Liquid Staking Derivatives (LSD) คืออะไร? ดีกว่าระบบการ Staking แบบดั้งเดิมอย่างไร
เรียนรู้เกี่ยวกับ Liquid Staking Derivatives (LSD) พร้อมสำรวจข้อดี ข้อเสีย และแพลตฟอร์มที่รองรับการ Stake เหรียญคริปโตรูปแบบใหม่ได้ในบทความนี้
ในวงการคริปโตเคอเรนซี การ Stake เหรียญ (Staking) เป็นกระบวนการที่นักลงทุนสามารถเพิ่มมูลค่าของสินทรัพย์ดิจิทัลของตนเองได้โดยการเข้าร่วมในระบบตรวจสอบธุรกรรมของบล็อกเชน (Blockchain) เครือข่ายต่าง ๆ แต่การ Staking แบบดั้งเดิมยังคงมีข้อจำกัดที่ทำให้นักลงทุนบางคนหันมาสนใจ Liquid Staking Derivatives (LSD) ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ที่เปิดโอกาสให้นักลงทุนได้รับผลตอบแทนจากการ Staking โดยไม่ต้องล็อกเหรียญเป็นเวลานาน
Liquid Staking คืออะไร?

Liquid Staking คือรูปแบบการ Stake เหรียญที่นักลงทุนสามารถใช้เหรียญที่ถูก Stake อยู่เพื่อการซื้อขายและลงทุนในผลิตภัณฑ์การเงินอื่น ๆ ได้ โดยที่ยังคงได้รับผลตอบแทนจากการ Stake อยู่เช่นเดิม นั่นหมายความว่านักลงทุนไม่จำเป็นต้องล็อกเหรียญไว้ในระบบบล็อกเชนเป็นเวลานาน สามารถนำเหรียญที่ถูก Stake ไปใช้ในกิจกรรมการเงินอื่น ๆ ได้ เช่น การเข้าร่วมใน DeFi (Decentralized Finance) ต่าง ๆ ทำให้การใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ดิจิทัลมีความยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ในระบบ Liquid Staking จะเป็นการสร้างโทเคนรอง (Secondary Token) หรือโทเคนที่เป็นตัวแทนของเหรียญที่ถูก Stake ซึ่งนักลงทุนสามารถนำโทเคนรองนี้ไปใช้ในตลาดการเงินต่าง ๆ ได้ เช่น การแลกเปลี่ยน (Exchange) การให้กู้ยืม (Lending) หรือการลงทุนในโครงการ DeFi อื่น ๆ ทำให้นักลงทุนสามารถเพิ่มมูลค่าของทรัพย์สินได้หลายช่องทางพร้อม ๆ กัน
Liquid Staking ต่างจากการ Stake แบบเดิม ๆ อย่างไร?
การ Stake แบบดั้งเดิมจะเป็นการล็อกเหรียญไว้ในระบบบล็อกเชนเป็นระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งในระหว่างที่เหรียญถูกล็อกนั้น นักลงทุนจะไม่สามารถเข้าถึงหรือใช้เหรียญเหล่านั้นได้ ซึ่งบางครั้งอาจเป็นข้อจำกัดในการลงทุนในโอกาสอื่นๆ ที่เกิดขึ้นในตลาด แต่ Liquid Staking ทำให้นักลงทุนสามารถใช้เหรียญที่ถูก Stake ในการทำธุรกรรมอื่นๆ ได้ โดยไม่เสียโอกาสในการรับผลตอบแทนจากการ Stake เหรียญ นอกจากนี้ การใช้ Liquid Staking ยังช่วยเพิ่มสภาพคล่องในตลาด และช่วยให้การลงทุนในผลิตภัณฑ์การเงินดิจิทัลมีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น
การ Stake แบบดั้งเดิมนั้นนักลงทุนต้องยอมรับความเสี่ยงที่เหรียญของตนจะถูกล็อกไว้และไม่สามารถขายหรือแลกเปลี่ยนได้จนกว่าจะครบกำหนดเวลา ซึ่งอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน แต่ด้วย Liquid Staking นักลงทุนสามารถถือครองโทเคนรองที่สามารถใช้ในตลาดอื่น ๆ ได้ ทำให้นักลงทุนมีความยืดหยุ่นและสามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาดได้ดีกว่า
