Bitcoin Addict - ข่าวสารและบทความคริปโต

จบยุค Rollup? Vitalik ปรับแผน Ethereum ชี้ Layer 2 กระจายอำนาจช้าเกินคาด
04 February 2026ข่าว ETHโดย Rawiwarn Owattasanee

จบยุค Rollup? Vitalik ปรับแผน Ethereum ชี้ Layer 2 กระจายอำนาจช้าเกินคาด

Vitalik Buterin (วีตาลิก บูเตริน) ผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum ออกมาประกาศทบทวนแผนการพัฒนา (Roadmap) ครั้งสำคัญ โดยเขายอมรับว่าโมเดลการขยายเครือข่ายที่เน้น Rollup เป็นหลัก (Rollup-centric roadmap) ซึ่งเขาเคยผลักดันมาโดยตลอดนั้นอาจไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป เนื่องจากเครือข่ายเลเยอร์ 2 (Layer 2 หรือ L2) มีการกระจายอำนาจ (Decentralization) ที่ "ช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้มาก" ในขณะที่เลเยอร์ฐาน (Base Layer) ของ Ethereum กลับมีความก้าวหน้าและขยายตัวได้ดีกว่า

 

บูเตรินระบุผ่านโพสต์บน X เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า ความเป็นจริงทั้งสองประการนี้ทำให้บทบาทเดิมของ L2 ในระบบนิเวศ Ethereum ไม่สมเหตุสมผลอีกต่อไป และถึงเวลาที่เครือข่ายต้องก้าวไปในเส้นทางใหม่ การกลับลำครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนทิศทางจากการใช้ L2 เป็นเพียง "branded shards" หรือส่วนขยายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรองรับธุรกรรม มาสู่การมองหาคุณค่าที่แท้จริงในด้านอื่น

 

ปัญหาการกระจายอำนาจของ Layer 2 และอุปสรรคทางเทคนิค

 

แม้จะมีโปรเจกต์ L2 เกิดขึ้นมากมาย แต่ส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในระดับ Stage 0 หรือ Stage 1 ตามกรอบการวัดผลความเชื่อมั่นของบูเตริน ซึ่งหมายความว่ายังมีการพึ่งพาคณะกรรมการที่รวมศูนย์ (Security Council) ในการตัดสินใจ โดยมีเพียงไม่กี่โปรเจกต์ เช่น Base ของ Coinbase ที่สามารถก้าวขึ้นสู่ Stage 1 ได้สำเร็จในปีที่ผ่านมา

 

บูเตรินตั้งข้อสังเกตว่า ความล่าช้านี้ไม่ได้เกิดจากความท้าทายทางเทคนิคเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีปัจจัยด้านกฎหมายและความต้องการของลูกค้าสถาบัน เขาพบว่าบางทีมจงใจที่จะไม่ก้าวข้าม Stage 1 เพราะต้องการรักษาอำนาจในการควบคุมเบ็ดเสร็จเพื่อให้สอดคล้องกับระเบียบข้อบังคับทางการเงิน

 

ทิศทางใหม่: Layer 2 ต้องเป็นมากกว่าแค่ตัวช่วย "ขยายสเกล"

 

ในวิสัยทัศน์ใหม่ บูเตรินมองว่า L2 ควรเปลี่ยนบทบาทจากการเป็นแค่เครื่องมือขยายขนาด (Scaling) ไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มในด้านเฉพาะทาง เขาเสนอให้ทีมพัฒนา L2 มุ่งเน้นไปที่:

 

  • ฟีเจอร์เฉพาะทางที่ไม่ใช่แค่ EVM: เช่น ระบบที่เน้นความเป็นส่วนตัว (Privacy) หรือสถาปัตยกรรมที่ไม่ใช่การเงิน (Non-financial architecture)

  • การขยายสเกลระดับสุดขั้ว: สำหรับการใช้งานที่เลเยอร์ฐานซึ่งได้รับการอัปเกรดแล้วยังไม่สามารถรองรับได้เพียงพอ

  • ความเร็วในการประมวลผลสูง (Ultra-low latency): เพื่อตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะด้านที่ต้องใช้ความไวในการเรียงลำดับธุรกรรม

 

ขณะเดียวกัน บูเตรินยังเน้นย้ำถึงการพัฒนาความสามารถของเลเยอร์ฐาน (L1) ให้แข็งแกร่งขึ้น เช่น การนำเทคโนโลยี ZK-EVM proofs เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของระบบพื้นฐาน ซึ่งจะช่วยให้ Ethereum สามารถอัปเกรดตัวเองได้โดยอัตโนมัติและมีความยืดหยุ่นสูงขึ้นในอนาคต

 

อ้างอิง : theblock.co

ภาพ decrypt.co

 

 

เจาะทะลุทุกกราฟ ด้วยข่าวสารที่ไวกว่าที่ Bitcoin Addict

Tag : Vitalik Buterin  Ethereum  Layer 2