Bitcoin + Macro Weekly สัปดาห์ที่ 37: เพดานที่ทุกคนมองเห็น
บทวิเคราะห์โดย พีรพัฒน์ หาญคงแก้ว

Bitcoin + Macro Weekly สัปดาห์ที่ 37: เพดานที่ทุกคนมองเห็น

คลังสหรัฐฯ ซื้อคืนพันธบัตร 3 เท่าปกติ แต่ยีลด์ยังพุ่ง 4.85% น้ำมันทะลุ 101 ดอลลาร์ Bitcoin ติดเพดาน 83,000-86,000 ดอลลาร์ แรงขายเบาสุด โดยปริ้น Merkle Capital

Bitcoin + Macro Weekly สัปดาห์ที่ 37/2026 คอลัมน์วิเคราะห์ประจำสัปดาห์โดย Merkle Capital ร่วมกับ Bitcoin Addict

เพดานที่ทุกคนมองเห็น สัปดาห์นี้ตลาดพิสูจน์ว่าคำพูดของผู้กำหนดนโยบายแพ้แรงกดดันเชิงโครงสร้าง กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ทำปฏิบัติการซื้อคืนพันธบัตรก้อนใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยทำ มากกว่าปกติถึง 3 เท่า แต่ผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีกลับพุ่งสวนทางไปแตะ 4.85% สูงสุดนับตั้งแต่ปลายปี 2023 น้ำมันเบรนต์ทะลุ 101 ดอลลาร์จากสงครามที่ยืดเยื้อมาเจ็ดเดือน ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานตัวล่าสุดที่มีอยู่ในมือกลับเย็นลงสุดในรอบ 5 ปี สวนทางกับตลาดที่ให้น้ำหนักถึง 62% ว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ย ฝั่ง Bitcoin ก็เจอภาพคล้ายกัน ติดอยู่ใต้เพดาน 83,000 ถึง 86,000 ดอลลาร์ที่ข้อมูลสามชุดที่ไม่เกี่ยวข้องกันชี้ตรงกัน แต่ต่างจากทุกรอบก่อนหน้าตรงที่แรงขายเบาที่สุดของปี ทั้งสองตลาดกำลังรอคำตัดสินเดียวกัน ตัวเลขเงินเฟ้อผู้บริโภคเดือนสิงหาคมที่จะประกาศคืนวันศุกร์นี้

บทวิเคราะห์ชิ้นนี้ตั้งต้นจากบทวิเคราะห์ Bitcoin และเศรษฐกิจมหภาคประจำสัปดาห์ของ ภาณุวิชญ์ ไทยานนท์ (ปริ้น) Senior Investment Consultant บริษัท เมอร์เคิล แคปปิตอล จำกัด ร่วมกับ พีรพัฒน์ หาญคงแก้ว CEO บริษัท คริปโตมายด์ แอดไวเซอรี่ จำกัด โดยใช้ข้อมูลมหภาคจาก Bloomberg และข้อมูล On-chain จาก Glassnode "The Week On-chain" กองบรรณาธิการ Bitcoin Addict ตรวจสอบตัวเลขกับแหล่งต้นทางทุกจุดก่อนเผยแพร่ และขยายความด้วยข้อมูลสภาพคล่องโลกจากคลังของทีม ตัวเลขทุกตัวกำกับวันที่ของข้อมูลไว้ในวงเล็บหรือในเนื้อความ

เมื่อตลาดเรียกไพ่รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ

นายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ข่มตลาดมาหลายสัปดาห์ โดยอ้างว่าตนมี ข้อมูลที่ไม่สมมาตร เหนือนักลงทุน และท้าเทรดเดอร์ค่าเงินว่าเดิมพันสวนตนได้เลยถ้าอยาก วันพุธที่ 9 กันยายน 2026 คลังจึงทำปฏิบัติการซื้อคืนพันธบัตรระยะยาวรอบแรกด้วยวงเงิน 6,000 ล้านดอลลาร์ ตัวเลขนี้มักถูกอ่านผิดว่าเป็นวงเงินที่น้อยจนตลาดผิดหวัง แต่ความจริงคือตรงกันข้าม 6,000 ล้านดอลลาร์คือ มากกว่าวงเงินปกติถึง 3 เท่า (เพดานเดิมอยู่ที่ 2,000 ล้านดอลลาร์ต่อรอบ) และเกินพื้นเพดานใหม่ที่คลังเพิ่งประกาศไว้เมื่อ 19 สิงหาคมว่าจะขยับขึ้นเป็นอย่างน้อย 4,000 ล้านดอลลาร์ด้วยซ้ำ CNBC พาดหัวข่าวนี้ตรงๆ ว่าเป็นวงเงิน "triple the normal level"

สิ่งที่ตลาดผิดหวังจริงๆ จึงไม่ใช่ขนาดวงเงินที่เล็กเกินคาด แต่คือ ผลลัพธ์ ทั้งที่คลังอัดเงินก้อนใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยทำมา ผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีกลับยังพุ่งต่อไปแตะ 4.85% สูงสุดนับตั้งแต่ปลายปี 2023 ส่วนอายุ 30 ปีอยู่ที่ 5.29% ใกล้ระดับ 5.30% ซึ่งนักวิเคราะห์ตลาดพันธบัตรบางส่วน เช่น Ian Lyngen จาก BMO Capital Markets มองเป็นระดับจับตาที่อาจกดดันให้คลังต้องขยับมาตรการเพิ่ม แต่ระดับนี้ไม่ใช่คำมั่นทางการที่เบสเซนต์หรือคลังเคยประกาศว่าจะเข้าแทรกแซง เท่ากับตลาดกำลังบอกว่าต่อให้อัดเงินซื้อคืนก้อนใหญ่แค่ไหน ก็ยังกดยีลด์ลงไม่ได้

Dan Morehead ผู้ก่อตั้ง Pantera Capital สรุปสถานการณ์นี้ไว้ตรงประเด็นที่สุด

"วิธีเดียวที่การบลัฟจะได้ผลคือไม่มีใครบนโต๊ะโป๊กเกอร์รู้ว่าคุณกำลังบลัฟ ผมว่ามันสวนกลับมาเล่นงานตัวเองแล้ว"

Dan Morehead ผู้ก่อตั้ง Pantera Capital ให้สัมภาษณ์ 9 กันยายน 2026 ต้นฉบับ "The only way a bluff works is if nobody at the poker table knows you're bluffing... I think it just backfired"

