
RAM แพงเพราะอะไร 9arm ชี้ผู้ผลิตหันไปทำ HBM ป้อน AI ราคา DRAM พุ่งเกือบเท่าตัวในไตรมาสเดียว
RAM แพงเพราะอะไร 9arm อธิบายว่าผู้ผลิตหันไปทำหน่วยความจำ HBM ป้อนการ์ด AI ขณะ TrendForce พบราคาสัญญา DRAM ทั่วไปไตรมาสแรกปี 2569 พุ่งราว 93-98% จากไตรมาสก่อน
RAM แพงเพราะอะไร อาร์ม (9arm) ยูทูบเบอร์สายเทคที่เรียนและทำงานด้านซูเปอร์คอมพิวเตอร์ อธิบายในไลฟ์สำหรับสมาชิกช่อง YouTube 9arm ตอน "ผมเป็นนักวิชาการ" เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2569 ว่าผู้ผลิตหน่วยความจำหันไปทุ่มกำลังผลิตให้ HBM หน่วยความจำความเร็วสูงที่ใช้ในการ์ด AI จน RAM ทั่วไปแพงขึ้น ด้านบริษัทวิจัยตลาด TrendForce รายงานว่าราคาสัญญาซื้อขาย DRAM ทั่วไปในไตรมาสแรกของปี 2569 พุ่งขึ้นราว 93% ถึง 98% จากไตรมาสก่อนหน้า
อาร์มเล่าเรื่องนี้ระหว่างนำสไลด์ Engine Behind AI ที่เขาขึ้นพูดปิดงานประชุมวิชาการและนิทรรศการเนคเทคประจำปี 2569 (NECTEC-ACE 2026) ที่พารากอนฮอลล์ เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 มาเล่าซ้ำในไลฟ์ โดยไล่ให้เห็นว่าตั้งแต่ยุคซูเปอร์คอมพิวเตอร์จนถึงยุค AI จุดที่ทำให้ระบบช้า หรือที่เรียกว่าคอขวด ย้ายที่ไปเรื่อยๆ และราคา RAM ที่แพงขึ้นทุกวันนี้ก็เป็นผลพวงหนึ่งของการย้ายคอขวดครั้งนั้น ทีมงาน Bitcoin Addict ถอดสิ่งที่อาร์มเล่าในไลฟ์ออกมาเป็นลำดับด้านล่าง
ภาพ: หน้าช่อง YouTube 9arm แท็บไลฟ์สด ไลฟ์ "ผมเป็นนักวิชาการ" เปิดให้ดูเฉพาะสมาชิก (แคปเมื่อ 19 ต.ค. 2569)
RAM แพงเพราะผู้ผลิตหันไปทำ HBM
อาร์มพูดถึงเรื่องราคา RAM ระหว่างไล่ลำดับคอขวดมาถึง HBM เขาบอกว่าที่ RAM แพงทุกวันนี้ เป็นเพราะผู้ผลิตไม่ได้เอากำลังไปทำหน่วยความจำธรรมดาแล้ว แต่ย้ายไปทำ HBM ที่ขายให้ฝั่ง AI แทน
"เค้าเอาเวลาไปทำไอ้ HBM"
อาร์ม (9arm) ไลฟ์สำหรับสมาชิกช่อง YouTube 9arm ตอน "ผมเป็นนักวิชาการ" 18 ต.ค. 2569
ตัวเลขจาก TrendForce ชี้ไปทางเดียวกันว่าความต้องการฝั่ง AI ดึงกำลังผลิตหน่วยความจำไป รายงานวันที่ 1 มิถุนายน 2569 ระบุว่าราคาสัญญาซื้อขาย DRAM ทั่วไปไตรมาสแรกของปี 2569 เพิ่มขึ้นราว 93% ถึง 98% จากไตรมาสก่อนหน้า ทำให้รายได้ทั้งอุตสาหกรรม DRAM โต 81% เป็นราว 97,000 ล้านดอลลาร์ และ TrendForce คาดว่าราคาสัญญา DRAM ทั่วไปจะขึ้นอีก 58% ถึง 63% ในไตรมาสที่สองเมื่อเทียบกับไตรมาสแรก
รายงานเดียวกันระบุว่าผู้ผลิตรายใหญ่ 3 รายยังให้ความสำคัญกับการผลิตและส่งมอบหน่วยความจำให้งานเซิร์ฟเวอร์ที่ราคาและกำไรสูงกว่า สต็อกของผู้ผลิตอยู่ในระดับต่ำมาก และกำลังผลิตที่เพิ่มขึ้นถูกจัดให้หน่วยความจำความจุสูงสำหรับเซิร์ฟเวอร์ AI ก่อน ผลคือผู้ผลิตคอมพิวเตอร์และสมาร์ตโฟนได้ของน้อยลง ขณะที่ผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ยอมจ่ายแพงขึ้น ลูกค้ากลุ่มอื่นจึงต้องยอมตามเพื่อให้ได้ของ