ข้อดีของ Liquid Staking คือ
- เพิ่มสภาพคล่อง: นักลงทุนสามารถใช้เหรียญที่ถูก Stake ในการทำธุรกรรมหรือการลงทุนอื่น ๆ ได้
- ผลตอบแทนสูงขึ้น: สามารถได้รับผลตอบแทนจากการ Stake พร้อมกับผลตอบแทนจากการลงทุนอื่น ๆ
- ลดความเสี่ยงจากการล็อกเหรียญ: ไม่มีความจำเป็นต้องล็อกเหรียญเป็นเวลานาน ลดความเสี่ยงที่เกิดจากการล็อกเหรียญ
- เพิ่มโอกาสในการลงทุน: สามารถใช้เหรียญที่ถูก Stake ในการเข้าร่วมใน DeFi หรือผลิตภัณฑ์การเงินอื่น ๆ
- ความยืดหยุ่นสูง: การใช้เหรียญที่ถูก Stake มีความยืดหยุ่นและสามารถปรับตัวตามสภาพตลาดได้
- การเข้าถึงการใช้งานที่หลากหลาย: นักลงทุนสามารถใช้โทเคนรองในการแลกเปลี่ยนหรือเป็นหลักประกันในการกู้ยืมในแพลตฟอร์ม DeFi ต่าง ๆ
- โอกาสในการได้รับโบนัสหรือสิทธิพิเศษ: บางแพลตฟอร์มที่รองรับ Liquid Staking อาจมีการมอบโบนัสหรือสิทธิพิเศษเพิ่มเติมให้กับผู้ที่ใช้บริการ
ข้อเสียของ Liquid Staking คืออะไร
- ความซับซ้อน: กระบวนการ Liquid Staking อาจมีความซับซ้อนสำหรับนักลงทุนใหม่
- ความเสี่ยงจากการใช้งาน: การนำเหรียญที่ถูก Stake ไปใช้ในกิจกรรมการเงินอื่น ๆ อาจเพิ่มความเสี่ยงในการลงทุน
- ค่าธรรมเนียม: อาจมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมในการใช้ Liquid Staking
- ความเสี่ยงจากการสูญเสียทรัพย์สิน: มีความเสี่ยงในการสูญเสียเหรียญในกรณีที่มีการทำธุรกรรมผิดพลาดหรือถูกโจมตี
- ความไม่แน่นอนของผลตอบแทน: ผลตอบแทนจากการลงทุนใน Liquid Staking อาจมีความไม่แน่นอน เนื่องจากขึ้นอยู่กับสถานะตลาดและความผันผวนของราคาเหรียญ
AI กับ Blockchain ทำงานร่วมกันได้หรือไม่?
การทำงานร่วมกันระหว่าง AI และ Blockchain เป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก เนื่องจาก AI สามารถช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูลที่เกิดขึ้นในระบบ Blockchain ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ทำให้สามารถตัดสินใจในการลงทุนได้ดีขึ้น นอกจากนี้ AI ยังสามารถช่วยในการตรวจสอบความปลอดภัยของการทำธุรกรรมและการป้องกันการโจมตีที่อาจเกิดขึ้นในระบบ Blockchain ทำให้การลงทุนใน Liquid Staking มีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
AI สามารถใช้ในการทำนายผลตอบแทนจากการ Staking และช่วยในการวางกลยุทธ์การลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยใช้ข้อมูลที่ได้จากการทำงานของ Blockchain เพื่อปรับปรุงการคาดการณ์และการตัดสินใจ นอกจากนี้ AI ยังสามารถใช้ในการตรวจสอบและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อระบุความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นและเสนอแนะแนวทางในการลดความเสี่ยงนั้น ๆ ได้
มีบล็อกเชนไหนได้บ้างที่รองรับ Liquid Staking?
