Bitcoin Addict - ข่าวสารและบทความคริปโต

“ยุทธศาสตร์ชาติ” ของสหรัฐฯยุคทรัมป์ เมิน Bitcoin–Blockchain เน้นแต่ AI–ไบโอ–ควอนตัม
08 December 2025ข่าวโดย Rawiwarn Owattasanee

“ยุทธศาสตร์ชาติ” ของสหรัฐฯยุคทรัมป์ เมิน Bitcoin–Blockchain เน้นแต่ AI–ไบโอ–ควอนตัม

หลังจากชนะการเลือกตั้งปี 2024 ด้วยภาพจำ “ประธานาธิบดีสายโปรคริปโต” หลายคนคาดหวังว่า โดนัลด์ ทรัมป์ จะดัน Bitcoin และเทคโนโลยีบล็อกเชนให้กลายเป็น “ยุทธศาสตร์ชาติ” ของสหรัฐฯ อย่างเป็นรูปธรรม

 

ในด้านนโยบายเฉพาะทาง ทรัมป์ก็ทำไปแล้วหลายอย่างที่ถูกใจสายคริปโต ไม่ว่าจะเป็น

 

  • ออกคำสั่งฝ่ายบริหาร ยกเลิกนโยบายยุคไบเดน ที่ถูกมองว่าไม่เป็นมิตรต่อคริปโต

  • ตั้ง President’s Working Group on Digital Asset Markets ดูแลภาพใหญ่ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล

  • ประกาศ ห้ามออก CBDC เวอร์ชันดอลลาร์สหรัฐ อย่างชัดเจน

  • ผลักดัน GENIUS Act ซึ่งถือเป็นกรอบกฎหมายกลางฉบับแรกด้าน Stablecoin

  • ลดแรงกดดันด้านกฎหมายด้วยการ ยุติหรือถอนบางเคสฟ้องร้องต่อบริษัทคริปโต

 

ยังไม่รวมถึงการประกาศตั้ง Strategic Bitcoin Reserve หรือทุนสำรองบิตคอยน์ในระดับชาติ แม้จะทำให้แฟน ๆ ผิดหวังเล็กน้อย เพราะเลือกใช้ “บิตคอยน์ที่ยึดมา” แทนการ “ซื้อใหม่เข้าพอร์ต” ก็ตาม

 

แต่คำถามคือ…

 

ถ้าทรัมป์โปรคริปโตขนาดนี้ ทำไม “Bitcoin” และ “Blockchain” ถึงหายไปจากยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติฉบับล่าสุดของสหรัฐฯ?

 

ยุทธศาสตร์ความมั่นคงสหรัฐฯ ยุคทรัมป์: AI–Biotech–Quantum มาก่อนคริปโต

 

ในเอกสาร National Security Strategy ล่าสุดของรัฐบาลทรัมป์ ประเด็นเทคโนโลยีที่ถูกยกขึ้นมาเป็น “เสาหลักด้านความมั่นคงและการแข่งขันระดับโลก” กลับไม่ใช่คริปโต แต่คือ

 

  • Artificial Intelligence (AI)

  • Biotech (เทคโนโลยีชีวภาพ)

  • Quantum Computing (คอมพิวเตอร์ควอนตัม)

 

โดยมีข้อความสำคัญระบุว่า สหรัฐฯ ต้องการให้ “เทคโนโลยีและมาตรฐานของสหรัฐฯ – โดยเฉพาะด้าน AI, biotech และ quantum computing – เป็นตัวขับเคลื่อนโลกไปข้างหน้า”

 

สิ่งที่หายไปอย่างชัดเจนคือ ไม่มีการพูดถึง Digital Assets, Crypto, Bitcoin หรือ Blockchain ในฐานะเทคโนโลยีกลยุทธ์ระดับชาติเลย

 

โปรคริปโตในนโยบายการเงิน–กฎหมาย แต่ยังไม่ใช่เทคยุทธศาสตร์ชาติ

 

หากมองภาพรวมจะเห็นว่า นโยบายของทรัมป์ต่อคริปโตในตอนนี้ เอื้อในมิติ “การเงิน–ตลาดทุน–กฎหมาย” มากกว่ามิติ “ยุทธศาสตร์ความมั่นคงชาติ”

 

สิ่งที่ทรัมป์ทำชัด ๆ แล้วมีทั้ง

 

