
Memecoin คืออะไร ทำไมเหรียญตลกถึงมีมูลค่าหลักหมื่นล้าน
Memecoin คือเหรียญที่เกิดจากมุกตลกและกระแส ไม่มีการใช้งานรองรับ เข้าใจกำเนิด Dogecoin กลไกที่ทำให้ราคาวิ่งแรง ยุค SHIB PEPE BONK และความเสี่ยง Rug Pull ที่ต้องรู้
ช่วงครึ่งแรกของปี 2021 ต่อให้ไม่เคยสนใจคริปโตเลย หลายคนก็ยังต้องเคยได้ยินชื่อเหรียญตัวหนึ่ง Dogecoin เหรียญรูปหมาชิบะที่เกิดจากมุกตลกบนอินเทอร์เน็ต ราคาพุ่งขึ้นจากราว 0.0025 ดอลลาร์ในช่วงปลายปี 2020 ไปแตะ 0.74 ดอลลาร์กลางปี 2021 หรือเกือบ 300 เท่าภายในเวลาแค่ 7 เดือน และแทบทุกครั้งที่ Elon Musk ทวีตถึงมัน ราคาก็ขยับแรงจนกลายเป็นข่าวไปทั่วโลก
ในไทยช่วงเวลานั้นก็มีเรื่องเล่าสองแบบวนอยู่ในวงสนทนาเดียวกัน แบบแรกคือคนที่ซื้อเก็บไว้เล่นๆ หลักพันบาทแล้วตื่นมาพบว่ากลายเป็นหลักแสน อีกแบบคือคนที่ทนเห็นเพื่อนกำไรไม่ไหว เข้าซื้อตอนกระแสขึ้นสูงสุด แล้วดูเงินต้นหายไปครึ่งหนึ่งภายในไม่กี่สัปดาห์ ทั้งสองเรื่องเป็นเรื่องจริงทั้งคู่ และเกิดจากเหรียญตัวเดียวกัน
คำถามที่บทความนี้จะพาไปหาคำตอบคือ เหรียญที่แม้แต่คนสร้างยังประกาศเองว่าทำขึ้นมาขำๆ ไม่มีประโยชน์ใช้งานอะไร ทำไมถึงเคยมีมูลค่าตลาดระดับหมื่นล้านดอลลาร์ ขึ้นไปเทียบชั้นกับเหรียญที่มีเทคโนโลยีหนุนหลังจริงจังได้ กลไกอะไรทำให้ราคาวิ่งแรงขนาดนั้น และอะไรคือความเสี่ยงที่คนส่วนใหญ่มองไม่เห็นตอนที่กระแสกำลังมา

ภาพ: กระแสเหรียญมีมปี 2021 ที่ดึงทั้งคนในและนอกวงการคริปโตเข้ามาพร้อมกัน
Memecoin คืออะไร
Memecoin (เหรียญมีม) คือเหรียญคริปโตที่ถูกสร้างขึ้นจากมุกตลก มีม กระแส หรือวัฒนธรรมบนอินเทอร์เน็ต โดยตั้งใจให้เป็นเหรียญเพื่อความบันเทิงเป็นหลัก จุดขายอยู่ที่ความน่ารัก ความตลก และความรู้สึกร่วมของชุมชนคนถือเหรียญ ไม่ใช่เทคโนโลยีหรือประโยชน์ใช้งาน เหรียญมีมส่วนใหญ่จึงไม่มี Utility หรือการใช้งานจริงจังรองรับ ต่างจากเหรียญกลุ่มอื่นในตลาดที่มักผูกกับระบบบางอย่าง เช่น เหรียญของเครือข่ายบล็อกเชน เหรียญของแพลตฟอร์ม DeFi หรือเหรียญของเกม
จุดที่หลายคนสับสนคือเส้นแบ่งระหว่างเหรียญมีมกับสิ่งที่วงการเรียกกันว่า Shitcoin หรือเหรียญขยะ สองคำนี้ไม่ใช่คำเดียวกัน เหรียญขยะหมายถึงเหรียญที่อ้างว่าตัวเองมีเทคโนโลยี มีแผนงาน มีอนาคต แต่ทำจริงไม่ได้หรือตั้งใจหลอกตั้งแต่ต้น ส่วนเหรียญมีมแบบต้นตำรับอย่าง Dogecoin เลือกทางตรงกันข้าม คือประกาศตรงๆ ตั้งแต่วันแรกว่าตัวเองไม่มีประโยชน์อะไร เป็นเหรียญขำๆ ความซื่อสัตย์แบบแปลกๆ นี้เองที่กลายเป็นเสน่ห์ ทำให้คนในวงการจำนวนมากเอ็นดูมันมากกว่าเหรียญที่โฆษณาเกินจริงนับพันตัวในยุคเดียวกัน
