Fidelity Digital Assets เตือน AI อาจปั้นคริปโตให้บูม แต่มูลค่าอาจไม่ตกถึงโทเคน
20 August 2026ข่าวโดย Rawiwarn Owattasanee

Fidelity Digital Assets เตือน AI อาจปั้นคริปโตให้บูม แต่มูลค่าอาจไม่ตกถึงโทเคน

Fidelity Digital Assets หน่วยงานด้านสินทรัพย์ดิจิทัลของ Fidelity Investments บริษัทจัดการกองทุนยักษ์ใหญ่ ออกรายงานเมื่อวันพุธที่ผ่านมา เตือนว่าแม้ AI Agent (ซอฟต์แวร์อัตโนมัติที่ตัดสินใจ ซื้อข้อมูลหรือพลังประมวลผล และทำธุรกรรมได้เองโดยไม่ต้องมีมนุษย์แทรกแซง) จะช่วยดันกิจกรรมในโลกคริปโตให้เติบโตขึ้นมาก แต่มูลค่าส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นอาจไม่ไหลกลับเข้าสู่บล็อกเชนหรือโทเคนพื้นฐานอย่างที่หลายคนคาดหวัง ตามรายงานของ CoinDesk

 

🤖 การแข่งขันด้านโครงสร้างพื้นฐานเริ่มขึ้นแล้ว

 

ข้อมูลจากรายงานของ Keyrock ระบุว่า AI Agent ได้ทำธุรกรรมชำระเงินบนบล็อกเชนไปแล้วกว่า 73 ล้านดอลลาร์ ผ่านธุรกรรมกว่า 176 ล้านรายการในช่วงหนึ่งปีจนถึงเดือนเมษายนที่ผ่านมา ขณะที่ Coinbase, Stripe และ Visa ต่างพัฒนาระบบชำระเงินระหว่างเครื่องจักรของตัวเองแข่งกันอยู่ Max Wadington นักวิเคราะห์ของ Fidelity Digital Assets เขียนไว้ในรายงานว่า "เมื่อ AI ลดอุปสรรคในการพัฒนาและการเข้าร่วม ความได้เปรียบทางการแข่งขันอาจย้ายไปอยู่ที่สภาพคล่อง การกระจายตัว ความปลอดภัย ความน่าเชื่อถือ และการปฏิบัติตามกฎระเบียบ มากกว่าตัวเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว"

 

💸 ปัญหา "การจับมูลค่า" ของโทเคน

 

แม้ AI Agent จะใช้บล็อกเชนมากขึ้นเรื่อยๆ แต่จำนวนธุรกรรมที่เพิ่มขึ้นไม่ได้แปลว่ามูลค่าจะไหลกลับไปหาผู้ถือโทเคนเสมอไป Fidelity ยกตัวอย่างธุรกรรมมูลค่าน้อย (Micropayment) ที่ AI อาจสร้างปริมาณมหาศาล แต่ค่าธรรมเนียมมักต่ำและมักถูกส่งไปประมวลผลบน Layer 2 หรือชำระนอกเชนแทน ผู้ที่ได้ประโยชน์จริงอาจกลายเป็นผู้ออก Stablecoin และผู้ให้บริการ มากกว่าโทเคนของเชนหลัก ตัวอย่างที่เห็นชัดคือระบบ x402 ของ Coinbase ที่ส่วนใหญ่ใช้ USDC ของ Circle ในการชำระเงิน ขณะที่บริษัทชำระเงินดั้งเดิมก็กำลังพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ AI Agent ของตัวเองเช่นกัน Fidelity มองว่ากิจกรรมมูลค่าสูงอย่างการเทรด การให้กู้ยืม และการยืมสินทรัพย์ อาจเป็นจุดที่จับมูลค่าได้ดีกว่า

 

⚠️ ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยที่มาพร้อม AI

 

AI ยังทำให้การค้นหาและใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ง่ายขึ้นด้วย เพิ่มความเสี่ยงให้กับโปรโตคอลและสัญญาอัจฉริยะ ระบบ AI ขั้นสูงสามารถตรวจจับจุดอ่อนได้ทั้งในตัวสัญญาอัจฉริยะเองและโครงสร้างพื้นฐานโดยรอบ ทั้งการจัดการคีย์ บริดจ์ และระบบ Oracle ซึ่งผลักดันให้วงการคริปโตต้องคิดใหม่เรื่องความปลอดภัย บริษัทคริปโตหลายแห่งเริ่มนำเทคโนโลยีเดียวกันมาใช้ป้องกันตัวเอง เช่น Payward บริษัทแม่ของ Kraken ที่เข้าร่วมโครงการ Glasswing ของ Anthropic เพื่อใช้โมเดล Claude Mythos 5 แบบจำกัดสิทธิ์ในการค้นหาและแก้ไขช่องโหว่ก่อนที่แฮกเกอร์จะใช้ประโยชน์ได้ก่อน

 

📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com:
ความเคลื่อนไหวอื่นๆ ด้าน AI Agent และคริปโตที่เราเคยรายงาน
👉 Coinbase เปิดตัว Agentic.market ตลาดนัด AI Agent ให้บอตช้อปปิ้งและรับจ้างทำงานได้ 24 ชั่วโมง
👉 แฮกเกอร์หลอก Grok ด้วยรหัสมอร์ส โอนคริปโตหาย 2 แสนดอลลาร์ในไม่กี่วินาที

🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: CoinDesk

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict:
รายงานนี้เป็นมุมมองที่สมดุลและน่าคิดตาม เพราะชี้ให้เห็นว่าการที่ AI ทำให้กิจกรรมบนเชนคึกคักขึ้น ไม่ได้แปลว่าโทเคนที่เราถืออยู่จะได้ประโยชน์โดยอัตโนมัติ นักลงทุนไทยที่กำลังมองหาโอกาสในธีม AI ผสมคริปโต ควรแยกแยะให้ชัดระหว่างโปรเจกต์ที่แค่ "ใช้คำว่า AI" กับโปรเจกต์ที่มีโครงสร้างจับมูลค่าจริงๆ อย่างสภาพคล่อง การกระจายช่องทาง หรือความปลอดภัยที่ลอกเลียนแบบยาก เพราะนั่นคือสิ่งที่ Fidelity ชี้ว่าจะเป็นตัวตัดสินผู้ชนะในยุคที่ AI ทำให้การพัฒนาซอฟต์แวร์ถูกและเร็วขึ้นจนใครก็ทำตามกันได้ง่าย

 

Tags / คีย์เวิร์ด SEO: Fidelity Digital Assets, AI Agent, Crypto, Stablecoin, Token Value Capture, Blockchain Security

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com