MOVE Index
ความผันผวนที่ตลาดคาดของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ รายสัปดาห์
75 ระดับ
แตะกราฟเพื่อดูขยาย · เลื่อนเมาส์ดูค่ารายจุด
627589102116 ล่าสุด 75 มี.ค. 26มิ.ย. 26ก.ย. 26
526884100116 ล่าสุด 75 ก.ย. 25มี.ค. 26ก.ย. 26
507397120144 ล่าสุด 75 ก.ย. 24ก.ย. 25ก.ย. 26
507397120144 ล่าสุด 75 ก.ย. 23มี.ค. 25ก.ย. 26
คืออะไร
ดัชนีวัดความเหวี่ยงของราคาพันธบัตรสหรัฐที่ตลาดคาดไว้ล่วงหน้า เทียบได้กับ VIX ของฝั่งหุ้น ตัวเลขยิ่งสูงตลาดพันธบัตรยิ่งปั่นป่วน
อ่านยังไง
ต่ำกว่า 85 คือสงบ หลักประกันในตลาด repo โดนหักส่วนลดน้อย สภาพคล่องขยายง่าย 85 ถึง 110 ปานกลาง เกิน 110 คือปั่นป่วน ส่วนลดหลักประกันพุ่ง สภาพคล่องหดโดยไม่ต้องมีใครประกาศ
วันนี้
75 ตลาดพันธบัตรสงบ
ช่วง 3 ปี
สูงสุด 137 เมื่อ 7 เม.ย. 2025 · ต่ำสุด 56 เมื่อ 19 ม.ค. 2026
ข้อจำกัด
ค่าดัชนีมาจาก Yahoo Finance ซึ่งอาจล่าช้ากว่าแหล่งทางการของ ICE ได้ในบางวัน
ข้อมูลถึง 3 ก.ย. 2026 · อัปเดตล่าสุด 10 ก.ย. 2026 06:41 น.

เหตุผลเชิงกลไกที่การซื้อคืนพันธบัตรของกระทรวงการคลังได้ผลแค่ชั่วคราวอยู่ที่ตัวมันเองไม่ใช่การผ่อนคลายเชิงปริมาณแบบที่เฟดเคยทำ กระทรวงการคลังไม่มีอำนาจสร้างเงินใหม่ สิ่งที่ทำได้คือออกตราสารหนี้ระยะสั้นเพื่อระดมเงินมาซื้อพันธบัตรระยะยาวคืน ปริมาณหนี้รวมในระบบจึงไม่ได้ลดลงแม้แต่ดอลลาร์เดียว สิ่งที่เปลี่ยนมีแค่อายุเฉลี่ยของหนี้ที่สั้นลงเท่านั้น มาตรการแบบนี้ช่วยลดความผันผวนของราคาพันธบัตรระยะยาวได้ในระยะสั้น แต่ไม่ได้แตะต้นเหตุคือปริมาณหนี้ทั้งก้อนที่ตลาดต้องหาคนซื้อ ต้นเหตุที่เครื่องมือของคลังไปไม่ถึงจึงเป็นปัจจัยเชิงโครงสร้างสองข้อ ข้อแรกคือการขาดดุลงบประมาณที่เกือบแตะ 2 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี ข้อสองคือสงครามอิหร่านที่ทำให้ราคาพลังงานพุ่งและเป็นแรงกดดันเงินเฟ้อฝั่งอุปทานที่นโยบายการคลังแก้ไม่ได้เลย

น้ำมันคือปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้

เบรนต์ขึ้นสูงสุดที่ 101.94 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเมื่อ 9 กันยายน ทะลุระดับ 101 ดอลลาร์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ตัวจุดชนวนรอบนี้ไม่ใช่คำประกาศใหม่จากอิหร่าน แต่คือปฏิบัติการของกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ที่ยืนยันว่าโจมตีทำลายเรือบรรทุกน้ำมันอิหร่าน 5 ลำในอ่าวโอมานใกล้เกาะคาร์ก สงครามอิหร่าน-สหรัฐฯ-อิสราเอลครั้งนี้ยืดเยื้อมาตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2026 แล้ว ไม่ใช่เรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นสัปดาห์นี้ตามที่หลายฝ่ายเข้าใจผิด

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านบอก Bloomberg ว่าผู้นำมองสงครามนี้เป็น ภัยคุกคามต่อการดำรงอยู่ จึงไม่มีทางเลือกนอกจากสู้ต่อ แม้สหรัฐฯ จะปิดล้อมทางทะเลไปแล้วก็ตาม ขณะที่ทรัมป์กล่าวเองว่าสงครามจะจบหลังการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ และย้ำว่าราคาน้ำมันจะยังไม่ลดลงก่อนหน้านั้น เท่ากับตลาดต้องอยู่กับต้นทุนพลังงานที่สูงไปอีกอย่างน้อยหลายเดือน โดยไม่มีเครื่องมือนโยบายใดในมือรัฐบาลที่แก้ปัญหานี้ได้โดยตรง

ความย้อนแย้งของข้อมูลเงินเฟ้อ

จุดที่ Glassnode ชี้คมที่สุดในสัปดาห์นี้คือความขัดแย้งระหว่างตัวเลขที่มีอยู่จริงกับสิ่งที่ตลาดกำลังกำหนดราคาไปล่วงหน้า เงินเฟ้อพื้นฐานสหรัฐฯ ตัวล่าสุดที่มีอยู่ในมือคือข้อมูลเดือนกรกฎาคม (ประกาศ 12 สิงหาคม 2026) อยู่ที่ 2.5% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2021 หรือราวห้าปี ไม่ใช่แค่สองปีตามที่มักถูกเข้าใจผิด ส่วนตัวเลขเดือนสิงหาคมที่จะเป็นตัวชี้ขาดจริงยังไม่ประกาศ จะออกคืนวันศุกร์นี้ (11 กันยายน 2026 ตามเวลาสหรัฐฯ)