แต่ความน่ารักตรงไปตรงมาแบบนี้ก็เป็นดาบสองคม เพราะเมื่อเหรียญมีมรุ่นแรกพิสูจน์ว่าเหรียญที่ไม่มีอะไรเลยก็สร้างราคาได้ คนที่ตามมาทีหลังจำนวนมากจึงไม่ได้มาสร้างมุกตลก แต่มาสร้างเครื่องมือเก็งกำไรที่ห่อด้วยรูปหมาแมว ซึ่งเป็นประเด็นที่จะพูดถึงในหัวข้อความเสี่ยงต่อไป

ภาพ: เหรียญมีมต่างจากเหรียญทั่วไปตรงที่ไม่มีการใช้งานรองรับ และต่างจากเหรียญขยะตรงที่ไม่หลอกว่าตัวเองมี
เหรียญที่ไม่มีอะไรเลย มีมูลค่าขึ้นมาได้ยังไง
สินทรัพย์ส่วนใหญ่ในโลกมีสิ่งที่พอใช้เป็นหลักยึดเวลาประเมินราคา หุ้นมีกำไรของบริษัท อสังหาริมทรัพย์มีค่าเช่า พันธบัตรมีดอกเบี้ย แม้แต่ Bitcoin ที่ไม่มีกระแสเงินสด ก็ยังมีคุณสมบัติเรื่องความขาดแคลนและเครือข่ายที่ถกเถียงกันได้ว่าควรมีมูลค่าเท่าไหร่ (อ่านเพิ่มได้ใน Bitcoin มีมูลค่าจากอะไร) หลักยึดพวกนี้ทำหน้าที่เหมือนสมอ คอยดึงราคาที่วิ่งเกินเหตุให้กลับมาสู่จุดที่พออธิบายได้
เหรียญมีมไม่มีสมอตัวนั้นเลย เมื่อไม่มีพื้นฐานให้ประเมิน ก็ไม่มีใครบอกได้ว่าราคาไหนถูก ราคาไหนแพง ราคาของเหรียญมีมจึงเหลือตัวขับเคลื่อนอยู่สองแรงล้วนๆ คือกระแสความสนใจบนโลกออนไลน์ กับแรงเก็งกำไรของคนที่หวังผลตอบแทนเร็ว ตราบใดที่มีคนใหม่สนใจเข้ามาซื้อมากกว่าคนเดิมที่อยากขาย ราคาก็ขึ้นได้แบบไม่มีเพดาน เพราะไม่มีตัวเลขพื้นฐานอะไรมาบอกว่ามันแพงเกินไปแล้ว และในทางกลับกัน เมื่อกระแสจาง ราคาก็ร่วงได้แบบไม่มีพื้นรองรับ เพราะไม่มีมูลค่าการใช้งานอะไรมารอรับไว้เช่นกัน
ในโครงสร้างแบบนี้ สิ่งที่ใกล้เคียงคำว่าพื้นฐานที่สุดของเหรียญมีมคือชุมชนคนถือเหรียญ ชุมชนที่เหนียวแน่นช่วยกันสร้างมีม ปั่นกระแส และดึงความสนใจกลับมาได้เรื่อยๆ คือเหตุผลที่เหรียญมีมบางตัวอยู่รอดข้ามรอบตลาดมาได้เป็นสิบปี ขณะที่เหรียญเลียนแบบนับไม่ถ้วนเงียบหายไป และอีกแรงหนึ่งที่ทรงพลังไม่แพ้กันคือคนดัง เพราะเมื่อราคาวิ่งด้วยความสนใจ คนที่ถือความสนใจของคนหลายสิบล้านคนไว้ในมือ ก็ขยับราคาได้ด้วยข้อความสั้นๆ ข้อความเดียว อย่างที่ตลาดเห็นกันมาแล้วกับทวีตของ Elon Musk

ภาพ: สินทรัพย์ที่มีพื้นฐานมีสมอคอยดึงราคา ส่วนเหรียญมีมลอยขึ้นลงตามแรงลมของกระแสล้วนๆ
กำเนิด Dogecoin ปี 2013 มุกตลกที่กลายเป็นตำนาน