  • คลายล็อกกฎเกณฑ์บางส่วนที่กดดันตลาดคริปโตในยุคก่อน

  • ให้กรอบกฎหมาย Stablecoin ผ่าน GENIUS Act ที่ทำให้ผู้เล่นในตลาดเริ่มวางแผนธุรกิจได้ชัดขึ้น

  • ส่งสัญญาณสนับสนุนภาคเอกชนในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคริปโต

  • ตั้งทุนสำรอง Bitcoin เพื่อแสดงจุดยืนว่าบิตคอยน์ “มีที่ทาง” ในระบบการเงินสหรัฐฯ

 

แต่ในมุมของ ความมั่นคงระดับชาติ (National Security) สหรัฐฯ ยังเลือกโฟกัสกับเทคโนโลยีที่ถูกมองว่าเป็น “สนามแข่งตรง ๆ กับจีนและคู่แข่งมหาอำนาจอื่น” อย่าง AI, biotech และ quantum computing ก่อน

 

พูดง่าย ๆ คือ ตอนนี้ คริปโตถูกจัดวางเป็น “สินทรัพย์การเงินสำคัญ” แต่ยังไม่ถูกเลื่อนขั้นเป็น “เทคโนโลยียุทธศาสตร์ชาติ” แบบเดียวกับ AI หรือควอนตัม

 

ส่งสัญญาณอะไรต่ออุตสาหกรรมคริปโต?

 

การที่ Bitcoin และ Blockchain ไม่ถูกระบุชื่อในยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ สะท้อนอย่างน้อย 3 ประเด็นสำคัญ:

 

  1. สหรัฐฯ ยังมองคริปโตเป็น Financial Asset มากกว่า Strategic Tech Stack
    ยังไม่ถูกวางเคียงคู่กับ AI หรือ Quantum ในฐานะเทคโนโลยีที่ต้องเร่งครองมาตรฐานโลก

  2. โฟกัสของรัฐต่อคริปโตตอนนี้ คือ “กำกับ–ทำให้ใช้งานได้ในระบบการเงิน” ก่อน “ใช้เป็นอาวุธเชิงยุทธศาสตร์”
    เช่น การออกกรอบ Stablecoin, การกำหนดท่าทีต่อ CBDC, การตั้งกลไกกำกับดูแลตลาดดิจิทัล

  3. ยังเปิดพื้นที่ให้ภาคเอกชนเป็นคนพิสูจน์ว่า Blockchain มีบทบาทด้านความมั่นคงจริงแค่ไหน
    ถ้าอนาคตโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน, การค้าโลก, ระบบชำระเงินข้ามประเทศ หรือโครงสร้างข้อมูลความมั่นคงใช้ Blockchain ในระดับลึกมากขึ้น เราอาจเริ่มเห็นชื่อ Crypto/Blockchain โผล่ในเอกสารความมั่นคงมากกว่านี้

 

โปรคริปโตแค่ไหน ไม่ได้แปลว่า “ทุกเอกสารต้องมีชื่อ Bitcoin”

 

สำหรับคนในวงการคริปโต เอกสารชุดนี้อาจทำให้รู้สึกว่า “เฮ้ย ไฟท์มาตั้งเยอะ ทำไมไม่เขียนชื่อเราบ้าง?”

 

แต่ถ้าดูภาพใหญ่ เราจะเห็นว่า

 

  • ทรัมป์ส่งสัญญาณ ไม่เอา CBDC, เปิดทางกฎหมาย Stablecoin, คลายแรงดันกฎหมายบางส่วน

  • มี Strategic Bitcoin Reserve เป็นหน้าเป็นตาเชิงสัญลักษณ์

  • แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อพูดถึง “ความมั่นคงชาติระยะยาว” ฝั่งรัฐยังเลือกวาง AI–Biotech–Quantum เป็นพระเอกก่อน

 

สิ่งนี้อาจตีความได้ว่า “ทรัมป์อาจโปรคริปโตในมิติตลาดการเงิน แต่สำหรับ National Security เขายังไม่มองคริปโตเป็นหัวใจหลักของยุทธศาสตร์เทคโนโลยีสหรัฐฯ”

 

คำถามที่เหลือคือ ในอีก 4–8 ปีข้างหน้า โลกจะยังมองคริปโตเป็นแค่สินทรัพย์การเงินอยู่หรือไม่ หรือมันจะค่อย ๆ เปลี่ยนบทบาทไปเป็น โครงสร้างพื้นฐานด้านความมั่นคง – แบบที่ตอนนี้ AI กำลังทำอยู่

 

อ้างอิง : coindesk.com