ดัชนีดอลลาร์
ดัชนีดอลลาร์ถ่วงน้ำหนักการค้าของเฟด (DXY broad) รายสัปดาห์
118.8 ระดับ
แตะกราฟเพื่อดูขยาย · เลื่อนเมาส์ดูค่ารายจุด
117.8118.8119.8120.7121.7 ล่าสุด 118.8 มี.ค. 26มิ.ย. 26ก.ย. 26
117.1118.4119.7120.9122.2 ล่าสุด 118.8 ก.ย. 25มี.ค. 26ก.ย. 26
116.5119.9123.4126.8130.2 ล่าสุด 118.8 ก.ย. 24ก.ย. 25ก.ย. 26
116.5119.9123.4126.8130.2 ล่าสุด 118.8 ก.ย. 23มี.ค. 25ก.ย. 26
คืออะไร
ค่าเงินดอลลาร์เทียบตะกร้าสกุลเงินคู่ค้าหลักของสหรัฐ คำนวณโดยเฟด ดอลลาร์แข็งคือตัวเลขสูง ดอลลาร์อ่อนคือตัวเลขต่ำ
อ่านยังไง
ดูทิศทางเป็นหลัก ดอลลาร์อ่อนลงมักไปพร้อมสภาพคล่องโลกที่ขยาย ดอลลาร์แข็งขึ้นมักไปพร้อมสภาพคล่องที่หด ในการทดสอบของทีม ดัชนีนี้ตอบสนองต่อสภาพคล่องแทบทันที จึงใช้เป็นมิเตอร์เร็วได้
วันนี้
118.8 จุด
ช่วง 3 ปี
สูงสุด 129.3 เมื่อ 1 ม.ค. 2025 · ต่ำสุด 117.5 เมื่อ 11 ก.พ. 2026
ข้อจำกัด
ความสัมพันธ์กับสภาพคล่องเป็นข้อสังเกตจากการเทียบข้อมูลย้อนหลังของทีม ไม่ใช่กฎตายตัว และดัชนีนี้เป็นข้อมูลรายสัปดาห์จาก FRED อาจอัปเดตช้ากว่าราคาดอลลาร์แบบเรียลไทม์เล็กน้อย
ข้อมูลถึง 2 ก.ย. 2026 · อัปเดตล่าสุด 10 ก.ย. 2026 06:41 น.

ขณะที่เงินเฟ้อในมือกำลังเย็นลง การคาดการณ์เงินเฟ้อของครัวเรือนกลับสวนทาง อยู่ที่ 3.6% ตามผลสำรวจ Survey of Consumer Expectations ของเฟดสาขานิวยอร์กประจำเดือนสิงหาคม 2026 ทำให้ช่องว่างระหว่างตัวเลขจริงกับความคาดหวังของครัวเรือนกว้างที่สุดในรอบ 3 ปี รายงาน Glassnode สรุปไว้ตรงประเด็นว่ายีลด์ที่จุดสูงสุดของวัฏจักรพร้อมกับตัวเลขพื้นฐานที่เย็นลง ทำให้การขึ้นดอกเบี้ยมีเหตุผลรองรับได้ยากในทางทฤษฎี

แต่ตลาดสวอปกลับให้น้ำหนักราว 62% (ช่วงที่รายงานจริงกระจายอยู่ 56 ถึง 66%) ว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 15 ถึง 16 กันยายน และกำหนดราคาการขึ้นดอกเบี้ยอย่างน้อย 2 ครั้งภายในกลางปีหน้าไว้เต็มแล้ว ตัวเลขนี้ฟังดูสวนทางกับสามัญสำนึกเศรษฐศาสตร์ แต่ไม่ใช่เรื่องพิมพ์ผิด เพราะมีปัจจัยหนุนสองข้อพร้อมกัน คือท่าทีแข็งกร้าวของประธานเฟดที่แจ็กสันโฮลเมื่อปลายเดือนสิงหาคม และแรงกดดันเงินเฟ้อฝั่งพลังงานจากสงครามอิหร่านที่กล่าวไปข้างต้น ทุกอย่างจึงไปรวมที่ตัวเลข CPI คืนวันศุกร์ ซึ่ง Brown Brothers Harriman มองว่าตัวเลขที่ร้อนแรงจะปิดประตูให้เฟดขึ้นดอกเบี้ยได้แทบทันที ส่วนตัวเลขที่เย็นลงกว่าคาดจะทำให้ดอลลาร์เปราะบางขึ้นทันที

คอลัมน์นี้เขียนถึงเรื่องเดียวกันมาตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว ตอนนั้นตลาดให้โอกาสเฟดขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายนราว 70% หลังนายเควิน วอร์ช ประธานเฟดคนใหม่ที่สาบานตนเข้ารับตำแหน่งเมื่อ 22 พฤษภาคม 2026 ส่งสัญญาณแข็งกร้าวที่แจ็กสันโฮลเมื่อ 28 สิงหาคม จน Barclays พลิกมุมมองจากไม่ขยับทั้งปีเป็นขึ้น 2 ครั้งในปีนี้ สัปดาห์นี้ตัวเลขขยับลงมาที่ 62% แต่ยังอยู่ในฝั่งที่ตลาดเชื่อว่าจะขึ้นมากกว่าไม่ขึ้น ถ้าเกิดขึ้นจริงในวันที่ 16 กันยายน จะเป็นการขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกของเฟดนับตั้งแต่ปี 2023 และเป็นการขึ้นดอกเบี้ยในช่วงที่ยีลด์ระยะยาวสูงอยู่แล้ว ต่างจากทุกรอบขึ้นดอกเบี้ยก่อนหน้าที่มักเกิดตอนยีลด์ยังมีช่องให้ขยับขึ้นต่อ

ผลกระทบที่ข้ามมาถึงค่าเงินบาท

แรงส่งจากการตีความท่าทีเฟดแบบนี้ไม่ได้อยู่แค่ในตลาดสหรัฐฯ เงินบาทเองก็แกว่งตามจังหวะเดียวกันมาตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมา วันที่ 31 สิงหาคม 2026 เงินบาทเปิดตลาดที่ 33.16 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงจากปิดวันก่อนหน้าที่ 32.94 หลังนักลงทุนตีความสุนทรพจน์ของประธานเฟดที่แจ็กสันโฮลว่าแข็งกร้าวกว่าคาด และปรับมุมมองว่าเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายนจริง แต่พอถึงวันที่ 4 กันยายน บาทกลับแข็งค่าขึ้นมาเปิดที่ 32.89 บาทต่อดอลลาร์ หลังเจ้าหน้าที่เฟดบางรายส่งสัญญาณพร้อมคงดอกเบี้ยไว้หากตัวเลขเงินเฟ้อเริ่มชะลอตัว (รายงานภาวะตลาดเงินบาทของอินโฟเควสท์ 31 สิงหาคม และ 4 กันยายน 2026) แปลว่าตัวเลข CPI เดือนสิงหาคมที่จะประกาศคืนวันศุกร์นี้ไม่ได้เป็นแค่ตัวชี้ขาดราคา Bitcoin กับยีลด์พันธบัตรสหรัฐฯ เท่านั้น แต่ยังเป็นตัวแปรที่จะกำหนดทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์หน้าไปพร้อมกัน ซึ่งกระทบต้นทุนโดยตรงของนักลงทุนไทยที่ต้องแลกเงินบาทเป็นดอลลาร์เพื่อซื้อ Bitcoin ผ่านช่องทางต่างประเทศ