เหรียญมีมตัวแรกของโลกคริปโตคือ Dogecoin (ชื่อย่อ DOGE) ถูกสร้างขึ้นในปี 2013 โดยคนสองคน Jackson Palmer นักการตลาดออนไลน์ กับ Billy Markus วิศวกรซอฟต์แวร์ของ IBM ทั้งคู่ตั้งใจตั้งแต่ต้นว่าจะทำเหรียญที่ไม่มีประโยชน์อะไร เป็นสกุลเงินดิจิทัลที่ตลก เป็นมิตร และเข้าถึงได้ทุกคน เพื่อล้อเลียนกระแสคริปโตในยุคนั้นที่เต็มไปด้วยเหรียญเกิดใหม่ซึ่งพยายามชักชวนให้คนลงทุนด้วยคำโฆษณาสวยหรู
ชื่อ Doge เป็นมุกสะกดผิดจากคำว่า Dog ส่วนหน้าเหรียญใช้รูปหมาชิบะชื่อ Kabosu ซึ่งเป็นมีมดังที่สุดตัวหนึ่งของอินเทอร์เน็ตยุคนั้น ในทางเทคนิค Dogecoin ถูกสร้างบนพื้นฐานของ Litecoin จึงเป็นเหรียญที่มีบล็อกเชนของตัวเองและใช้ระบบ Proof of Work หรือการขุดแบบเดียวกับ Bitcoin โดยช่วงแรกออกแบบให้มีอุปทานจำกัด 100,000 ล้านเหรียญ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นไม่จำกัดในภายหลัง ซึ่งจุดนี้เองก็ตอกย้ำความไม่แคร์ของมัน เพราะขณะที่ Bitcoin ชูเรื่องความขาดแคลนเป็นหัวใจ Dogecoin เลือกพิมพ์ได้เรื่อยๆ แบบไม่สนใจใคร
เรื่องที่ตลกร้ายที่สุดคือ เหรียญที่ตั้งใจทำมาขำๆ ตัวนี้กลับกลายเป็นหนึ่งในเหรียญที่กระจายศูนย์สูงที่สุดในตลาด เพราะช่วงแรกเหรียญ DOGE ได้มาจากการขุดพ่วงกับ Litecoin นักลงทุนส่วนใหญ่จึงไม่ได้สนใจสะสมเพื่อหวังประโยชน์ แถมผู้สร้างเองก็ขายเหรียญที่ถือทั้งหมดทิ้งไปซื้อรถ Honda Civic คันเดียวจบ ไม่มีทีมงานถือเหรียญก้อนใหญ่รอเทใส่ใคร เหรียญนี้จึงถูกขับเคลื่อนต่อด้วยชุมชนล้วนๆ และชุมชนนั้นก็จริงจังกับความไม่จริงจังของตัวเองมาก ถึงขั้นระดมเงินกันไปเป็นสปอนเซอร์รถแข่ง NASCAR และสนับสนุนสโมสรฟุตบอล Watford ใน Premier League มาแล้ว

ภาพ: เส้นทางกำเนิด Dogecoin เหรียญล้อเลียนที่ผู้สร้างทิ้งไป แต่ชุมชนรับช่วงต่อจนกลายเป็นตำนาน
ปรากฏการณ์ปี 2021 เมื่อโลกทั้งใบรู้จักเหรียญหมา
Dogecoin ใช้ชีวิตแบบเงียบๆ อยู่หลายปี จนกระทั่งช่วงปลายปี 2020 ถึงกลางปี 2021 ทุกอย่างก็ระเบิดพร้อมกัน ราคาพุ่งจาก 0.0025 ดอลลาร์ไปสู่ 0.74 ดอลลาร์ในเวลา 7 เดือน คิดเป็นการปรับตัวขึ้นเกือบ 30,000 เปอร์เซ็นต์ แรงส่งสำคัญมาจากการที่คนดังระดับโลกอย่าง Elon Musk และ Snoop Dogg พูดถึง Dogecoin อยู่เรื่อยๆ บวกกับข่าวแผนการนำเหรียญ DOGE ไปใช้ชำระค่าสินค้าของ Tesla ที่ทำให้คนนอกวงการคริปโตหันมาสนใจเป็นครั้งแรก แรงซื้อที่ไหลเข้ามาพร้อมกันทั่วโลกดันให้เหรียญขำๆ ตัวนี้ขึ้นไปติดอันดับ 4 ของเหรียญที่มีมูลค่าตลาดสูงที่สุดในคริปโต
