ภาพประกอบสมองดิจิทัลเรืองแสงส่งวงจรลงมาที่เหรียญ Bitcoin ที่มีป้ายเตือน ขณะที่เครื่องควอนตัมสีทองอยู่ไกลทางซ้าย สื่อถึงข่าว AI เป็นภัยต่อ Bitcoin ใกล้ตัวกว่าควอนตัม
03 November 2026•ข่าว•โดย กองบรรณาธิการ Bitcoin Addict

คอรี คลิปสเตน (Cory Klippsten) ผู้ก่อตั้ง Swan Bitcoin ชี้ AI ใกล้ตัวกว่าควอนตัมที่ยังห่างอย่างน้อย 10 ปี

คอรี คลิปสเตน (Cory Klippsten) ผู้ก่อตั้ง Swan Bitcoin ระบุในรายการ Chain Reaction ของ Cointelegraph ว่าภัยระยะใกล้ต่อ Bitcoin คือ AI ไม่ใช่คอมพิวเตอร์ควอนตัม โดยเขาประเมินว่าควอนตัมที่คุกคามการเข้ารหัสของ Bitcoin ได้ยังห่างออกไปอย่างน้อย 10 ปี

Cointelegraph รายงานเมื่อ 3 พ.ย. 2569 ว่า Klippsten มองว่าแฮ็กเกอร์ใช้โมเดลภาษาขนาดใหญ่ หรือ LLM ซึ่งเป็นโมเดล AI แบบเดียวกับที่ใช้ในแชตบอต ไล่ตรวจจุดอ่อนของระบบมากขึ้น ขณะที่กระดานเทรดคริปโตเจอเหตุละเมิดความปลอดภัยต่อเนื่อง Cointelegraph สรุปไว้ว่าแฮ็กเกอร์ใช้ LLM หาช่องโหว่ได้ด้วยคำสั่งไม่กี่ข้อ ทั้งหมดเป็นความเห็นของ Klippsten ต้นทางไม่ได้ระบุตัวอย่างการโจมตีด้วย AI ที่ยืนยันได้ และไม่ได้ระบุว่าเหตุแฮ็กที่ยกมาเป็นฝีมือ AI

Swan Bitcoin ชี้ AI เป็นภัยใกล้ตัวต่อ Bitcoin กว่าควอนตัม

Klippsten พูดในรายการว่าความกังวลเรื่องคอมพิวเตอร์ควอนตัมส่วนใหญ่เป็นเรื่องคาดการณ์ และชี้ว่าความก้าวหน้าของ LLM เป็นความท้าทายเร่งด่วนกว่า เพราะผู้โจมตีใช้เทคโนโลยีนี้ไล่ตรวจจุดอ่อนของระบบความปลอดภัย

"ผมคิดว่าเรากำลังพบว่าภัยระยะใกล้จริงๆ คือ AI คือโมเดลภาษาขนาดใหญ่ในมือแฮ็กเกอร์ที่ไล่เจาะดูทุกอย่าง และนั่นคือสิ่งที่คุณเห็นซ้ำแล้วซ้ำอีก"

คอรี คลิปสเตน (Cory Klippsten) ผู้ก่อตั้ง Swan Bitcoin รายการ Chain Reaction ของ Cointelegraph ตามที่ Cointelegraph รายงาน 3 พ.ย. 2569 ต้นฉบับ "I think we're finding out that the near term threat is actually AI. That it's these LLMs in the hands of hackers going and poking through everything. And that's where you see this over and over and over again."

เขาเตือนด้วยว่าบริษัทคริปโตดูแลสินทรัพย์ลูกค้าด้วยซอฟต์แวร์ที่เร่งทำขึ้นไม่ได้ และต้องรู้จริงในเรื่องความปลอดภัย

ควอนตัมยังห่างอย่างน้อย 10 ปี ตามที่ Klippsten ประเมิน

คอมพิวเตอร์ควอนตัมคือเครื่องประมวลผลที่ใช้หลักฟิสิกส์ควอนตัม ในทางทฤษฎีแก้โจทย์คณิตศาสตร์ที่ใช้ปกป้องกุญแจของ Bitcoin ได้ Klippsten ประเมินว่าเครื่องที่ทำได้จริงยังห่างออกไปอย่างน้อย 10 ปี และอาจนานกว่านั้น เขาบอกว่าถ้าภัยนี้น่าเชื่อถือขึ้น เครือข่าย Bitcoin ค่อยปรับใช้การป้องกันแบบทนควอนตัมได้ และการรีบใส่ตอนนี้จะเพิ่มความซับซ้อนโดยไม่จำเป็น

