สหรัฐฯ เตรียมอัดงบ Quantum Computing แข่งจีน หวั่นกระทบความมั่นคงระดับชาติ
รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังอยู่ในช่วง “เจรจาเบื้องต้น” กับบริษัทเทคโนโลยี Quantum Computing เพื่อให้การสนับสนุนด้านเงินทุน โดยมีเหตุผลหลักคือ ผลประโยชน์ด้านความมั่นคงของชาติ
รายงานจาก Bloomberg ระบุว่า เจ้าหน้าที่กระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐฯ กำลังพิจารณาการลงทุนในเทคโนโลยีควอนตัม โดยใช้เงินจาก CHIPS Act ซึ่งเดิมเป็นโครงการสนับสนุนอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ เพื่อให้สหรัฐฯ “ยังคงสามารถแข่งขันกับจีนได้ในเทคโนโลยีแห่งอนาคต”
รัฐบาลสหรัฐฯ อาจถือหุ้นในบริษัทควอนตัม
เจ้าหน้าที่ระบุว่าหากรัฐบาลให้เงินทุนสนับสนุน จะต้อง “ได้สิ่งตอบแทนบางอย่างกลับมา” เช่น การถือหุ้นในบริษัทเอกชน ที่ได้รับการลงทุน
ตัวอย่างที่คล้ายกันคือเมื่อเดือนสิงหาคม 2025 รัฐบาลสหรัฐฯ ได้เข้าถือหุ้น 10% ใน Intel ภายหลังการลงทุนผ่านกองทุนพิเศษ ซึ่งทำให้หลายฝ่ายมองว่ารัฐกำลัง “เข้าแทรกแซงตลาดเอกชนมากขึ้น”
นักลงทุนชื่อดัง Peter Schiff แสดงความคิดเห็นบน X ว่า
“นโยบายของทรัมป์กำลังทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ เอียงไปทางเศรษฐกิจแบบวางแผนจากส่วนกลาง (Centrally Planned Economy) แทนที่จะปล่อยให้กลไกตลาดเสรีทำงาน”
Quantum Computing: ภัยคุกคามที่อาจทำลายระบบความปลอดภัยโลก
เหตุผลที่สหรัฐฯ เร่งเดินหน้าในเทคโนโลยีนี้ เพราะ Quantum Computer สามารถ “ถอดรหัสการเข้ารหัสข้อมูล (Encryption)” ที่ใช้ปกป้องข้อมูลทั่วโลกได้ ตั้งแต่ระบบธนาคาร การแพทย์ ไปจนถึง บล็อกเชนและคริปโตเคอร์เรนซี
นักวิจัยเตือนว่า “Quantum Supremacy” หรือจุดที่คอมพิวเตอร์ควอนตัมเหนือกว่าคอมพิวเตอร์ทั่วไป อาจกลายเป็น ภัยคุกคามต่อระบบคริปโตทั่วโลก
ปัจจุบันหลายบริษัทในอุตสาหกรรมคริปโต เช่น Naoris Protocol หรือ Ledger ต่างเร่งพัฒนาเทคโนโลยี Post-Quantum Cryptography เพื่อเตรียมรับมือกับ “วันที่ระบบเข้ารหัสปัจจุบันถูกเจาะได้จริง”
ผู้เชี่ยวชาญเตือน “ภัยนี้อาจเกิดเร็วกว่าที่คิด”
นักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญยังคงถกเถียงกันว่า “Q-Day” — วันที่ Quantum Computer สามารถเจาะระบบเข้ารหัสโลก — จะเกิดขึ้นเมื่อใด
บางฝ่ายคาดว่าจะใช้เวลาอีก 5–10 ปี แต่บางคนเตือนว่า ภัยนี้ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ผ่านเทคนิคที่เรียกว่า “Harvest Now, Decrypt Later”
กล่าวคือ แฮกเกอร์อาจเก็บข้อมูล Public Key ไว้ตอนนี้ เพื่อรอวันใช้ Quantum Computer ในอนาคตมาถอดรหัสย้อนกลับเป็น Private Key
David Carvalho, CEO ของ Naoris Protocol กล่าวอย่างน่าสนใจว่า
“คุณไม่มีทางรู้เลยว่ามี Quantum Computer ที่ทรงพลังถูกใช้งานอยู่แล้วหรือไม่ เพราะถ้ามันมีอยู่จริง มันคงควบคุมทุกอย่างไปแล้วตั้งแต่หลายเดือนก่อน”
บทสรุป
การเร่งลงทุนของสหรัฐฯ ใน Quantum Computing จึงไม่ใช่เพียงการแข่งขันกับจีน แต่เป็น “สงครามเทคโนโลยีระดับโลก” ที่จะกำหนดทิศทางของความมั่นคงข้อมูล, เศรษฐกิจ และโลกคริปโตในอนาคต
และถ้า Quantum Computer มาถึงจุดที่ถอดรหัสได้จริง... โลกของการเงินดิจิทัลอาจไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
อ้างอิง : cointelegraph.com