ลองหยุดคิดกับภาพนั้นสักนิด เหรียญที่สร้างมาล้อเล่น ผู้สร้างขายทิ้งไปซื้อรถมือสองไปนานแล้ว ขึ้นไปยืนอยู่เหนือโปรเจกต์ที่มีทีมวิศวกรหลายร้อยคนและเทคโนโลยีที่พัฒนากันมาหลายปี นี่คือหลักฐานชิ้นใหญ่ที่สุดของกลไกที่อธิบายไปก่อนหน้า ว่าในตลาดที่ราคาวิ่งด้วยความสนใจ ความตลกที่แพร่ง่ายอาจมีพลังมากกว่าเทคโนโลยีที่อธิบายยาก
และปรากฏการณ์ครั้งนั้นก็เปิดประตูบานใหญ่ทิ้งไว้ เมื่อทั้งตลาดเห็นแล้วว่าผลตอบแทนหลักร้อยเท่าในไม่กี่เดือนเป็นไปได้จริง เหรียญมีมรุ่นใหม่ก็ผุดขึ้นตามมานับไม่ถ้วน ทั้งหมารุ่นต่างๆ แมว กบ คนดัง ตัวการ์ตูน และมุกตลกทุกรูปแบบที่พอจะปั้นเป็นเหรียญได้

ภาพ: การพุ่งขึ้นของ Dogecoin ช่วงปลายปี 2020 ถึงกลางปี 2021 จุดกระแสเหรียญมีมไปทั่วโลก
ยุคเหรียญมีมระเบิด SHIB PEPE BONK สามเหรียญ สามสูตร
คลื่นเหรียญมีมหลัง Dogecoin มีผู้เล่นเกิดใหม่มหาศาล แต่ตัวที่ขึ้นมาเป็นที่จดจำได้จริงมีไม่กี่ตัว และแต่ละตัวก็สะท้อนสูตรความสำเร็จคนละแบบอย่างน่าสนใจ
ตัวแรกคือ Shiba Inu (SHIB) เกิดเดือนสิงหาคม 2020 โดยกลุ่มนามแฝง Ryoshi วางตัวเป็นเหรียญล้อเลียน Dogecoin โดยเฉพาะจนได้ฉายา Dogecoin Killer ตัวเหรียญอยู่บนเครือข่าย Ethereum มีอุปทานมหาศาลถึง 1,000 ล้านล้านเหรียญ ราคาต่อเหรียญจึงถูกจนมีเลขศูนย์เรียงกันยาวเหยียด SHIB คือเจ้าของสถิติที่สุดขั้วที่สุดในประวัติศาสตร์เหรียญมีม ราคาขึ้นจาก 0.000000000007992 ดอลลาร์ในเดือนมกราคม 2021 ไปทำจุดสูงสุด 0.00008906 ดอลลาร์ในเดือนตุลาคมปีเดียวกัน คิดเป็นผลตอบแทนมากกว่าล้านเท่าในเวลาไม่ถึงปี ได้เข้ากระดานเทรดใหญ่อย่าง Binance และติดอันดับ 10 เหรียญมูลค่าตลาดสูงสุด สูตรของ SHIB คือการเกาะกระแสตัวแม่แล้วสร้างแรงส่งของตัวเองต่อ ภายหลังทีมงานจึงค่อยพยายามเติมระบบนิเวศตามมา ทั้ง Shibarium, ShibaSwap ไปจนถึงเกมและ NFT

ภาพ: เส้นทางราคา SHIB ปี 2021 เจ้าของสถิติผลตอบแทนสุดขั้วที่สุดของโลกเหรียญมีม
ตัวที่สองคือ Pepe (PEPE) เกิดเมื่อ 18 เมษายน 2023 หลังตลาดผ่านขาลงยาวนานของปี 2022 คราวนี้ไม่ใช่หมา แต่เป็นกบเขียวจากมีม Pepe the Frog ที่อยู่คู่อินเทอร์เน็ตมาตั้งแต่ยุค 2000 PEPE ประกาศชัดว่าไม่มีประโยชน์อะไรทั้งสิ้น เป็นเหรียญมีมเต็มรูปแบบ ขนาดอุปทานยังตั้งเป็นตัวเลขมุกตลกคือ 420,690 พันล้านเหรียญ ราคาพุ่งขึ้นเกือบ 75 เท่าในเวลาเพียง 16 วันหลังเปิดตัว และได้เข้ากระดาน Binance เร็วที่สุดในบรรดาเหรียญมีมทุกตัว สูตรของ PEPE คือวัฒนธรรมมีมแท้ๆ ที่โดนใจชาวคริปโตจนชุมชนช่วยกันผลักดันเอง