รายได้ผู้ผลิต DRAM ไตรมาสแรก
ฝั่งผู้ผลิตหน่วยความจำรายได้เพิ่มชัดเจน ในไตรมาสแรกของปี 2569 Samsung มีรายได้ DRAM 37,320 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 93.4% จากไตรมาสก่อน ครองส่วนแบ่ง 38.5% SK hynix มีรายได้ 27,980 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 62.5% ครองส่วนแบ่ง 28.8% และ Micron มีรายได้ 21,750 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 81.6% ครองส่วนแบ่ง 22.4% ตามตัวเลขของ TrendForce
ภาพ: ข่าวประชาสัมพันธ์ของ TrendForce เรื่องราคา DRAM ไตรมาสแรกปี 2569 (แคปเมื่อ 19 ต.ค. 2569) ที่มา TrendForce
ในรายงานวันถัดมา TrendForce ประเมินว่าสัดส่วนเวเฟอร์ที่ผู้ผลิตรายใหญ่ 3 รายป้อนให้ HBM จะอยู่ราว 18% ของเวเฟอร์ DRAM ทั้งหมดภายในสิ้นปี 2568 เพิ่มเป็นราว 22% ภายในสิ้นปี 2569 และราว 30% ภายในสิ้นปี 2570 และระบุว่า HBM รุ่นใหม่มีขนาดชิปใหญ่ขึ้นพร้อมกับความต้องการที่เพิ่มขึ้น ทำให้การเบียดกำลังผลิต DRAM ทั่วไปคาดว่าจะรุนแรงขึ้นอีกในปี 2570 อย่างไรก็ตาม รายงานเดียวกันก็ระบุว่าตั้งแต่ไตรมาสแรกของปี 2569 รายได้ต่อแผ่นเวเฟอร์ (แผ่นซิลิคอนที่ใช้ผลิตชิป) ของ HBM ถูกแรมเซิร์ฟเวอร์ DDR5 แบบ 64GB RDIMM แซงขึ้นไปแล้ว เพราะ HBM ตั้งราคากันเป็นรายปีจึงขึ้นไม่ทันราคาตลาดที่ขยับรายไตรมาส ผู้ผลิตจึงอาจปรับสัดส่วนการผลิตระหว่าง HBM กับ DRAM ทั่วไปตามราคา HBM ที่ตกลงกันได้
HBM คืออะไร ทำไม AI ถึงต้องใช้
HBM ย่อมาจาก High Bandwidth Memory อาร์มเปรียบว่าถ้า RAM ธรรมดาเป็นถนนขนาดหนึ่ง HBM คือถนนที่กว้างกว่ามาก ย้ายข้อมูลได้เร็วกว่ามาก เรื่องนี้สำคัญกับ AI เพราะ AI ต้องย้ายข้อมูลเข้าออกตลอดเวลา ข้อมูลต้องวิ่งผ่านหน่วยความจำแล้ววิ่งต่อออกไปทางเครือข่าย อาร์มสรุปว่ายิ่งถนนกว้างเท่าไหร่ AI ก็ยิ่งรันเร็วขึ้นเท่านั้น
เขาอธิบายเพิ่มว่าคอมพิวเตอร์มีหน่วยความจำหลายชั้น เริ่มจาก register ที่อยู่ในตัวประมวลผลเอง ขึ้นมาเป็น L1, L2 และ L3 cache ซึ่งเป็นหน่วยความจำขนาดเล็กแต่เร็วมากที่อยู่ใกล้ตัวประมวลผล ชั้นถัดไปเดิมควรเป็น RAM แต่ยุคนี้จะมี HBM คั่นก่อนเพื่อป้อนข้อมูลให้เร็ว ใช้ HBM หมดแล้วจึงค่อยออกไปที่ RAM อาร์มบอกว่าการ์ดที่ทำมาเพื่อ AI ทุกวันนี้ไม่ได้ใช้ VRAM ธรรมดาแบบการ์ดจอเล่นเกมแล้ว แต่ใช้ HBM และตอนนี้ HBM ส่งข้อมูลได้ถึงราว 8 TB ต่อวินาที
