดเวลา ซึ่งอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน แต่ด้วย Liquid Staking นักลงทุนสามารถถือครองโทเคนรองที่สามารถใช้ในตลาดอื่น ๆ ได้ ทำให้นักลงทุนมีความยืดหยุ่นและสามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาดได้ดีกว่า

ข้อดีของ Liquid Staking คือ

  • เพิ่มสภาพคล่อง: นักลงทุนสามารถใช้เหรียญที่ถูก Stake ในการทำธุรกรรมหรือการลงทุนอื่น ๆ ได้
  • ผลตอบแทนสูงขึ้น: สามารถได้รับผลตอบแทนจากการ Stake พร้อมกับผลตอบแทนจากการลงทุนอื่น ๆ
  • ลดความเสี่ยงจากการล็อกเหรียญ: ไม่มีความจำเป็นต้องล็อกเหรียญเป็นเวลานาน ลดความเสี่ยงที่เกิดจากการล็อกเหรียญ
  • เพิ่มโอกาสในการลงทุน: สามารถใช้เหรียญที่ถูก Stake ในการเข้าร่วมใน DeFi หรือผลิตภัณฑ์การเงินอื่น ๆ
  • ความยืดหยุ่นสูง: การใช้เหรียญที่ถูก Stake มีความยืดหยุ่นและสามารถปรับตัวตามสภาพตลาดได้
  • การเข้าถึงการใช้งานที่หลากหลาย: นักลงทุนสามารถใช้โทเคนรองในการแลกเปลี่ยนหรือเป็นหลักประกันในการกู้ยืมในแพลตฟอร์ม DeFi ต่าง ๆ
  • โอกาสในการได้รับโบนัสหรือสิทธิพิเศษ: บางแพลตฟอร์มที่รองรับ Liquid Staking อาจมีการมอบโบนัสหรือสิทธิพิเศษเพิ่มเติมให้กับผู้ที่ใช้บริการ

ข้อเสียของ Liquid Staking คืออะไร

  • ความซับซ้อน: กระบวนการ Liquid Staking อาจมีความซับซ้อนสำหรับนักลงทุนใหม่
  • ความเสี่ยงจากการใช้งาน: การนำเหรียญที่ถูก Stake ไปใช้ในกิจกรรมการเงินอื่น ๆ อาจเพิ่มความเสี่ยงในการลงทุน
  • ค่าธรรมเนียม: อาจมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมในการใช้ Liquid Staking
  • ความเสี่ยงจากการสูญเสียทรัพย์สิน: มีความเสี่ยงในการสูญเสียเหรียญในกรณีที่มีการทำธุรกรรมผิดพลาดหรือถูกโจมตี
  • ความไม่แน่นอนของผลตอบแทน: ผลตอบแทนจากการลงทุนใน Liquid Staking อาจมีความไม่แน่นอน เนื่องจากขึ้นอยู่กับสถานะตลาดและความผันผวนของราคาเหรียญ

AI กับ Blockchain ทำงานร่วมกันได้หรือไม่?

การทำงานร่วมกันระหว่าง AI และ Blockchain เป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก เนื่องจาก AI สามารถช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูลที่เกิดขึ้นในระบบ Blockchain ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ทำให้สามารถตัดสินใจในการลงทุนได้ดีขึ้น นอกจากนี้ AI ยังสามารถช่วยในการตรวจสอบความปลอดภัยของการทำธุรกรรมและการป้องกันการโจมตีที่อาจเกิดขึ้นในระบบ Blockchain ทำให้การลงทุนใน Liquid Staking มีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

AI สามารถใช้ในการทำนายผลตอบแทนจากการ Staking และช่วยในการวางกลยุทธ์การลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยใช้ข้อมูลที่ได้จากการทำงานของ Blockchain เพื่อปรับปรุงการคาดการณ์และการตัดสินใจ นอกจากนี้ AI ยังสามารถใช้ในการตรวจสอบและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อระบุความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นและเสนอแนะแนวทางในการลดความเสี่ยงนั้น ๆ ได้

มีบล็อกเชนไหนได้บ้างที่รองรับ Liquid Staking?