ตัวที่สามคือ Bonk (BONK) เหรียญหมาตัวแรกๆ ของเชน Solana ที่มาพร้อมสโลแกน THE DOG COIN OF THE PEOPLE ช่วงปลายปี 2023 ที่กระแส Solana กำลังร้อนแรง BONK พุ่งขึ้นราว 200 เท่าในเวลา 9 สัปดาห์ และได้เข้า Binance เมื่อ 15 ธันวาคม 2023 สูตรของ BONK ต่างจากสองตัวแรก คือโตเพราะขี่คลื่นของระบบนิเวศ เมื่อเหรียญ Solana ขึ้นแรงจนทั้งตลาดหันมามอง เงินที่ไหลเข้ามาก็เทลงเหรียญมีมประจำเชนไปด้วย
สังเกตจุดร่วมของทั้งสามตัวให้ดี ทุกตัววิ่งแรงที่สุดในช่วงที่มีกระแสบางอย่างหนุนหลัง ไม่ใช่เพราะตัวเหรียญเปลี่ยนไป และนั่นหมายความว่าเมื่อกระแสนั้นหมดลง แรงที่เคยดันราคาขึ้นก็หายไปพร้อมกัน อย่างที่ราคา DOGE และ SHIB ปรับลงแรงและเร็วหลังหมดรอบกระแสของตัวเอง

ภาพ: สามเหรียญมีมดังยุคหลัง Dogecoin ที่ประสบความสำเร็จด้วยสูตรคนละแบบ
ความเสี่ยงจริงที่ตัวเลขสวยๆ ไม่ได้เล่า
ตัวเลขผลตอบแทนหลักร้อยหลักล้านเท่าที่เล่ามาทั้งหมด คือด้านเดียวของเหรียญที่ถูกหยิบมาเล่าซ้ำบ่อยที่สุด แต่ภาพเต็มของตลาดนี้โหดกว่านั้นมาก เหรียญมีมในตลาดมีจำนวนหลัก "ล้านเหรียญ" ขณะที่ตัวที่ขึ้นไปถึงจุดที่นักลงทุนทั่วโลกรู้จักมีเพียงไม่กี่สิบตัว เหรียญที่เหลือเกือบทั้งหมดจบลงด้วยราคาที่ไหลลงจนแทบเป็นศูนย์ พร้อมกับเงินของคนที่เข้าไปทีหลังสุด
ต้นตอของความเสี่ยงอยู่ที่โครงสร้างของมันเอง เหรียญมีมสร้างได้ในเวลาไม่กี่ชั่วโมงโดยใครก็ได้ และผู้สร้างแทบทุกรายไม่เปิดเผยตัวตน ส่วนผสมสองอย่างนี้ทำให้เหรียญจำนวนมากถูกสร้างมาเพื่อหลอกเอาเงินตั้งแต่แรก รูปแบบที่พบบ่อยมีตั้งแต่การแฝงเงื่อนไขใน Smart Contract ให้นักลงทุนซื้อได้แต่ขายไม่ได้ ไปจนถึงรูปแบบคลาสสิกที่เรียกว่า Rug Pull คือผู้สร้างเป็นคนใส่เงินคู่กับเหรียญไว้ในกระดานเทรดแบบกระจายศูนย์เพื่อให้คนอื่นเข้ามาซื้อขายได้ พอเหยื่อเทเงินจริงเข้ามาซื้อเหรียญมากพอ ผู้สร้างก็ดึงเงินก้อนนั้นออกจากระบบทั้งหมดในคลิกเดียว เหลือไว้แต่เหรียญที่ขายให้ใครไม่ได้อีกต่อไป
เคสที่ดังที่สุดคือ Squid Game Token ช่วงปลายปี 2021 เหรียญที่เกาะกระแสซีรีส์ดังของ Netflix เปิดตัวที่ราคา 0.0006 ดอลลาร์ แล้วถูกปั่นขึ้นไปถึง 3,093 ดอลลาร์ คิดเป็นการพุ่งขึ้นหลายล้านเท่าในเวลาไม่ถึงสองสัปดาห์ ก่อนที่ผู้พัฒนาจะดึงสภาพคล่องหนีไปดื้อๆ ราคาร่วงเหลือศูนย์ภายในพริบตา ความเสียหายรวมกว่า 3.3 ล้านดอลลาร์ และเรื่องแบบนี้ไม่ใช่เหตุการณ์นานๆ ครั้ง นักสืบออนเชนชื่อดัง ZachXBT เคยเปิดโปงนักพัฒนารายเดียวที่สร้างเหรียญมีมหลอกลวงแบบนี้ถึง 114 เหรียญภายในเดือนครึ่ง ทำซ้ำเป็นสายพานอุตสาหกรรม