ราคา Bitcoin เทียบต้นทุนตลาด
ราคาตลาดกับเส้นต้นทุน 3 เส้น รายวัน
$78.5k มูลค่า
แตะกราฟเพื่อดูขยาย · เลื่อนเมาส์ดูค่ารายจุด
$50k$59k$69k$79k$89kราคา BTCRealized PriceTrue Market MeanSTH Realizedมี.ค. 26มิ.ย. 26ก.ย. 26
$46k$67k$88k$109k$130kราคา BTCRealized PriceTrue Market MeanSTH Realizedก.ย. 25มี.ค. 26ก.ย. 26
$24k$51k$78k$105k$132kราคา BTCRealized PriceTrue Market MeanSTH Realizedก.ย. 24ก.ย. 25ก.ย. 26
$12k$42k$72k$103k$133kราคา BTCRealized PriceTrue Market MeanSTH Realizedส.ค. 23ก.พ. 25ก.ย. 26
คืออะไร
ราคา Bitcoin เทียบเส้นต้นทุน 3 เส้น Realized Price คือต้นทุนเฉลี่ยของทุกเหรียญ True Market Mean คือต้นทุนเฉลี่ยของนักลงทุนที่ยังเคลื่อนไหวอยู่ STH Realized คือต้นทุนของคนที่เพิ่งซื้อไม่เกิน 155 วัน
อ่านยังไง
ราคาเหนือทุกเส้นคือตลาดกำไรทั่วหน้า ราคาต่ำกว่า STH Realized คือคนเพิ่งซื้อขาดทุน มักเป็นโซนก้นรอบย่อย ราคาหลุด Realized Price คือขาดทุนทั้งกระดาน เกิดไม่บ่อย
วันนี้
ราคา $78.5k เหนือทุกเส้นต้นทุน ตลาดกำไรทั่วหน้า (Realized $52.8k · True Market Mean $78.1k · STH $71.0k)
ช่วง 3 ปี (ราคา)
สูงสุด $124.7k เมื่อ 6 ต.ค. 2025 · ต่ำสุด $25.2k เมื่อ 11 ก.ย. 2023
ข้อจำกัด
นี่คือมุมมูลค่า (ราคาถูกหรือแพงเทียบต้นทุน) ไม่ใช่มุมโมเมนตัม ค่าที่แปลว่ายังไม่ขาดทุน ไม่ได้แปลว่าราคาถูก เส้นต้นทุนทั้งสามมาจาก BGeometrics ราคาจาก Binance เส้นต้นทุนอัปเดตช้ากว่าราคาได้หลายวัน ราคาที่แสดงมาจาก Binance daily close อาจต่างจากค่าพีค/ค่าต่ำสุดที่เว็บอื่นรายงานเล็กน้อยตามแหล่งราคาและช่วงเวลาปิดวันที่ใช้
ข้อมูลถึง 8 ก.ย. 2026 · อัปเดตล่าสุด 10 ก.ย. 2026 06:41 น.
ที่มา: Binance BTCUSDT · BGeometrics

มุมสภาพคล่องโลก แรงสวนทางที่เกิดขึ้นพร้อมกัน

สิ่งที่ทำให้สัปดาห์นี้แปลกกว่าปกติคือ นโยบายการคลังกับนโยบายการเงินกำลังดึงกันคนละทิศทางอย่างชัดเจน ฝั่งการคลังกำลังทำสิ่งที่มีผลคล้ายการอัดสภาพคล่อง ผ่านปฏิบัติการซื้อคืนพันธบัตรก้อนใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยทำ ในจังหวะเดียวกับที่ตลาดให้น้ำหนักถึง 62% ว่าเฟดกำลังจะขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งเป็นนโยบายการเงินที่ตึงตัว สองแรงนี้เกิดพร้อมกันแบบที่ไม่ค่อยเห็นบ่อยในรอบวัฏจักรก่อนหน้า

ดัชนีสภาพคล่องโลก (Global Liquidity Index) ที่ทีมมารวยติดตามตามกรอบของ Michael Howell แห่ง CrossBorder Capital ยังคงเคลื่อนไหวในทิศทางที่สอดคล้องกับภาพนี้ ข้อมูลล่าสุดที่มีในมือ ณ 19 สิงหาคม 2026 ชี้ว่าโมเมนตัมรอบ 3 เดือนของดัชนียังติดลบราว 2.9% แม้จะเพิ่งพลิกเป็นบวกบางๆ ในช่วง 6 สัปดาห์หลังสุด สอดคล้องกับภาพที่บทวิเคราะห์นี้อธิบายไว้ตลอดว่าโครงสร้างกำลังชนะคำพูด เมื่อสภาพคล่องโดยรวมยังไม่ขยายตัวเร็วพอ อัตราคิดลดที่สูงขึ้นจากยีลด์พันธบัตรจึงไม่มีแรงถ่วงมาคาน และกลายเป็นตัวกำหนดราคาสินทรัพย์เสี่ยงแทน