มีหลายบล็อกเชนที่รองรับ Liquid Staking ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้นักลงทุนสามารถใช้ประโยชน์จากการ Stake เหรียญได้อย่างเต็มที่ ตัวอย่างเช่น:

  • Ethereum: Ethereum เป็นหนึ่งในบล็อกเชนที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในการรองรับ Liquid Staking แพลตฟอร์มที่นักลงทุนสามารถใช้ได้เช่น Lido, Rocket Pool และ Ankr แพลตฟอร์มเหล่านี้ช่วยให้การ Stake ETH เป็นเรื่องง่ายและสามารถนำโทเคนรองไปใช้ในผลิตภัณฑ์ DeFi ต่างๆ บน Ethereum ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • Binance Smart Chain (BSC): Binance Smart Chain เป็นอีกหนึ่งบล็อกเชนที่รองรับ Liquid Staking นักลงทุนสามารถใช้แพลตฟอร์มเช่น pStake และ Ankr เพื่อ Stake เหรียญ BNB โดยโทเคนรองที่ได้จาก Liquid Staking สามารถนำไปใช้ในผลิตภัณฑ์ DeFi บนแพลตฟอร์ม BSC ได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น PancakeSwap, Venus หรือ Autofarm
  • Solana: Solana เป็นบล็อกเชนที่มีความเร็วและประสิทธิภาพสูง แพลตฟอร์มที่รองรับ Liquid Staking บน Solana ได้แก่ Marinade และ Solend นักลงทุนสามารถใช้เหรียญ SOL เพื่อ Stake และรับผลตอบแทนได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้โทเคนรองที่ได้ยังสามารถนำไปใช้ในผลิตภัณฑ์ DeFi บน Solana เช่น Serum และ Raydium
  • Polkadot: Polkadot เป็นบล็อกเชนที่มีความยืดหยุ่นและรองรับ Liquid Staking นักลงทุนสามารถใช้แพลตฟอร์ม Acala และ Bifrost เพื่อ Stake เหรียญ DOT โดยโทเคนรองจาก Liquid Staking สามารถใช้ในการเข้าร่วมโครงการ DeFi บน Polkadot ได้หลายโครงการ เช่น Karura และ Moonbeam
  • Avalanche: บล็อกเชน Avalanche รองรับ Liquid Staking ผ่านแพลตฟอร์ม Benqi และ Ankr นักลงทุนสามารถใช้เหรียญ AVAX ในการ Stake และรับผลตอบแทนได้ โทเคนรองจาก Liquid Staking ยังสามารถนำไปใช้ในแพลตฟอร์ม DeFi บน Avalanche เช่น Trader Joe และ Pangolin
  • Cardano: Cardano รองรับ Liquid Staking ที่ทำให้นักลงทุนสามารถใช้เหรียญ ADA ในการลงทุนและรับผลตอบแทนจากการ Stake ได้ แพลตฟอร์มเช่น Ankr และ Ardana ช่วยให้นักลงทุนสามารถใช้เหรียญ ADA เพื่อรับโทเคนรองที่สามารถนำไปใช้ใน DeFi บน Cardano ได้ เช่น Minswap และ SundaeSwap

การเลือกแพลตฟอร์มที่เหมาะสมกับกลยุทธ์การลงทุนและความต้องการของนักลงทุนเป็นสิ่งสำคัญ นักลงทุนควรศึกษารายละเอียดของแต่ละแพลตฟอร์มและบล็อกเชนที่รองรับ Liquid Staking อย่างรอบคอบ เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จากการลงทุนในรูปแบบนี้ได้อย่างเต็มที่

สรุป

Liquid Staking Derivatives (LSD) เป็นนวัตกรรมใหม่ที่เปิดโอกาสให้นักลงทุนได้รับผลตอบแทนจากการ Stake เหรียญโดยไม่ต้องล็อกเหรียญเป็นเวลานาน ทำให้การลงทุนในคริปโตเคอเรนซีมีความยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น แม้จะมีข้อดีมากมาย แต่ก็มีข้อเสียบางประการที่นักลงทุนควรพิจารณา การทำงานร่วมกันระหว่าง AI และ Blockchain ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการลงทุนใน Liquid Staking ทำให้การลงทุนในคริปโตเคอเรนซีมีความน่าสนใจและมีโอกาสในการรับผลตอบแทนที่สูงขึ้น นักลงทุนควรศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับ Liquid Staking ให้ดี เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จากการลงทุนในรูปแบบนี้ได้อย่างเต็มที่

บทความทั้งหมด

Liquid Staking Derivatives (LSD) คืออะไร? ดีกว่าระบบการ Staking แบบดั้งเดิมอย่างไร | Bitcoin Addict | Bitcoin Addict