ส.ส. 7 คนจี้รัฐบาลอังกฤษ “แบนคริปโตบริจาคการเมือง” หวั่นตามเงินไม่ได้-เสี่ยงต่างชาติแทรกแซง
ประเด็น “เงินคริปโตกับการเมืองอังกฤษ” กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง หลังประธานคณะกรรมาธิการรัฐสภา 7 คนจากพรรค Labour ส่งจดหมายถึงรัฐบาล เรียกร้องให้ ห้ามรับเงินบริจาคทางการเมืองในรูปคริปโตเคอร์เรนซี ในร่าง Elections Bill ที่กำลังจะออกมา โดยให้เหตุผลว่าเงินคริปโตอาจทำให้ความโปร่งใสและการตรวจสอบแหล่งที่มาของเงินยากขึ้น
รายงานระบุว่า จดหมายดังกล่าวมี Liam Byrne (ประธานคณะกรรมาธิการด้านธุรกิจและการค้า) เป็นหนึ่งในผู้ลงนาม และชี้ว่า “คริปโต” สามารถ
ปิดบังแหล่งที่มาที่แท้จริงของเงิน
เปิดช่องให้เกิด “micro-donation” จำนวนมากจนต่ำกว่าเกณฑ์ต้องเปิดเผย
เพิ่มความเสี่ยงต่อ “การแทรกแซงจากต่างชาติ”
ทำไมถึงกดดันรัฐบาล Labour ตอนนี้?
แรงกดดันครั้งนี้เพิ่มขึ้นท่ามกลางรายงานว่า รัฐบาล Labour เคยพิจารณาแนวคิด “แบนคริปโตบริจาคการเมือง” มาตั้งแต่กลางปี 2025 แล้ว แต่แหล่งข่าวภาครัฐให้เหตุผลว่า “ความซับซ้อนในการบังคับใช้” อาจทำให้การแบนยังไม่ถูกใส่ใน Elections Bill ฉบับที่จะเผยแพร่ในเร็วๆ นี้
อีกประเด็นสำคัญคือ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (Electoral Commission) เคยแสดงความกังวลต่อความเสี่ยงด้านการตรวจสอบ/การบังคับใช้เช่นกัน ซึ่งถูกหยิบมาอ้างในบริบทการผลักดันครั้งนี้
Reform UK จะโดนเต็มๆ หากมีการแบน
หากมีการห้ามจริง พรรคที่ได้รับผลกระทบโดยตรงคือ Reform UK ของ Nigel Farage ซึ่งประกาศในเดือนพฤษภาคม 2025 ว่าจะเป็นพรรคแรกในสหราชอาณาจักรที่รับบริจาคด้วย Bitcoin และคริปโตอื่นๆ
แม้ “ดีลใหญ่” ที่เป็นข่าวมากสุด—เงินบริจาค £9 ล้าน ที่เปิดเผยผ่านเอกสารการยื่นต่อ Electoral Commission—จะเป็น เงิน fiat ไม่ใช่คริปโต แต่ผู้บริจาคถูกสื่อระบุว่าเป็นนักลงทุนสายคริปโต Christopher Harborne ซึ่งทำให้การถกเถียงเรื่อง “ที่มาของความมั่งคั่ง” และความเสี่ยงต่อความโปร่งใสยิ่งร้อนขึ้น
ภาพใหญ่: อังกฤษเร่งกรอบกำกับคริปโต แต่ “เงินการเมือง” ยังเป็นประเด็นเสี่ยง
ขณะเดียวกัน สหราชอาณาจักรกำลังเดินหน้าสร้างกรอบกฎหมาย/การกำกับสินทรัพย์ดิจิทัลในภาพรวม เช่น การออกกฎหมายที่ช่วยยืนยันสถานะ “สินทรัพย์ดิจิทัลเป็นทรัพย์สิน” (property) ในช่วงปลายปี 2025
แรงผลักให้แบนเงินคริปโตบริจาคการเมืองจึงถูกมองว่าเป็น “อีกเส้นหนึ่ง” ของการจัดระเบียบ—เน้นไปที่ความโปร่งใสและความเสี่ยงด้านความมั่นคงของกระบวนการเลือกตั้ง มากกว่าจะเป็นการคุมคริปโตในฐานะสินทรัพย์ลงทุน
อ้างอิง : theblock.co