ดัชนีสภาพคล่องธนาคารกลาง
Fed + ECB + BOJ รวมเป็นดอลลาร์ก้อนเดียว รายสัปดาห์
16.66 ล้านล้าน$ ระดับ
แตะกราฟเพื่อดูขยาย · เลื่อนเมาส์ดูค่ารายจุด
16.4516.7317.0117.2917.57 ล่าสุด 16.66 มี.ค. 26มิ.ย. 26ก.ย. 26
16.4216.7917.1617.5317.90 ล่าสุด 16.66 ก.ย. 25มี.ค. 26ก.ย. 26
16.3616.9617.5518.1518.75 ล่าสุด 16.66 ก.ย. 24ก.ย. 25ก.ย. 26
16.3217.0717.8218.5719.32 ล่าสุด 16.66 ก.ย. 23มี.ค. 25ก.ย. 26
คืออะไร
เงินที่ธนาคารกลางสามแห่งใหญ่ปล่อยเข้าระบบการเงินโลกจริง รวมเป็นดอลลาร์ก้อนเดียว โดยฝั่งเฟดหักเงินที่ถูกดูดกลับไปเก็บไว้ (บัญชีคลังกับ reverse repo) ออกแล้ว
อ่านยังไง
ดูทิศทางเป็นหลัก ไม่ใช่ระดับ ระดับที่สูงอยู่แล้วไม่ได้แปลว่าดี ถ้ามันกำลังหดตัว สินทรัพย์เสี่ยงมักอึดอัดตาม
วันนี้
16.66 ล้านล้านดอลลาร์ ในงบดุลของเฟด ECB และ BOJ รวมกัน
ช่วง 3 ปี
สูงสุด 19.11 ล้านล้าน$ เมื่อ 27 ธ.ค. 2023 · ต่ำสุด 16.52 ล้านล้าน$ เมื่อ 29 ก.ค. 2026
ข้อจำกัด
ดัชนีนี้เป็นของ Bitcoin Addict คำนวณจากข้อมูลเปิด ไม่ใช่ตัวเลขทางการที่หน่วยงานไหนประกาศ ไม่ใช่ตัวเลข Global Liquidity Index ของ CrossBorder Capital ซึ่งรวมสภาพคล่องภาคเอกชนและมูลค่าหลักประกันเข้าไปด้วย ระดับจึงต่างกันมาก แต่ทิศทางใช้แทนกันได้ในระดับหนึ่ง
ข้อมูลถึง 2 ก.ย. 2026 · อัปเดตล่าสุด 10 ก.ย. 2026 06:41 น.

BTC on-chain เพดานที่ข้อมูลสามชุดชี้ตรงกัน

Bitcoin ให้ผลตอบแทน 23% ใน 21 วันทำการที่ผ่านมา ชนะทุกสินทรัพย์ที่ Glassnode ติดตามในช่วงเดียวกัน แต่ถ้านับตั้งแต่ต้นปียังติดลบ 10% เทียบกับดัชนี S&P 500 ที่บวก 13% ราคาทำจุดสูงสุดของรอบการดีดตัวครั้งนี้เมื่อ 3 กันยายน หยุดต่ำกว่าขอบล่างของแนวต้านเพียง 1.5% ก่อนจะย่อลงมาต่ำกว่า 80,000 ดอลลาร์อีกครั้ง จุดที่ควรระบุให้ชัดคือนี่คือ จุดสูงสุดของรอบขาขึ้นครั้งนี้ ไม่ใช่จุดสูงสุดตลอดกาล ซึ่งยังคงเป็น 126,198 ดอลลาร์เมื่อ 6 ตุลาคม 2025

สิ่งที่ทำให้รายงานฉบับนี้น่าเชื่อถือเป็นพิเศษคือ ข้อมูลสามชุดที่ไม่เกี่ยวข้องกันเลยชี้ไปยังกรอบเดียวกันคือ 83,000 ถึง 86,000 ดอลลาร์

  • ต้นทุนผู้ถือระยะยาว มี Bitcoin ราว 1.07 ล้านเหรียญที่ถูกซื้อในกรอบราคานี้ กระจุกตัวหนาที่สุดใกล้ 85,000 ดอลลาร์ และแทบไม่ขยับตำแหน่งเลยในรอบ 30 วันที่ผ่านมา
  • ชั้นบังคับปิดสถานะขายชอร์ต ที่ระดับ 82,000 ถึง 86,000 ดอลลาร์หนาขึ้น 21% นับตั้งแต่การบีบสถานะชอร์ตครั้งใหญ่เมื่อ 19 สิงหาคม ทั้งที่แผนที่การปิดสถานะโดยรวมหดตัวลงไปหนึ่งในสาม
  • จุดคุ้มทุนของ ETF สปอตสหรัฐฯ อยู่ที่ราว 86,000 ดอลลาร์ ซึ่งราคาปิดต่ำกว่าระดับนี้มาแล้วต่อเนื่อง 228 วันทำการ โดยขาดทุนทางบัญชีของผู้ถือ ETF แคบลงจากจุดลึกสุดที่ 1.8 หมื่นล้านดอลลาร์เหลือราว 3,900 ล้านดอลลาร์

STH-MVRV
ราคาตลาดเทียบต้นทุนของคนที่เพิ่งซื้อ (ถือไม่เกิน 155 วัน) รายวัน
1.10 เท่า มูลค่า
แตะกราฟเพื่อดูขยาย · เลื่อนเมาส์ดูค่ารายจุด
0.730.840.951.071.18 ทุน STH = 1.0 (ราคาเท่าต้นทุนคนเพิ่งซื้อ) ล่าสุด 1.10 มี.ค. 26มิ.ย. 26ก.ย. 26
0.660.790.921.061.19 ทุน STH = 1.0 (ราคาเท่าต้นทุนคนเพิ่งซื้อ) ล่าสุด 1.10 ส.ค. 25มี.ค. 26ก.ย. 26
0.650.831.011.201.38 ทุน STH = 1.0 (ราคาเท่าต้นทุนคนเพิ่งซื้อ) ล่าสุด 1.10 ส.ค. 24ส.ค. 25ก.ย. 26
0.640.841.041.241.44 ทุน STH = 1.0 (ราคาเท่าต้นทุนคนเพิ่งซื้อ) ล่าสุด 1.10 ส.ค. 23ก.พ. 25ก.ย. 26
คืออะไร
MVRV เฉพาะเหรียญที่ถือมาไม่เกิน 155 วัน ใช้ตอบว่าราคาวันนี้ถูกหรือแพงเทียบกับต้นทุนของคนที่เพิ่งเข้าซื้อรอบล่าสุด
อ่านยังไง
ต่ำกว่า 1.0 คือราคาต่ำกว่าทุนของคนเพิ่งซื้อ มักใกล้ก้นรอบย่อย 1.0 ถึง 1.3 คือสูงกว่าทุนคนเพิ่งซื้อแล้ว แม้ดูไม่อันตรายแต่ในมุมมูลค่าคือยังไม่ถูก เกิน 1.3 คือร้อนแรง เสี่ยงโดนขายทำกำไร
วันนี้
1.10 เท่า ราคาสูงกว่าทุนของคนเพิ่งซื้อแล้ว ไม่ใช่โซนราคาถูก
ช่วง 3 ปี
สูงสุด 1.39 เท่า เมื่อ 3 มี.ค. 2024 · ต่ำสุด 0.70 เท่า เมื่อ 5 ก.พ. 2026
ข้อจำกัด
นี่คือมุมมูลค่า (ราคาถูกหรือแพงเทียบต้นทุน) ไม่ใช่มุมโมเมนตัม ค่าที่แปลว่ายังไม่ขาดทุน ไม่ได้แปลว่าราคาถูก
ข้อมูลถึง 8 ก.ย. 2026 · อัปเดตล่าสุด 10 ก.ย. 2026 06:41 น.
ที่มา: BGeometrics