มีคนในแชทถามว่าทำไมไม่ทำ HBM ตั้งแต่แรก อาร์มตอบว่ามีสองเหตุผล ข้อแรกคือ "เทคโนโลยีเรายังไม่ถึงตอนนั้น" ข้อที่สองคือตอนที่ HBM ออกมาใหม่ๆ ยังไม่มีงานไหนต้องใช้ขนาดนั้น จนกระทั่ง AI บูมช่วงปี 2560-2561 HBM ก็ถูกใช้มากขึ้นเรื่อยๆ และผู้ผลิตก็ผลิตเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
คอขวดของ AI ย้ายจาก GPU ไปหน่วยความจำ
อาร์มเล่าว่าซูเปอร์คอมพิวเตอร์ยุคแรกใช้ CPU เป็นหลัก จนราวปี 2555 มีคนเอา GPU หรือการ์ดจอมาใช้คำนวณงานวิทยาศาสตร์ แล้วพบว่าคำนวณได้มากกว่าเดิม อาร์มบอกว่าช่วงนั้นเป็นช่วงที่ CUDA ซึ่งเป็นเครื่องมือเขียนโปรแกรมบน GPU ของ Nvidia เริ่มแพร่หลาย พอ GPU คำนวณเร็วขึ้น ตัวที่ตามไม่ทันก็กลายเป็นหน่วยความจำ ซึ่งนำไปสู่ HBM ตามที่เล่าไว้ข้างบน
คอขวดถัดมา คือเครือข่าย เพราะเครื่องเดียวไม่พอแล้ว
เมื่อหน่วยความจำเร็วขึ้น คอขวดก็ย้ายไปอยู่ที่เครือข่าย เพราะต้องเอาเครื่องหลายเครื่องมาต่อกัน อาร์มอธิบายว่าเดิมเราคิดว่าการเทรนโมเดลต้องใช้ GPU หลายเครื่อง แต่ตอนเอาโมเดลที่เทรนเสร็จแล้วมาใช้งานจริง หรือ inference ใช้ทรัพยากรน้อยกว่ามาก เช่นอาจเทรนด้วย 100 เครื่อง แต่ใช้งานด้วยเครื่องเดียวก็พอ
ยุคนี้ไม่เป็นแบบนั้นแล้ว อาร์มบอกว่าต้องใช้ 8 เครื่อง 16 เครื่องช่วยกันเพื่อให้บริการโมเดลตัวเดียว ไม่ใช่เพื่อเทรน
"โมเดลมันใหญ่มากที่เครื่องนึงมันเสิร์ฟไม่ไหวละ"
อาร์ม (9arm) ไลฟ์สำหรับสมาชิกช่อง YouTube 9arm ตอน "ผมเป็นนักวิชาการ" 18 ต.ค. 2569
เมื่อทุกคนใช้ AI เขียนโค้ดหรือทำงาน ความต้องการฝั่ง inference ก็โตตาม อาร์มบอกว่าคนที่วางแผนสินค้าในธุรกิจนี้วางแผนไม่ถูกเลย เพราะเคยคิดว่าต้องขายของให้ฝั่งเทรน แต่ระหว่างทางฝั่ง inference โตเร็วกว่ามาก
"ตลาดฝั่ง inference เนี่ยโตกว่าตลาดฝั่งเทรนนิงไปอีกแล้ว"
อาร์ม (9arm) ไลฟ์สำหรับสมาชิกช่อง YouTube 9arm ตอน "ผมเป็นนักวิชาการ" 18 ต.ค. 2569
คอขวดสุดท้าย คือไฟฟ้า
อาร์มสรุปว่าคอขวดสุดท้ายตอนนี้คือไฟฟ้า ทุกอย่างผลิตออกมาครบหมดแล้ว ทั้ง GPU และอุปกรณ์เครือข่าย แต่ระบบเหล่านี้ใช้ไฟเยอะจนไฟไม่พอ จึงต้องไปลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าเพื่อมาป้อนดาต้าเซ็นเตอร์
ฝั่งวงการคริปโต บริษัทขุด Bitcoin บางรายก็เริ่มแบ่งไฟไปทำดาต้าเซ็นเตอร์ AI แล้ว อย่างกรณี Core Scientific
"มันก็คือ power คือไฟฟ้าเราไม่พอ"
อาร์ม (9arm) ไลฟ์สำหรับสมาชิกช่อง YouTube 9arm ตอน "ผมเป็นนักวิชาการ" 18 ต.ค. 2569
สรุป RAM แพงเพราะอะไร ตามลำดับคอขวดที่ 9arm เล่า
- CPU ไม่พอ จึงหันมาใช้ GPU คำนวณ ตั้งแต่ราวปี 2555
- GPU เร็วจนหน่วยความจำตามไม่ทัน จึงเกิด HBM หน่วยความจำที่ส่งข้อมูลได้กว้างมาก
- ผู้ผลิตหันไปทำ HBM และหน่วยความจำเซิร์ฟเวอร์ ทำให้ RAM ทั่วไปขาดและแพงขึ้น ราคาสัญญา DRAM ทั่วไปไตรมาสแรกปี 2569 ขึ้นราว 93% ถึง 98% (ตัวเลขจาก TrendForce)