เขายังชี้ว่าสตาร์ตอัปและนักลงทุนคริปโตบางรายใช้ความกลัวเรื่องควอนตัมเพื่อดึงเงินทุน และเรียกการถกเถียงส่วนใหญ่ว่า FUD ซึ่งหมายถึงการปั่นกระแสด้วยความกลัว ความไม่แน่ใจ และความสงสัย มากกว่าภัยที่ใกล้ตัว ต้นทางไม่ได้ระบุว่าเขาหมายถึงบริษัทหรือโครงการใด ข้อนี้เป็นความเห็นของเขาเอง

งานวิจัย Google และนักวิจัยรายอื่นให้ภาพที่เร็วกว่า

ประเมินเรื่องควอนตัมแตกต่างกันมาก เมื่อเดือนมีนาคม 2569 Google เผยแพร่งานวิจัยที่ประเมินว่าคอมพิวเตอร์ควอนตัมอาจถอดรหัสที่ปกป้อง Bitcoin และ Ethereum ได้ด้วย Physical Qubit ไม่ถึง 500,000 ตัว น้อยกว่าที่เคยประเมินไว้ถึง 20 เท่า และมีสถานการณ์ที่ไขกุญแจส่วนตัวได้ภายในราว 9 นาที ตามที่เรารายงานไว้ จัสติน เดรก (Justin Drake) นักวิจัยจาก Ethereum Foundation ผู้ร่วมเขียนงานวิจัย ให้โอกาสอย่างน้อย 10% ที่วันที่ควอนตัมทำลายการเข้ารหัสสมัยใหม่ได้จะมาถึงภายในปี 2032 ซึ่งห่างจากปีนี้ราว 6 ปี และ Google กำหนดเส้นตายปี 2029 ให้ระบบของตัวเองย้ายไปใช้การเข้ารหัสแบบทนควอนตัม

ฝั่งที่มองว่าอีกไกล เซย์เลอร์เคยประเมินว่าภัยควอนตัมต่อ Bitcoin ยังอีกไกลกว่า 10 ปี ตามที่เรารายงานไว้ ตัวเลข 10 ปีของ Klippsten จึงใกล้กับฝั่งนี้ และห่างจากการให้โอกาสภายในปี 2032 ของ Drake ทั้งหมดเป็นการประเมินและความน่าจะเป็น ไม่มีฝ่ายใดยืนยันวันที่ที่แน่นอนได้

เหตุแฮ็กที่ต้นทางยกมาประกอบ

Cointelegraph เล่าว่าคำเตือนของ Klippsten ออกมาขณะที่ Mercado Bitcoin กระดานเทรดรายใหญ่ของบราซิลระงับการฝากถอนเมื่อวันจันทร์ที่ 2 พ.ย. หลังเกิดเหตุความปลอดภัย นักวิเคราะห์บล็อกเชนประเมินว่าเงินออกจากกระเป๋าเกิน 46 ล้านดอลลาร์ หรือราว 1,550 ล้านบาท ก่อนหน้านั้นไม่กี่วันมีเหตุแฮ็ก Hot Wallet (กระเป๋าที่ต่ออินเทอร์เน็ตไว้ใช้โอนรายวัน) ของกระดานเทรดรายใหญ่อีกแห่งมูลค่า 6,300 ล้านดอลลาร์ เมื่อ 29 ต.ค. ซึ่ง FBI ระบุว่าเป็นฝีมือแฮ็กเกอร์เกาหลีเหนือ