สิ่งที่ต่างจากเดือนสิงหาคม ไม่มีใครขาย

จุดที่ทำให้รอบนี้ต่างจากยอดของเดือนสิงหาคมอย่างชัดเจนคือแรงขายที่เบาลงมาก ค่า Sell-Side Risk Ratio ซึ่งวัดแรงกดดันขายเทียบกับมูลค่าตลาดลดเหลือ 7 เบสิสพอยต์ต่อวัน ไม่ถึงครึ่งของ 16 เบสิสพอยต์ตอนยอดเดือนสิงหาคม และห่างไกลจาก 35 และ 23 เบสิสพอยต์ตอนยอดเดือนกรกฎาคมและตุลาคมปี 2025 ขณะเดียวกันสัดส่วนกำไรที่ผู้ถือระยะยาวรับรู้ (Long-Term Holder Realized Profit Share) ลดลงจาก 88% เหลือ 47% แปลว่าคนที่ขายทำกำไรในเดือนนี้ส่วนใหญ่เป็นผู้ถือรายใหม่ ไม่ใช่ผู้ถือระยะยาวที่ทยอยขายเหมือนรอบก่อนหน้า

อีกสัญญาณหนึ่งที่ยืนยันภาพเดียวกันคือยังไม่มีการหมุนเงินเข้าอัลต์คอยน์แบบที่มักเกิดขึ้นก่อนถึงจุดสูงสุดของรอบ ส่วนแบ่งตลาดของอัลต์คอยน์ในรอบ 90 วันที่ผ่านมาติดลบ 0.9 จุด ต่างจากยอดสำคัญในอดีตที่ส่วนแบ่งตลาดอัลต์คอยน์มักพุ่งขึ้นอย่างน้อย 2.8 จุดก่อนถึงจุดพลิกกลับ

ทั้งสามสัญญาณนี้เมื่อวางรวมกันบอกสิ่งเดียวกันจากสามมุม ต้นทุนที่กระจุกตัวหนาไม่ได้แปลว่าจะขายทันทีที่ราคาแตะระดับนั้น เพราะผู้ถือกลุ่มนี้เพิ่งซื้อและมองเป็นการสะสมระยะยาวมากกว่าเป้าหมายทำกำไรระยะสั้น แรงขายที่บางเป็นประวัติการณ์แปลว่าฝั่งอุปทานยังไม่รีบขายทิ้งแม้ราคาจะแตะเพดานเดิมซ้ำ และการไม่มีเงินหมุนเข้าอัลต์คอยน์แปลว่าตลาดยังไม่เข้าสู่โหมดเก็งกำไรแบบที่มักเกิดใกล้จุดสูงสุดของรอบ ความเสี่ยงที่แท้จริงในสัปดาห์นี้จึงไม่ได้อยู่ที่แรงขายจากฝั่งผู้ถือ Bitcoin เอง แต่อยู่ที่ตัวแปรมหภาคภายนอกอย่างตัวเลข CPI และผลการประชุมเฟดที่จะกำหนดว่าอัตราคิดลดจะสูงขึ้นไปอีกหรือไม่

NUPL
กำไรหรือขาดทุนที่ยังไม่ได้ขายของทั้งตลาด รายวัน
0.33 มูลค่า
แตะกราฟเพื่อดูขยาย · เลื่อนเมาส์ดูค่ารายจุด
0.080.150.230.300.37 ล่าสุด 0.33 มี.ค. 26มิ.ย. 26ก.ย. 26
0.060.200.330.470.60 ล่าสุด 0.33 ก.ย. 25มี.ค. 26ก.ย. 26
0.060.210.370.520.68 ล่าสุด 0.33 ก.ย. 24ก.ย. 25ก.ย. 26
0.060.210.370.530.68 ล่าสุด 0.33 ส.ค. 23ก.พ. 25ก.ย. 26
คืออะไร
สัดส่วนกำไรหรือขาดทุนที่ยังไม่ได้ขายของทั้งตลาด คำนวณจาก MVRV (1 ลบด้วย 1 หาร MVRV) ต่ำกว่า 0 คือขาดทุนรวม 0 ถึง 0.25 Hope 0.25 ถึง 0.5 Optimism 0.5 ถึง 0.75 Belief เกิน 0.75 Euphoria
อ่านยังไง
ยิ่งสูงยิ่งมีกำไรค้างรอขาย แรงขายแฝงมาก ต่ำใกล้ศูนย์หรือติดลบคือคนส่วนใหญ่ยอมแพ้ มักเป็นโซนสะสมในอดีต
วันนี้
0.33 Optimism
ช่วง 3 ปี
สูงสุด 0.64 เมื่อ 11 มี.ค. 2024 · ต่ำสุด 0.10 เมื่อ 30 มิ.ย. 2026
ข้อจำกัด
ดัชนีนี้เป็นของ Bitcoin Addict คำนวณจากข้อมูลเปิด ไม่ใช่ตัวเลขทางการที่หน่วยงานไหนประกาศ นี่คือมุมมูลค่า (ราคาถูกหรือแพงเทียบต้นทุน) ไม่ใช่มุมโมเมนตัม ค่าที่แปลว่ายังไม่ขาดทุน ไม่ได้แปลว่าราคาถูก
ข้อมูลถึง 8 ก.ย. 2026 · อัปเดตล่าสุด 10 ก.ย. 2026 06:41 น.
ที่มา: Binance BTCUSDT · BGeometrics

