รัฐบาลสหรัฐเลือก Chainlink และ Pyth ดึงข้อมูลเศรษฐกิจขึ้นบล็อกเชน
รัฐบาลสหรัฐอเมริกาได้เลือก Chainlink และ Pyth ผู้ให้บริการ Oracle ชั้นนำของโลก เพื่อทำหน้าที่เผยแพร่ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญขึ้น บล็อกเชน (Onchain) ถือเป็นหนึ่งในแผนงานของรัฐบาลทรัมป์ในการผลักดันความโปร่งใสทางการเงินและทำให้สหรัฐก้าวขึ้นเป็น “ศูนย์กลางคริปโตของโลก”
Chainlink และ Pyth ร่วมเผยแพร่ข้อมูลเศรษฐกิจ
ตามรายงาน Chainlink จะเป็นผู้ให้บริการดึงข้อมูลจาก Bureau of Economic Analysis (BEA) ซึ่งรวมถึงตัวเลขสำคัญอย่าง GDP, PCE Price Index และ Real Final Sales โดยจะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมตามความต้องการของภาครัฐและผู้ใช้งาน
ด้าน Pyth ก็ได้รับเลือกจาก Department of Commerce ให้เผยแพร่ข้อมูล GDP บนเครือข่ายบล็อกเชนอย่างเป็นทางการ

ประโยชน์ของข้อมูลเศรษฐกิจ Onchain
การนำข้อมูลเศรษฐกิจมาไว้บนบล็อกเชนจะช่วยเพิ่มโอกาสใหม่ ๆ ในโลกคริปโต เช่น
กลยุทธ์เทรดอัตโนมัติ ที่ใช้ข้อมูลจริงเป็นตัวกระตุ้นการซื้อขาย
Prediction Market แบบเรียลไทม์สำหรับติดตามเหตุการณ์เศรษฐกิจมหภาค
การบริหารความเสี่ยงใน DeFi ที่ใช้ข้อมูลมหภาคประกอบการตัดสินใจ
การสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น Stablecoin, พันธบัตรรัฐบาลที่ Tokenized และ RWA
นอกจากสหรัฐฯ แล้ว ประเทศอื่นอย่าง ฟิลิปปินส์, สหราชอาณาจักร และเอลซัลวาดอร์ ก็กำลังพิจารณานำโมเดลการเผยแพร่ข้อมูลเศรษฐกิจขึ้นบล็อกเชนเช่นกัน
ผลกระทบต่อตลาดคริปโต
ข่าวดังกล่าวสร้างแรงกระเพื่อมในตลาดทันที โดย ราคาโทเคน Pyth (PYTH) พุ่งกว่า 70% ส่วน Chainlink (LINK) ปรับตัวขึ้นกว่า 3% ก่อนจะย่อลงมาบริเวณ $25 แต่โดยรวมยังบวกกว่า 61% ตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคม
นักวิเคราะห์มองว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้จะช่วยเสริมศักยภาพของทั้ง Chainlink และ Pyth ในฐานะโครงสร้างสำคัญของโลกการเงินแบบ Web3 ที่เชื่อมโยงข้อมูลเศรษฐกิจจริงเข้ากับบล็อกเชน
การที่รัฐบาลสหรัฐฯ เลือก Chainlink และ Pyth มาเป็นตัวกลางเผยแพร่ข้อมูลเศรษฐกิจบนบล็อกเชน ถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่เชื่อมโลกการเงินดั้งเดิมเข้ากับ Web3 ไม่เพียงช่วยสร้างความโปร่งใส แต่ยังเปิดประตูให้เกิดนวัตกรรมการเงินรูปแบบใหม่ที่จะขับเคลื่อนวงการคริปโตในอนาคต
อ้างอิง : cointelegraph.com
ภาพ blog.chain.link