ภาพ: กลไก Rug Pull ที่ผู้สร้างเหรียญดึงสภาพคล่องหนี ทิ้งนักลงทุนไว้กับเหรียญที่ขายไม่ออก
และต่อให้เจอเหรียญที่ทีมงานตั้งใจทำจริง ไม่ได้คิดโกงใคร ความเสี่ยงพื้นฐานก็ยังอยู่ครบ เพราะราคาที่ขึ้นมาแทบทั้งหมดขึ้นด้วยกระแส เมื่อความสนใจย้ายไปที่อื่น แรงซื้อหายไป ราคาก็ปรับลงแรงโดยไม่มีพื้นฐานอะไรมารองรับ ยิ่งไปกว่านั้น เหรียญมีมเกิดใหม่ส่วนใหญ่ซื้อขายกันบนกระดานแบบกระจายศูนย์ที่สภาพคล่องบางมาก จังหวะที่ทุกคนอยากออกพร้อมกัน คำสั่งขายเพียงไม่กี่รายการก็กดราคาลงได้หลายสิบเปอร์เซ็นต์ คนที่ออกช้าที่สุดจึงมักขายได้ในราคาที่ต่ำกว่าที่เห็นบนจอมาก หรือขายไม่ออกเลย นี่คือเหตุผลที่ผลลัพธ์ของคนส่วนใหญ่ในตลาดนี้คือขาดทุน แม้ตลาดโดยรวมจะมีเรื่องเล่าของผู้ชนะให้เห็นตลอดเวลาก็ตาม
มุมมองแบบไทยๆ กติกาที่ต่างจากหวยลิบลับ
สำหรับคนไทย เกมของเหรียญมีมมีเงื่อนไขเพิ่มอีกชั้นที่หลายคนไม่รู้ คือตั้งแต่วันที่ 11 มิถุนายน 2021 ก.ล.ต. ออกเกณฑ์ห้ามศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในไทยคัดเลือกเหรียญประเภทมีมเข้ากระดานเพิ่ม ด้วยเหตุผลว่าเป็นเหรียญที่ไม่มีวัตถุประสงค์หรือสาระชัดเจน ราคาวิ่งตามกระแสโซเชียล (เกณฑ์นี้ไม่มีผลย้อนหลังกับเหรียญที่อยู่บนกระดานก่อนหน้านั้น และ ก.ล.ต. ยังออกมาย้ำจุดยืนเดิมอยู่เป็นระยะ) ผลในทางปฏิบัติคือเหรียญมีมเกิดใหม่แทบทั้งหมดไม่มีทางโผล่บนกระดานไทย คนไทยที่อยากเล่นจึงต้องออกไปกระดานต่างประเทศหรือกระดานแบบกระจายศูนย์เอง ซึ่งอยู่นอกร่มการกำกับดูแลของไทยทั้งหมด เกิดอะไรขึ้นก็ไม่มีหน่วยงานไทยช่วยตามเงินคืนให้ได้

ภาพ: เกณฑ์ปี 2021 ทำให้เหรียญมีมเกิดใหม่ไม่มีบนกระดานไทย เส้นทางที่เหลือล้วนอยู่นอกการคุ้มครอง
ส่วนตัวเกมเก็งกำไรเอง คนไทยจำนวนมากเข้าใจธรรมชาติของมันดีอยู่แล้วผ่านสิ่งที่อยู่คู่สังคมไทยมานาน คือหวย เงินก้อนเล็ก โอกาสน้อย แต่ถ้าถูกคือเปลี่ยนชีวิต ความรู้สึกแบบเดียวกันเป๊ะกับที่ดึงคนเข้าเหรียญมีม และการมองผ่านมุมนี้ไม่ใช่เรื่องน่าอาย เพราะแม้แต่คนในวงการเองก็เปรียบเทียบแบบนี้กันตรงๆ ว่าถ้าจะซื้อเหรียญมีม ให้คิดเหมือนซื้อหวย
แต่จุดที่ต้องมองให้ขาดคือ กติกาของสองเกมนี้ต่างกันมาก หวยมีกติกาตายตัวและโปร่งใสกว่าอย่างไม่น่าเชื่อ รู้ราคาต่อใบ รู้วันออกรางวัล รู้เงินรางวัลล่วงหน้า และสลากมีจำนวนจำกัดต่อรอบ ส่วนเหรียญมีมไม่มีอะไรแน่นอนเลยสักข้อ ไม่รู้ว่าใครเป็นคนสร้างเกม ไม่รู้ว่ารอบของกระแสจะจบเมื่อไหร่ เจ้าของเหรียญบางรายถือเหรียญก้อนใหญ่รอเทใส่ผู้เล่นได้ทุกเมื่อ และที่ต่างที่สุดคือ คนออกเหรียญพิมพ์สลากใหม่ได้เองไม่จำกัด เกมที่หน้าตาเหมือนการวัดดวงธรรมดา จึงมีความเสี่ยงอีกชั้นที่การวัดดวงแบบไทยๆ ไม่มี คือเจ้ามือที่มองไม่เห็นตัวและเขียนกติกาเองได้ระหว่างเกม