"การปิดราคาต่อเนื่องเหนือ 86,000 ดอลลาร์ ในขณะที่ Sell-Side Risk Ratio ยังอยู่ในระดับต่ำ จะยืนยันว่าเพดานอุปทานถูกดูดซับแล้ว แต่การกลับมาของแรงขายเกิน 16 เบสิสพอยต์ หรือการหลุดฐาน 62,000 ถึง 65,000 ดอลลาร์ จะถือว่าภาพนี้เป็นโมฆะ"

Glassnode, The Week On-chain สัปดาห์ที่ 36/2026 ต้นฉบับ "A sustained close above $86K with the Sell-Side Risk Ratio still subdued" / "Return of selling above 16bp or loss of the $62K-$65K floor"

MVRV รวมตลาด
ราคาตลาดเทียบต้นทุนเฉลี่ยของทุกเหรียญ รายวัน
1.49 เท่า มูลค่า
แตะกราฟเพื่อดูขยาย · เลื่อนเมาส์ดูค่ารายจุด
1.081.201.331.451.58 MVRV = 1.0 (ราคาเท่าต้นทุนเฉลี่ยตลาด) ล่าสุด 1.49 มี.ค. 26มิ.ย. 26ก.ย. 26
1.021.361.702.042.38 MVRV = 1.0 (ราคาเท่าต้นทุนเฉลี่ยตลาด) ล่าสุด 1.49 ก.ย. 25มี.ค. 26ก.ย. 26
0.981.451.922.392.86 MVRV = 1.0 (ราคาเท่าต้นทุนเฉลี่ยตลาด) ล่าสุด 1.49 ก.ย. 24ก.ย. 25ก.ย. 26
0.981.461.942.422.90 MVRV = 1.0 (ราคาเท่าต้นทุนเฉลี่ยตลาด) ล่าสุด 1.49 ส.ค. 23ก.พ. 25ก.ย. 26
คืออะไร
ราคา Bitcoin หารด้วยต้นทุนเฉลี่ยของทุกเหรียญในระบบ (Realized Price) ค่า 1.0 คือราคาเท่ากับต้นทุนเฉลี่ยตลาด สูงกว่า 1 คือตลาดโดยรวมมีกำไร ต่ำกว่า 1 คือขาดทุนรวม
อ่านยังไง
โซน 1 ถึง 2 มักเป็นช่วงสะสม ไต่ขึ้นแถว 2.5 ถึง 3 คือตลาดร้อน ในอดีตเกิน 3 คือยูโฟเรีย ต่ำกว่า 1 มักเป็นโซนก้นรอบ
วันนี้
1.49 เท่า ราคาอยู่เหนือต้นทุนเฉลี่ยตลาด 49%
ช่วง 3 ปี
สูงสุด 2.77 เท่า เมื่อ 11 มี.ค. 2024 · ต่ำสุด 1.11 เท่า เมื่อ 30 มิ.ย. 2026
ข้อจำกัด
ดัชนีนี้เป็นของ Bitcoin Addict คำนวณจากข้อมูลเปิด ไม่ใช่ตัวเลขทางการที่หน่วยงานไหนประกาศ นี่คือมุมมูลค่า (ราคาถูกหรือแพงเทียบต้นทุน) ไม่ใช่มุมโมเมนตัม ค่าที่แปลว่ายังไม่ขาดทุน ไม่ได้แปลว่าราคาถูก MVRV ในการ์ดนี้คำนวณเองจากราคา Binance หารด้วย Realized Price ของ BGeometrics อาจต่างจากค่าบนเว็บอื่นเล็กน้อยตามแหล่งราคาที่ใช้
ข้อมูลถึง 8 ก.ย. 2026 · อัปเดตล่าสุด 10 ก.ย. 2026 06:41 น.
ที่มา: Binance BTCUSDT · BGeometrics

สรุปมุมมอง เพดานสองชั้นที่รอคำตัดสินเดียวกัน

สัปดาห์นี้บอกสองเรื่องพร้อมกัน เรื่องแรกคือการแทรกแซงด้วยวาจาและมาตรการเชิงเทคนิคจะได้ผลก็ต่อเมื่อตลาดเชื่อว่ามีกระสุนหนุนหลังจริง คลังสหรัฐฯ อัดเงินซื้อคืนก้อนใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยทำแล้ว แต่ยีลด์ก็ยังไม่ยอมลง เพราะเครื่องมือที่มีไม่แตะต้นเหตุจริงอย่างการขาดดุลงบประมาณและสงครามพลังงาน นักลงทุนจึงควรระวังการวางสถานะโดยอิงคำพูดของผู้กำหนดนโยบายมากกว่าตัวเลขจริง

เรื่องที่สองคือยีลด์ติดเพดานเพราะไม่มีอะไรกดมันลงได้ ส่วน Bitcoin ก็ติดเพดานเพราะมีอุปทานต้นทุนจริงกองอยู่ข้างบนในกรอบ 83,000 ถึง 86,000 ดอลลาร์ แต่ข้อแตกต่างสำคัญคือฝั่ง Bitcoin ไม่มีใครขาย ซึ่งต่างจากทุกรอบก่อนหน้าที่เคยเจอเพดานเดียวกัน

  • เงื่อนไขที่ยืนยันภาพนี้ ราคาปิดต่อเนื่องเหนือ 86,000 ดอลลาร์ ในขณะที่ Sell-Side Risk Ratio ยังอยู่ในระดับต่ำใกล้เคียง 7 เบสิสพอยต์ จะยืนยันว่าเพดานอุปทานถูกดูดซับไปแล้วจริง
  • เงื่อนไขที่ทำให้ภาพนี้เป็นโมฆะ แรงขายกลับมาเกิน 16 เบสิสพอยต์ต่อวัน หรือราคาหลุดฐาน 62,000 ถึง 65,000 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับที่มาจากการสะสมในช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา
  • ตัวแปรที่ยังไม่รู้ผล ตัวเลข CPI เดือนสิงหาคมคืนวันศุกร์นี้ จะเป็นตัวชี้ขาดทั้งทิศทางดอกเบี้ยเฟด ค่าเงินดอลลาร์ ค่าเงินบาท และราคา Bitcoin พร้อมกันในรอบเดียว