- โมเดลใหญ่จนต้องใช้หลายเครื่องแม้แต่ตอนให้บริการ คอขวดย้ายไปที่เครือข่าย
- ทุกอย่างพร้อมแล้ว แต่ไฟฟ้าไม่พอ ต้องลงทุนถึงโรงไฟฟ้า
ใครอยากฟังอาร์มเล่าเต็มๆ ทั้งสไลด์ ดูไลฟ์ได้ที่ ไลฟ์ "ผมเป็นนักวิชาการ" ช่อง YouTube 9arm ซึ่งเปิดให้เฉพาะสมาชิกช่อง สมัครสมาชิกได้ที่ ช่อง 9arm
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com:
👉 Fed นิวยอร์กชี้ AI ดันราคาชิป อุปทานอาจตามไม่ทันเกิน 2 ปี ยังเปิดทางขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งปีนี้
👉 Core Scientific สั่งแบ่งกำลังไฟขุด BTC ทุ่มงบปั้น Data Center AI 1.5 กิกะวัตต์ในเท็กซัส
👉 ถอดบทเรียน 9arm หา Super Power ของตัวเอง ประสบความสำเร็จในแบบของคุณ ไม่ต้องเก่งที่สุดในเรื่องเดียว
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: ไลฟ์สำหรับสมาชิกช่อง YouTube 9arm "ผมเป็นนักวิชาการ" (18 ต.ค. 2569), TrendForce: Rapid Contract Price Surge Drives 1Q26 DRAM Industry Up 81% QoQ (1 มิ.ย. 2569), TrendForce: Tight DRAM Supply Gives Suppliers Greater Pricing Power in HBM (2 มิ.ย. 2569), เนคเทค สวทช. แถลงจัด NECTEC-ACE 2026 (ThaiPR.net)
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict
สิ่งที่อาร์มเล่าช่วยให้เห็นว่าราคา RAM ที่คนประกอบคอมหรือซื้อมือถือเจอ ไม่ได้มาจากฝั่งผู้บริโภคเอง แต่มาจากการแย่งกำลังผลิตกับดาต้าเซ็นเตอร์ AI ซึ่งจ่ายได้แพงกว่า ตราบใดที่ผู้ให้บริการคลาวด์ยังยอมจ่ายแพงขึ้น ผู้ผลิตก็มีเหตุผลที่จะจัดของให้ฝั่งนั้นก่อน ส่วนคอขวดเรื่องไฟฟ้าเป็นจุดที่วงการคริปโตคุ้นเคย เพราะบริษัทขุด Bitcoin หลายรายถือสัญญาไฟฟ้าขนาดใหญ่อยู่แล้ว และเริ่มแบ่งไฟไปทำดาต้าเซ็นเตอร์ AI อย่างกรณี Core Scientific
หมายเหตุกองบรรณาธิการ: เนื้อหามาจากไลฟ์สำหรับสมาชิกช่อง YouTube 9arm ตอน "ผมเป็นนักวิชาการ" วันที่ 18 ตุลาคม 2569 ช่วงนาทีที่ 0:46 ถึง 1:09 ข้อความในเครื่องหมายคำพูดยกจากคำพูดของอาร์มในไลฟ์ เทียบกับคำบรรยายของไลฟ์ซึ่งเป็นซับอัตโนมัติ โดยปรับการสะกดคำทับศัพท์ที่ซับถอดเพี้ยน (เทรนนิง) นอกนั้นเป็นการเรียบเรียงใหม่
ภาพปก: ภาพปกไลฟ์ NECTEC จากช่อง YouTube 9arm
[แก้ไข 19 ตุลาคม 2569: แก้ไขพาดหัวจากเดิมที่เน้นคอขวดของ AI ให้ตรงประเด็นว่า RAM แพงเพราะอะไร จัดลำดับเนื้อหาให้เรื่องราคา RAM ขึ้นก่อน เพิ่มคำพูดของอาร์ม ข้อมูลการจัดสรรกำลังผลิตและรายได้ผู้ผลิต DRAM จาก TrendForce ข่าวที่เกี่ยวข้อง และความเห็นบรรณาธิการ และนำลิงก์ไปบทความที่ยังไม่เผยแพร่ออก]
รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com