ภาพ: เกมวัดดวงที่คนไทยคุ้นเคยมีกติกาชัดเจนกว่าเหรียญมีมหลายขั้น
มุมที่แฟร์กับเหรียญมีม มันไม่ใช่แค่การพนันเสมอไป
เขียนมาถึงตรงนี้ เหรียญมีมอาจดูเป็นผู้ร้ายเต็มตัว แต่ถ้าจะให้แฟร์ ก็ต้องเล่ามุมที่เหลือด้วย สำหรับคนจำนวนไม่น้อย เหรียญมีมไม่ใช่การลงทุนตั้งแต่แรก แต่เป็นวัฒนธรรมอินเทอร์เน็ตรูปแบบหนึ่ง การถือเหรียญคือการประกาศว่าเป็นส่วนหนึ่งของมุกตลกวงใหญ่ ได้อยู่ในชุมชนที่สนุกด้วยกัน แบบเดียวกับที่คนสะสมของที่ระลึกของทีมกีฬาโดยไม่ได้คิดว่ามันจะทำกำไร ชุมชน Dogecoin ที่ระดมเงินไปสนับสนุนทีมกีฬาคือตัวอย่างว่าพลังของการรวมตัวแบบนี้มีอยู่จริง
อีกมุมหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ เหรียญมีมเป็นประตูบานแรกที่พาคนจำนวนมหาศาลเข้ามารู้จักโลกคริปโต หลายคนโหลดกระเป๋าเงินดิจิทัลครั้งแรก ทำธุรกรรมบนบล็อกเชนครั้งแรก และเริ่มตั้งคำถามว่าเหรียญอื่นๆ ทำงานยังไง ก็เพราะอยากซื้อเหรียญหมาตัวหนึ่งเท่านั้นเอง ปัญหาคือประตูบานนี้เก็บค่าผ่านทางแพงมากสำหรับคนที่เข้ามาโดยไม่รู้กติกา บทเรียนแรกของหลายคนจึงเป็นบทเรียนราคาแพงที่สุดในชีวิตการลงทุนของพวกเขา

ภาพ: เหรียญมีมคือประตูบานแรกเข้าสู่โลกคริปโตของคนจำนวนมาก แต่เป็นประตูที่เก็บค่าผ่านทางแพง
มุมที่สมดุลที่สุดจึงอาจเป็นแบบนี้ เหรียญมีมคือปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมที่มีกลไกการเงินความเสี่ยงสูงมากซ่อนอยู่ข้างใน มองข้ามด้านวัฒนธรรมไปก็จะไม่เข้าใจว่าทำไมมันไม่ตายสักที มองข้ามด้านความเสี่ยงไปก็อาจกลายเป็นเหยื่อรายต่อไปของสถิติที่คนส่วนใหญ่ขาดทุน
สรุป เหรียญตลกที่ต้องเข้าใจแบบจริงจัง
Memecoin คือเหรียญที่เกิดจากมุกตลกและกระแสอินเทอร์เน็ต ไม่มีการใช้งานจริงจังรองรับ มูลค่าของมันวิ่งด้วยความสนใจและแรงเก็งกำไรล้วนๆ นั่นทำให้มันสร้างทั้งผลตอบแทนระดับเปลี่ยนชีวิตและความเสียหายระดับหมดตัวได้ในเวลาอันสั้นพอกัน ประวัติศาสตร์ตั้งแต่ Dogecoin ถึง BONK บอกซ้ำๆ ว่าผู้ชนะตัวจริงมีไม่กี่สิบตัวจากเหรียญนับล้าน และในจำนวนนั้นก็มีเหรียญที่ตั้งใจสร้างมาโกงปะปนอยู่มหาศาล