ปฏิทินที่ต้องจับตาในระยะสั้น

  • 11 กันยายน 2026 ดัชนีราคาผู้บริโภคสหรัฐฯ เดือนสิงหาคม (BLS) ตัวเลขที่จะชี้ขาดการประชุมเฟด
  • 15 ถึง 16 กันยายน 2026 การประชุม FOMC พร้อมประมาณการเศรษฐกิจและ Dot Plot
เหรียญที่ถือยาว (LTH Supply)
จำนวน Bitcoin ที่ถือมานานกว่า 155 วัน รายวัน
16.54 ล้าน BTC ระดับ
แตะกราฟเพื่อดูขยาย · เลื่อนเมาส์ดูค่ารายจุด
14.4415.1015.7516.4117.07 ล่าสุด 16.54 มี.ค. 26มิ.ย. 26ก.ย. 26
13.8214.6515.4716.2917.11 ล่าสุด 16.54 ก.ย. 25มี.ค. 26ก.ย. 26
13.8214.6515.4716.2917.11 ล่าสุด 16.54 ก.ย. 24ก.ย. 25ก.ย. 26
13.8214.6515.4716.2917.11 ล่าสุด 16.54 ก.ค. 23ก.พ. 25ก.ย. 26
คืออะไร
จำนวนเหรียญที่ผู้ถืออยู่กับมันมานานกว่า 155 วัน เพิ่มขึ้นคือคนถือยาวสะสมและไม่ขาย ลดลงคือคนถือยาวทยอยปล่อยของออกมา
อ่านยังไง
ตัวเลขทำจุดสูงสุดใหม่ขณะราคาย่อ คือฐานอุปทานแน่น ตัวเลขลดลงแรงตอนราคาพุ่ง คือคนถือยาวขายให้มือใหม่ มักเกิดใกล้ยอด
วันนี้
16.54 ล้านเหรียญ อยู่ในมือผู้ถือระยะยาว
ช่วง 3 ปี
สูงสุด 16.89 ล้าน BTC เมื่อ 26 ก.ค. 2026 · ต่ำสุด 14.05 ล้าน BTC เมื่อ 9 ธ.ค. 2025
ข้อจำกัด
แสดงเฉพาะ 3 ปีล่าสุด ข้อมูลจริงมีย้อนหลังถึงปี 2013
ข้อมูลถึง 8 ก.ย. 2026 · อัปเดตล่าสุด 10 ก.ย. 2026 06:41 น.
ที่มา: BGeometrics

สัปดาห์นี้ไม่ใช่สัปดาห์ที่ตลาดพัง แต่เป็นสัปดาห์ที่ตลาดยอมรับความจริงข้อหนึ่งว่า ตราบใดที่น้ำมันยังยืนเหนือ 100 ดอลลาร์และยีลด์พันธบัตรยังทำจุดสูงใหม่ ราคาสินทรัพย์ทุกชนิดจะถูกกำหนดโดยอัตราคิดลดและราคาพลังงานมากกว่าปัจจัยเฉพาะตัวของมันเอง ข้อแตกต่างเดียวที่ทำให้ Bitcoin รอบนี้ต่างจากเดิมคือ อุปทานที่เคยพร้อมขายในทุกรอบก่อนหน้ากำลังเงียบลงเป็นประวัติการณ์

สำหรับผู้ที่ติดตามตลาดนี้จากฝั่งไทย ความหมายเชิงปฏิบัติของสัปดาห์นี้จึงไม่ใช่คำถามว่าจะซื้อหรือขาย Bitcoin ที่ระดับราคาปัจจุบัน แต่เป็นคำถามว่าตัวแปรสามตัวที่ยังไม่รู้ผล คือ CPI คืนวันศุกร์ ผลการประชุมเฟดสัปดาห์หน้า และทิศทางเงินบาทที่แกว่งตามสองเรื่องแรก จะคลี่คลายไปทางไหนก่อน เพราะทั้งสามเรื่องเชื่อมกันเป็นห่วงโซ่เดียว ตัวเลขเงินเฟ้อที่ร้อนกว่าคาดจะไม่ได้แปลว่าเฟดขึ้นดอกเบี้ยแล้วจบ แต่จะตามมาด้วยดอลลาร์ที่แข็งขึ้น เงินบาทที่อ่อนลง และต้นทุนของนักลงทุนไทยที่ต้องแลกเงินซื้อสินทรัพย์ดอลลาร์ที่แพงขึ้นไปพร้อมกัน ส่วนตัวเลขที่เย็นกว่าคาดก็จะพลิกทั้งสามเรื่องกลับด้านในทิศทางตรงข้ามเช่นกัน

ที่มาของข้อมูล

  • บทวิเคราะห์ตั้งต้น ภาณุวิชญ์ ไทยานนท์ (Merkle Capital) และ พีรพัฒน์ หาญคงแก้ว (Cryptomind Advisory) ประจำสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนกันยายน 2026
  • ปฏิบัติการซื้อคืนพันธบัตร 9 กันยายน 2026 จาก home.treasury.gov ประกาศ 19 สิงหาคม 2026 และ CNBC 9 และ 19 สิงหาคม 2026
  • ราคาน้ำมันเบรนต์และปฏิบัติการ CENTCOM จาก Bloomberg และรายงานสถานการณ์สงครามอิหร่าน 9 กันยายน 2026
  • เงินเฟ้อพื้นฐานสหรัฐฯ เดือนกรกฎาคมจาก Bloomberg 12 สิงหาคม 2026 และ Trading Economics ความคาดหวังเงินเฟ้อครัวเรือนจาก Survey of Consumer Expectations ธนาคารกลางสาขานิวยอร์ก สิงหาคม 2026
  • ค่าเงินบาทจากรายงานภาวะตลาดเงินบาท อินโฟเควสท์ 31 สิงหาคมและ 4 กันยายน 2026
  • ข้อมูล On-chain จาก Glassnode The Week On-chain สัปดาห์ที่ 36/2026 ราคาจาก CoinGecko 10 กันยายน 2026
  • ดัชนีสภาพคล่องโลกจากกรอบ Michael Howell, CrossBorder Capital ข้อมูลถึง 19 สิงหาคม 2026 ผ่านคลังข้อมูลของทีมมารวย Bitcoin Addict

คำเตือนความเสี่ยง คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ ผลตอบแทนของสินทรัพย์ดิจิทัลในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทนของสินทรัพย์ดิจิทัลในอนาคต บทความนี้เป็นการรายงานและวิเคราะห์ข้อมูล ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน

บทความทั้งหมด