ซีอีโอ Tether ปฏิเสธขอใบอนุญาต MiCA เหตุกฎสำรอง 60% ในธนาคาร
23 September 2026ข่าวโดย Rawiwarn Owattasanee

ซีอีโอ Tether ปฏิเสธขอใบอนุญาต MiCA เหตุกฎสำรอง 60% ในธนาคาร

เปาโล อาร์โดอิโน (Paolo Ardoino) ซีอีโอ Tether เปิดเผยว่าบริษัทปฏิเสธที่จะยื่นขอใบอนุญาต MiCA (Markets in Crypto-Assets กฎระเบียบสินทรัพย์คริปโตของสหภาพยุโรป) เนื่องจากกฎที่บังคับให้ผู้ออก Stablecoin รายใหญ่ต้องถือครองเงินสำรองอย่างน้อย 60% ไว้ในรูปเงินฝากธนาคารพาณิชย์

กฎที่ Tether ปฏิเสธคืออะไร

ตามกฎ MiCA ปัจจุบัน ผู้ออก Stablecoin ทั่วไปต้องถือเงินสำรองเป็นเงินฝากธนาคารอย่างน้อย 30% ส่วนผู้ออกรายใหญ่ต้องถือสูงถึง 60% อาร์โดอิโนโต้แย้งเรื่องนี้มาตั้งแต่ปี 2567 โดยให้เหตุผลว่ากฎนี้ทำให้เหรียญมีความเสี่ยงมากขึ้น เพราะหากธนาคารแห่งใดล้มลง เงินสำรองที่จำเป็นสำหรับการแลกคืนเหรียญของผู้ใช้อาจถูกตรึงไว้ชั่วคราวได้

ECB กลับเสนอให้ยกเลิกกฎเดียวกันนี้เอง

สิ่งที่น่าสนใจคือธนาคารกลางยุโรป (ECB) และธนาคารกลางประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปรายอื่น กลับเสนอให้แก้ไขกฎ MiCA เพื่อยกเลิกข้อบังคับเรื่องสัดส่วนเงินฝากธนาคารนี้ไปเลย โดยให้เหตุผลว่าเงินฝากจาก Stablecoin ที่ผันผวนอาจทำให้ธนาคารเสี่ยงต่อการถูกถอนเงินกะทันหัน แล้วเสนอให้ใช้เกณฑ์สภาพคล่องแทน คือกำหนดสัดส่วนขั้นต่ำที่ต้องถือในสินทรัพย์ที่ครบกำหนดอายุภายใน 1-5 วันทำการแทน

 

"หากถือเงินสำรองไว้เป็นเงินฝากธนาคาร Stablecoin อาจเปลี่ยนโครงสร้างเงินทุนของธนาคาร โดยแทนที่เงินฝากรายย่อยที่มีเสถียรภาพด้วยเงินฝากจากผู้ออก Stablecoin ซึ่งมีแนวโน้มผันผวนและอ่อนไหวต่อสภาวะตลาดมากกว่า" — เอกสารของกลุ่มธนาคารกลางยุโรป

 

ความเสี่ยงจากโมเดล Multi-Issuance

ธนาคารกลางยังย้ำมุมมองของคณะกรรมการความเสี่ยงเชิงระบบยุโรป (European Systemic Risk Board) ที่มองว่าโมเดล Multi-Issuance ซึ่งบริษัท Stablecoin ระดับโลกออกเหรียญในสหภาพยุโรปให้แลกเปลี่ยนกันได้กับเหรียญที่ออกนอกกลุ่ม มีความเสี่ยงต่อเสถียรภาพทางการเงิน และยังไม่ได้รับอนุญาตภายใต้กฎปัจจุบัน หากอนุญาตให้ทำได้ในอนาคต กฎ MiCA ควรมีกรอบความปลอดภัยที่ครอบคลุมกว่านี้ รวมถึงการประเมินว่ากฎ Stablecoin ของประเทศอื่นเทียบเท่ากันหรือไม่

สถานะล่าสุด

ข้อเสนอแก้ไขนี้ยังไม่ผ่านการรับรอง โดยรอบรับฟังความเห็นจะปิดในวันที่ 30 กันยายนนี้ ตราบใดที่กฎหมายยังไม่ถูกแก้ไข เกณฑ์ 30% และ 60% ยังคงมีผลบังคับใช้ตามกฎเดิม และ Tether ก็ยังไม่มีใบอนุญาตดำเนินธุรกิจในสหภาพยุโรปจนถึงตอนนี้ นอกจากนี้เอกสารยังพาดพิงถึงสหรัฐฯ ที่แม้จะผ่านกฎหมายกำกับดูแล Stablecoin ไปเมื่อปีก่อน แต่กฎหมายคริปโตในภาพกว้างของสหรัฐฯ ก็ชะงักลงเช่นกัน หลังวุฒิสภาสหรัฐฯ ไม่สามารถผลักดันร่างกฎหมาย Clarity Act ผ่านได้เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

 

📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com:
👉 วิกฤต Tether? กฎ MiCA กระทบหนัก มูลค่าตลาด USDT ทรุดกว่า 1.8 พันล้านดอลลาร์
👉 อดีต CIO ของ Tether เตรียมขายหุ้นบางส่วนใน USDT มูลค่ากว่า 7.7 หมื่นล้านบาท ท่ามกลางแรงกดดันกฎ MiCA ในยุโรป

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict

ทีมข่าวมองว่าจุดที่น่าสนใจที่สุดคือทั้ง Tether และ ECB ต่างเห็นตรงกันว่ากฎสำรอง 60% ไม่เหมาะสม เพียงแต่มาจากมุมมองคนละมิติ ฝั่ง Tether มองในแง่ความเสี่ยงต่อผู้ถือเหรียญ ส่วนฝั่งธนาคารกลางมองในแง่เสถียรภาพของระบบธนาคาร อย่างไรก็ตาม ต้องย้ำให้ชัดว่านี่เป็นเพียงข้อเสนอที่ยังไม่ผ่านการรับรอง กฎเดิมยังมีผลบังคับใช้อยู่ และไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร Tether ก็ยังคงไม่มีใบอนุญาตดำเนินธุรกิจในสหภาพยุโรปเหมือนเดิม ผู้ใช้ USDT ในยุโรปจึงควรติดตามสถานะกฎระเบียบนี้อย่างใกล้ชิด เพราะยังไม่มีความชัดเจนว่าจะจบลงอย่างไร

 

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com