รายละเอียดเหตุ Mercado Bitcoin จากอีกข่าวของ Cointelegraph มีดังนี้

  • บริษัทความปลอดภัยระบุว่าการโจมตีทำผ่านการโอนปกติ ไม่ใช่การเจาะ Smart Contract (โปรแกรมที่ทำงานบนบล็อกเชน)
  • Dickson Wu วิศวกรความปลอดภัยอาวุโสของ Certik ระบุว่าผู้โจมตีไล่เจาะเครือข่ายขนาดเล็ก 8 แห่งนาน 4 ชั่วโมง รวมถึง Base, Optimism และ Arbitrum จากนั้นย้ายไปที่ Hot Wallet หลักของบริษัท
  • ถึงเวลา 16.42 น. ตามเวลา UTC ราว 6.2 ล้านดอลลาร์ถูก Tether และ Circle อายัดไว้ ราว 20 ล้านดอลลาร์ย้ายเข้ากระเป๋าที่สร้างใหม่ และเกิน 20 ล้านดอลลาร์ยังอยู่ในที่อยู่ที่บริษัทระบุ รวมถึง Bitcoin ทั้งหมด 106 BTC
  • บริษัทแจ้งว่าลูกค้าไม่มีความสูญเสียและไม่มีข้อมูลรั่ว เหตุยังไม่ระบุตัวผู้โจมตีและอยู่ระหว่างสอบสวน

ทั้งสองข่าวไม่ได้ระบุว่า AI อยู่เบื้องหลังเหตุเหล่านี้ Klippsten พูดถึงแนวโน้มทั่วไป ไม่ได้ชี้ไปที่เหตุใดเหตุหนึ่ง

สิ่งที่ยังไม่รู้

ต้นทางไม่ได้ให้ข้อมูลว่ามีการโจมตีคริปโตด้วย AI กี่ครั้ง หรือครั้งใดบ้างที่ยืนยันได้ ตัวเลข 10 ปีเป็นการประเมินของ Klippsten และไม่ได้อ้างงานวิจัย ส่วนข้ออ้างว่าบางรายใช้ความกลัวควอนตัมหาเงินทุนไม่ได้ระบุชื่อใคร จึงตรวจสอบไม่ได้ ผู้อ่านควรแยกว่าสิ่งใดเป็นเหตุการณ์ สิ่งใดเป็นความเห็น

ผลต่อผู้ถือ Bitcoin ในไทย

เงินที่หายในสองเหตุที่ต้นทางยกมา หายจากกระเป๋าของกระดานเทรด ซึ่งต่างจากการถอดรหัสของเครือข่าย Bitcoin เอง ผู้ที่ฝากเหรียญไว้กับกระดานเทรดหรือบริการเก็บรักษาจึงเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงของผู้ดูแลกระเป๋ามากกว่าความเสี่ยงควอนตัมในช่วงนี้ ข้อมูลข้างต้นเป็นการรายงานข่าว ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน

📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com:

👉 Google แฉ! คอมพิวเตอร์ควอนตัมใช้แค่ 5 แสน Qubits ก็เจาะ Bitcoin ได้ใน 9 นาที

👉 เซย์เลอร์ มั่นใจ! ภัยคุกคามจากควอนตัมต่อ Bitcoin ยังอีกไกลกว่า 10 ปี

👉 ห้ามไว้ใจ AI เด็ดขาด! Google แท็กทีมนักวิจัยสั่งทรีต 'AI Agents' เป็นระบบอันตราย หลังบอทคริปโตโดนเจาะพรุน

🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: Cointelegraph เรื่อง Swan Bitcoin (3 พ.ย. 2569), Cointelegraph เรื่อง Mercado Bitcoin (3 พ.ย. 2569)

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict

คำเตือนของ Klippsten ตรวจสอบเป็นข้อเท็จจริงไม่ได้ เพราะต้นทางไม่มีตัวอย่างการโจมตีด้วย AI ที่ยืนยันแล้ว สิ่งที่ตรวจได้คือประเมินเรื่องควอนตัมของวงการยังต่างกันมาก ตั้งแต่ราว 6 ปีตามโอกาส 10% ของ Drake ไปจนถึงเกิน 10 ปีตาม Klippsten และเซย์เลอร์ สำหรับผู้อ่านไทย เหตุที่เกิดจริงในสัปดาห์นี้คือเงินหายจากกระเป๋าของกระดานเทรด ซึ่งเป็นความเสี่ยงของผู้ดูแลมากกว่าเครือข่าย Bitcoin ทีมข่าวไม่ฟันธงว่าภัยใดมาก่อน

ภาพปก: ภาพประกอบสร้างด้วย AI โดยทีม Bitcoin Addict ภาพ 4:5 ที่ใช้บนโซเชียลเป็นภาพประกอบสร้างด้วย AI

รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com