บทความนี้ไม่ได้เขียนขึ้นเพื่อชวนใครเข้าไปเสี่ยง และไม่ได้เขียนเพื่อตัดสินคนที่เลือกเสี่ยงเช่นกัน แต่ถ้าใครตัดสินใจจะแตะเหรียญประเภทนี้จริงๆ กติกาข้อเดียวที่วงการนี้ย้ำตรงกันมาตลอดคือ ใช้เฉพาะเงินที่พร้อมเสียได้ทั้งก้อนโดยชีวิตไม่สะเทือน และอย่าให้เหรียญมีมเป็นเงินก้อนแรกหรือก้อนเดียวที่มีในโลกคริปโต เพราะเกมนี้ไม่ใช่เกมที่ความรู้น้อยแล้วรอดได้ด้วยดวงเพียงอย่างเดียว
คำถามที่พบบ่อย
Memecoin คืออะไร
เหรียญคริปโตที่สร้างขึ้นจากมุกตลก มีม หรือกระแสบนอินเทอร์เน็ต เน้นความบันเทิงและชุมชนเป็นหลัก ส่วนใหญ่ไม่มีการใช้งานหรือเทคโนโลยีจริงจังรองรับ ราคาจึงเคลื่อนไหวตามกระแสความสนใจและแรงเก็งกำไรเป็นหลัก
เหรียญมีมต่างจากเหรียญคริปโตทั่วไปยังไง
เหรียญคริปโตทั่วไปมักผูกกับระบบหรือการใช้งานบางอย่าง เช่น เป็นเหรียญของเครือข่ายบล็อกเชนหรือแพลตฟอร์ม ทำให้พอมีหลักให้ประเมินมูลค่า ส่วนเหรียญมีมไม่มีหลักยึดแบบนั้น ราคาขึ้นลงตามกระแสล้วนๆ จึงผันผวนรุนแรงกว่ามาก
Dogecoin ใครสร้าง และทำไมถึงดัง
Dogecoin ถูกสร้างปี 2013 โดย Jackson Palmer และ Billy Markus เพื่อล้อเลียนกระแสคริปโตยุคนั้น ใช้รูปหมาชิบะจากมีมดัง มาดังระเบิดช่วงปี 2021 เมื่อคนดังอย่าง Elon Musk พูดถึงบ่อยครั้ง ราคาพุ่งเกือบ 300 เท่าใน 7 เดือน จนติดอันดับ 4 ของเหรียญมูลค่าตลาดสูงสุดในตลาดคริปโต
Rug Pull คืออะไร
กลโกงที่ผู้สร้างเหรียญเปิดให้คนเข้ามาซื้อขายจนเงินจริงไหลเข้าระบบมากพอ แล้วดึงสภาพคล่องทั้งหมดออกไป ทำให้ราคาเหรียญร่วงเหลือศูนย์ทันทีและนักลงทุนขายเหรียญไม่ได้อีก เคสดังคือ Squid Game Token ปี 2021 ที่สร้างความเสียหายกว่า 3.3 ล้านดอลลาร์
เหรียญมีมซื้อขายในไทยได้ไหม
ตั้งแต่มิถุนายน 2021 ก.ล.ต. ห้ามศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในไทยคัดเลือกเหรียญมีมเข้ากระดานเพิ่ม (ไม่มีผลย้อนหลังกับเหรียญที่อยู่บนกระดานอยู่ก่อน) เหรียญมีมเกิดใหม่จึงแทบไม่มีบนกระดานไทย การไปซื้อผ่านกระดานต่างประเทศหรือกระดานแบบกระจายศูนย์ทำให้อยู่นอกการคุ้มครองของหน่วยงานกำกับไทยทั้งหมด
ลงทุนเหรียญมีมดีไหม
เหรียญมีมเป็นสินทรัพย์ความเสี่ยงสูงมาก คนส่วนใหญ่ที่เข้ามาขาดทุน และมีเหรียญจำนวนมากที่สร้างมาเพื่อโกงโดยตรง ผู้ที่สนใจควรศึกษากลไกและความเสี่ยงให้เข้าใจถ่องแท้ก่อน และหากจะเข้าตลาดนี้ควรใช้เฉพาะเงินที่พร้อมเสียได้ทั้งหมดเท่านั้น
📖 เรื่องนี้ผู้เขียนเล่าไว้ละเอียดกว่านี้ในหนังสือ Cryptocurrency & Digital Asset 101 บทที่ว่าด้วย Memecoin เมื่อความรู้สึกกลายเป็นสิ่งที่ลงทุนได้