Bitcoin Addict - ข่าวสารและบทความคริปโต

Vitalik Buterin เผย Ethereum ต้องผ่าน 2 เงื่อนไขใหญ่ หากอยากเป็น ‘คอมพิวเตอร์ของโลก’
02 January 2026ข่าวโดย Rawiwarn Owattasanee

Vitalik Buterin เผย Ethereum ต้องผ่าน 2 เงื่อนไขใหญ่ หากอยากเป็น ‘คอมพิวเตอร์ของโลก’

Vitalik Buterin ผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum ออกมาให้มุมมองต้อนรับปีใหม่ โดยสะท้อนว่าแม้ Ethereum จะมีความก้าวหน้าทางเทคนิคอย่างมากในปี 2025 แต่เครือข่ายก็ยัง “ไปไม่ถึงเป้าหมายดั้งเดิม” ที่วางไว้ นั่นคือการเป็น “คอมพิวเตอร์ของโลก (World Computer)” อย่างแท้จริง

 

Vitalik ระบุว่า ตลอดปีที่ผ่านมา Ethereum มีพัฒนาการสำคัญ ทั้งในแง่ความเร็ว ความเสถียร และความสามารถในการรองรับการใช้งานในระดับที่ใหญ่ขึ้น โดยไม่ต้องแลกมาด้วยการลดระดับความกระจายศูนย์ เขามองว่าการอัปเกรดเหล่านี้ทำให้ Ethereum เข้าใกล้การเป็น “แพลตฟอร์มคอมพิวเตอร์ร่วมของทุกคน” มากขึ้น ไม่ใช่แค่บล็อกเชนสำหรับเก็งกำไร

 

อย่างไรก็ตาม เขาย้ำชัดว่า ความก้าวหน้าทางเทคนิคไม่ใช่เป้าหมายสุดท้าย

 

เตือนวงการ: Ethereum ไม่ได้มีไว้ “ไล่ตามเมตา”

 

Vitalik แสดงจุดยืนชัดเจนในการ ปฏิเสธแนวคิดคริปโตระยะสั้น ไม่ว่าจะเป็นกระแส tokenized dollar, memecoin การเมือง หรือการสร้างกิจกรรมบนเครือข่ายแบบฝืนธรรมชาติเพื่อโชว์ตัวเลขเชิงเศรษฐกิจ

 

เขามองว่า การพยายาม “ชนะเมตาถัดไป” อาจทำให้ Ethereum หลงทางจากเป้าหมายที่สำคัญกว่า นั่นคือการสร้าง แอปพลิเคชันที่ยืนระยะได้ในระยะยาว ปลอดการเซ็นเซอร์ และไม่ต้องพึ่งพาตัวกลาง

 

Ethereum ในฐานะ “โครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ต”

 

Vitalik กลับไปย้ำวิสัยทัศน์เดิมของ Ethereum ในฐานะ โครงสร้างพื้นฐานของอินเทอร์เน็ตยุคใหม่ เป็นแพลตฟอร์มกลางที่ใครก็ใช้ได้ และแอปพลิเคชันสามารถทำงานต่อไปได้ แม้ผู้พัฒนาจะหายไปแล้ว

 

เขาอธิบายแนวคิดที่เรียกว่า “Walkaway Test” คือระบบควรทำงานต่อได้โดยไม่ต้องมีผู้ดูแลรายใดรายหนึ่ง และผู้ใช้ไม่ควรรู้สึกถึงผลกระทบ หากโครงสร้างพื้นฐานรายใหญ่ล่มหรือถูกโจมตี

 

Vitalik มองว่าสิ่งเหล่านี้เคยเป็นคุณสมบัติปกติของเทคโนโลยีในอดีต ก่อนที่โลกดิจิทัลจะถูกครอบงำด้วยโมเดลสมัครสมาชิกและแพลตฟอร์มรวมศูนย์ ซึ่ง Ethereum ถูกออกแบบมาเพื่อ “ต่อต้าน” แนวโน้มดังกล่าว

 

2 เงื่อนไขใหญ่ หาก Ethereum จะเป็น World Computer

 

Vitalik สรุปว่า Ethereum ต้องทำ 2 เรื่องพร้อมกัน ให้สำเร็จ

 

  • ใช้งานได้จริงในระดับโลก (Global Usability)
    ไม่ใช่แค่ในเชิงเทคนิค แต่รวมถึงประสบการณ์ใช้งานของผู้ใช้ การรันโหนด และเครื่องมือที่คนทั่วไปเข้าถึงได้

  • กระจายศูนย์อย่างแท้จริง (Genuine Decentralization)
    ทั้งในระดับเครือข่ายหลัก และในระดับแอปพลิเคชัน ซึ่งปัจจุบันหลายโปรเจกต์ยังพึ่งพาโครงสร้างแบบรวมศูนย์อยู่ แม้จะรันบนบล็อกเชนก็ตาม

 

เขายอมรับว่ามีความคืบหน้าเกิดขึ้นแล้ว และปัจจุบันมีเครื่องมือที่ทรงพลังมากขึ้นในการผลักดันเป้าหมายนี้ แต่การพิสูจน์ที่แท้จริงจะเกิดขึ้นในช่วงต่อจากนี้ เมื่อ Ethereum ต้องเผชิญกับ การใช้งานจริงในวงกว้าง และถูกทดสอบว่าหลักการกระจายศูนย์จะยังคงอยู่ได้หรือไม่เมื่อสเกลใหญ่ขึ้น

 

อ้างอิง : coindesk.com/

ภาพ cryptoslate.com