รัฐบาลสหรัฐชัตดาวน์! SEC เหลือพนักงานจำกัด อนาคตอนุมัติ ETF คริปโตส่อเลื่อน
รัฐบาลสหรัฐอเมริกาเข้าสู่ภาวะ Government Shutdown อย่างเป็นทางการ หลังจากสภาคองเกรสไม่สามารถผ่านกฎหมายงบประมาณได้ ส่งผลให้หน่วยงานของรัฐต้องหยุดทำงานชั่วคราว หนึ่งในหน่วยงานสำคัญคือ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (SEC) ที่มีบทบาทโดยตรงต่อวงการคริปโต
SEC เหลือเพียงพนักงานจำนวนน้อย
เมื่อวันพุธที่ผ่านมา SEC ออกประกาศบน X (Twitter เดิม) ระบุว่า ภายใต้แผนที่เตรียมไว้ตั้งแต่เดือนสิงหาคม หน่วยงานจะคงไว้เพียง “พนักงานจำนวนจำกัดมาก” ขณะที่ระบบต่าง ๆ ของ SEC จะดำเนินการภายใต้เงื่อนไขพิเศษ และพนักงานที่ไม่อยู่ในกลุ่มจำเป็นต้องหยุดงานเพื่อรอคำสั่งเปิดใหม่
SEC ชี้แจงว่า “ในวันแรกของการขาดงบประมาณ พนักงานที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มยกเว้นจะต้องปิดการทำงาน จัดเก็บข้อมูล และเตรียมพร้อมสำหรับการกลับมาทำงานทันทีที่รัฐบาลเปิดอีกครั้ง”
คริปโตได้รับผลกระทบอะไร?
สำหรับวงการคริปโต ผลกระทบที่ชัดเจนคือ
การบังคับใช้กฎหมาย: SEC จะไม่เดินหน้าคดีต่าง ๆ รวมถึงการฟ้องร้องบริษัทคริปโต ยกเว้นกรณีฉุกเฉินที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของทรัพย์สิน
การพิจารณา ETF คริปโต: การอนุมัติไฟลิ่งกองทุน ETF โดยเฉพาะ Solana ETF ที่หลายฝ่ายคาดว่าจะผ่านในเดือนตุลาคม มีแนวโน้มถูกเลื่อนออกไป
การทำงานด้านกฎเกณฑ์: SEC จะหยุดกระบวนการร่างกฎใหม่และหยุดการช่วยเหลือที่ไม่ฉุกเฉินกับหน่วยงานกำกับดูแลต่างประเทศ
ระบบอิเล็กทรอนิกส์: แม้ระบบยื่นเอกสารออนไลน์ของ SEC จะยังเปิด แต่จะไม่มีเจ้าหน้าที่ประเมินผลจนกว่างบประมาณใหม่จะผ่าน
การเมืองยังไร้ข้อสรุป
จนถึงขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณว่าพรรครีพับลิกันและเดโมแครตจะสามารถหาข้อยุติได้ โดย Mike Johnson ประธานสภาผู้แทนราษฎร ระบุว่าสภาจะกลับมาประชุมอีกครั้งสัปดาห์หน้า แต่รีพับลิกันยืนยันไม่ปรับแก้ร่างงบประมาณที่ประกาศไปเมื่อเดือนกรกฎาคม ขณะที่พรรคเดโมแครตยังคงปฏิเสธการตัดงบด้านสาธารณสุข
ตามแผนปฏิบัติการของ SEC พนักงานจะกลับมาทำงานได้ก็ต่อเมื่อรัฐบาลผ่านกฎหมายงบประมาณใหม่และประกาศใช้อย่างเป็นทางการ
บทสรุป
วิกฤติ Government Shutdown ครั้งนี้ไม่เพียงกระทบหน่วยงานรัฐทั่วไป แต่ยังส่งแรงสะเทือนโดยตรงต่อวงการคริปโต เนื่องจาก SEC คือผู้มีอำนาจสูงสุดในการพิจารณา ETF และบังคับใช้กฎหมายกับบริษัทคริปโตทั่วสหรัฐ การหยุดชะงักนี้อาจทำให้การอนุมัติสินทรัพย์ดิจิทัลต้องเลื่อนออกไป และสร้างความไม่แน่นอนต่อทั้งนักลงทุนและตลาดโลก
อ้างอิง : cointelegraph.com
ภาพ usatoday.com