มีหลายบล็อกเชนที่รองรับ Liquid Staking ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้นักลงทุนสามารถใช้ประโยชน์จากการ Stake เหรียญได้อย่างเต็มที่ ตัวอย่างเช่น:
- Ethereum: Ethereum เป็นหนึ่งในบล็อกเชนที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในการรองรับ Liquid Staking แพลตฟอร์มที่นักลงทุนสามารถใช้ได้เช่น Lido, Rocket Pool และ Ankr แพลตฟอร์มเหล่านี้ช่วยให้การ Stake ETH เป็นเรื่องง่ายและสามารถนำโทเคนรองไปใช้ในผลิตภัณฑ์ DeFi ต่างๆ บน Ethereum ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- Binance Smart Chain (BSC): Binance Smart Chain เป็นอีกหนึ่งบล็อกเชนที่รองรับ Liquid Staking นักลงทุนสามารถใช้แพลตฟอร์มเช่น pStake และ Ankr เพื่อ Stake เหรียญ BNB โดยโทเคนรองที่ได้จาก Liquid Staking สามารถนำไปใช้ในผลิตภัณฑ์ DeFi บนแพลตฟอร์ม BSC ได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น PancakeSwap, Venus หรือ Autofarm
- Solana: Solana เป็นบล็อกเชนที่มีความเร็วและประสิทธิภาพสูง แพลตฟอร์มที่รองรับ Liquid Staking บน Solana ได้แก่ Marinade และ Solend นักลงทุนสามารถใช้เหรียญ SOL เพื่อ Stake และรับผลตอบแทนได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้โทเคนรองที่ได้ยังสามารถนำไปใช้ในผลิตภัณฑ์ DeFi บน Solana เช่น Serum และ Raydium
- Polkadot: Polkadot เป็นบล็อกเชนที่มีความยืดหยุ่นและรองรับ Liquid Staking นักลงทุนสามารถใช้แพลตฟอร์ม Acala และ Bifrost เพื่อ Stake เหรียญ DOT โดยโทเคนรองจาก Liquid Staking สามารถใช้ในการเข้าร่วมโครงการ DeFi บน Polkadot ได้หลายโครงการ เช่น Karura และ Moonbeam
- Avalanche: บล็อกเชน Avalanche รองรับ Liquid Staking ผ่านแพลตฟอร์ม Benqi และ Ankr นักลงทุนสามารถใช้เหรียญ AVAX ในการ Stake และรับผลตอบแทนได้ โทเคนรองจาก Liquid Staking ยังสามารถนำไปใช้ในแพลตฟอร์ม DeFi บน Avalanche เช่น Trader Joe และ Pangolin
- Cardano: Cardano รองรับ Liquid Staking ที่ทำให้นักลงทุนสามารถใช้เหรียญ ADA ในการลงทุนและรับผลตอบแทนจากการ Stake ได้ แพลตฟอร์มเช่น Ankr และ Ardana ช่วยให้นักลงทุนสามารถใช้เหรียญ ADA เพื่อรับโทเคนรองที่สามารถนำไปใช้ใน DeFi บน Cardano ได้ เช่น Minswap และ SundaeSwap
การเลือกแพลตฟอร์มที่เหมาะสมกับกลยุทธ์การลงทุนและความต้องการของนักลงทุนเป็นสิ่งสำคัญ นักลงทุนควรศึกษารายละเอียดของแต่ละแพลตฟอร์มและบล็อกเชนที่รองรับ Liquid Staking อย่างรอบคอบ เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จากการลงทุนในรูปแบบนี้ได้อย่างเต็มที่
สรุป
Liquid Staking Derivatives (LSD) เป็นนวัตกรรมใหม่ที่เปิดโอกาสให้นักลงทุนได้รับผลตอบแทนจากการ Stake เหรียญโดยไม่ต้องล็อกเหรียญเป็นเวลานาน ทำให้การลงทุนในคริปโตเคอเรนซีมีความยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น แม้จะมีข้อดีมากมาย แต่ก็มีข้อเสียบางประการที่นักลงทุนควรพิจารณา การทำงานร่วมกันระหว่าง AI และ Blockchain ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการลงทุนใน Liquid Staking ทำให้การลงทุนในคริปโตเคอเรนซีมีความน่าสนใจและมีโอกาสในการรับผลตอบแทนที่สูงขึ้น นักลงทุนควรศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับ Liquid Staking ให้ดี เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จากการลงทุนในรูปแบบนี้ได้อย่างเต็มที่