เหรียญคริปโตสายการเมืองอย่าง TRUMP Token เริ่มเข้าสู่ช่วง “Vesting Unlock” หรือการปลดล็อกเหรียญครั้งแรกในวันที่ 18 เมษายน โดยมีการปลดเหรียญออกมาถึง 40 ล้านเหรียญ คิดเป็นมูลค่าราว 309 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 11,300 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็น การปลดล็อกครั้งใหญ่ (Cliff Unlock) ที่อาจกระทบราคาเหรียญในตลาดอย่างรุนแรง
เหรียญ TRUMP ดิ่งหนักกว่า 89.5% จากจุดสูงสุด
TRUMP Token เคยพุ่งแตะ ราคา All-Time High ที่ $73.43 เมื่อวันที่ 19 มกราคม เพียงสองวันหลังเปิดตัว ก่อนที่จะเข้าสู่ช่วงขาลงอย่างรวดเร็ว โดยล่าสุดเหรียญร่วงลงมาอยู่ในช่วงราคา $7.46 – $7.83 ตามข้อมูลจาก CoinGecko

จากการวิเคราะห์ของบริษัท Chainalysis พบว่า มีผู้ถือเหรียญกว่า 800,000 Wallet ที่ได้รับผลกระทบจากราคาที่ร่วงลง ทำให้เกิดความเสียหายรวมกว่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
เหรียญที่ปลดล็อกจะเข้ามาจากใคร?
เหรียญ TRUMP ที่ปลดล็อกในรอบนี้ จะตกเป็นของกลุ่มผู้สร้างโปรเจกต์และบริษัท CIC Digital LLC ตามข้อมูลจากเว็บไซต์ทางการของ TRUMP Token
โดย CIC Digital LLC และ Fight Fight Fight LLC สองบริษัทในเครือของ Donald Trump ถือครองเหรียญรวมกันมากถึง 80% ของอุปทานทั้งหมด ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงมากจนน่าจับตา
ใครคือเจ้าของตัวจริงของ TRUMP Token?
- CIC Digital LLC เป็นบริษัทในเครือของ The Trump Organization และมีความเชื่อมโยงกับคอลเลกชัน NFT ของทรัมป์ก่อนหน้านี้ โดยปรากฏชื่อในเอกสารการเงินของทรัมป์ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งกลางในปี 2024 ว่าอยู่ภายใต้ทรัสต์
- Fight Fight Fight LLC เป็นบริษัทอีกแห่งที่เชื่อมโยงกับทีมงานทรัมป์ โดยเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง CIC Digital และ Celebration Cards LLC ซึ่งตั้งอยู่ในรัฐไวโอมิง
ชื่อบริษัท "Fight Fight Fight" ยังอ้างอิงถึงวลีที่ทรัมป์ตะโกนระหว่างเหตุการณ์พยายามลอบสังหารในเวทีหาเสียงด้วย
ระวังความผันผวน! ปลดล็อกครั้งแรกใหญ่มาก
เหรียญ 40 ล้านที่ปลดออกมานั้น คิดเป็น 20% ของ Supply ที่หมุนเวียนในตลาด ซึ่งการปล่อยเหรียญจากสถานะ "ไม่สามารถขายได้" มาเป็น "สามารถขายได้" จะสร้างแรงกดดันด้านราคาทันที
หลังจากวันที่ 18 เมษายน จะมีการปลดล็อกเหรียญแบบต่อเนื่องรายวัน โดยในช่วง 19–21 เมษายน จะมีเหรียญถูกปลดเฉลี่ยวันละประมาณ 493,000 เหรียญ ตามข้อมูลจาก DropsTab
นักลงทุนยังไม่ขาดทุน... ถ้าไม่ขาย
ถึงแม้ราคาเหรียญจะร่วงลงอย่างหนัก แต่ในเชิงเทคนิค นักลงทุนจะยังไม่ถือว่า “ขาดทุนจริง” หากยังไม่ขายเหรียญออกมา อย่างไรก็ตาม ราคาที่ดิ่งลงอาจสร้างแรงกดดันให้หลายคนตัดสินใจขายก่อนขาดทุนหนักไปกว่านี้
อ้างอิง : cointelegraph.com
ภาพ bloomberg.com