Bitcoin Addict - ข่าวสารและบทความคริปโต

หุ้น Strategy (MSTR) ขึ้นแท่นโดน Short มากที่สุดในสหรัฐฯ! หลังนโยบายสะสม Bitcoin ถูกตั้งคำถาม
26 February 2026ข่าว Bitcoinโดย Rawiwarn Owattasanee

หุ้น Strategy (MSTR) ขึ้นแท่นโดน Short มากที่สุดในสหรัฐฯ! หลังนโยบายสะสม Bitcoin ถูกตั้งคำถาม

หุ้นของบริษัท Strategy (หรือที่รู้จักในชื่อเดิมคือ MicroStrategy) ภายใต้การนำของ Michael Saylor กำลังเผชิญกับการโจมตีจากนักลงทุนฝั่งหมี (Bears) อย่างหนัก หลังจากราคาร่วงลงเกือบ 50% จากจุดสูงสุดตลอดกาลในเดือนตุลาคม 2568

 

ข้อมูลจากรายงาน Hedge Fund Trend Monitor ของ Goldman Sachs ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ระบุว่า Strategy ได้กลายเป็นหุ้นที่มีสัดส่วนการ Short สูงที่สุดในบรรดาหุ้นที่มีมูลค่าตลาดเกิน 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยมีนักลงทุนวางเดิมพันขาลงถึง 14% ของมูลค่าตลาดทั้งหมด คิดเป็นมูลค่าการ Short สูงถึง 6 พันล้านดอลลาร์

 

โมเดลคลังสำรอง Bitcoin กำลังถูกทดสอบ

 

ความกังวลหลักของนักลงทุนในวอลล์สตรีทมาจาก "พรีเมียม" (Premium) ของราคาหุ้นที่เคยสูงกว่ามูลค่าสินทรัพย์ที่ถือครองได้พังทลายลง:

 

  • จุดสูงสุด: ในเดือนพฤศจิกายน 2568 หุ้น Strategy เคยพุ่งสูงกว่า $473 จากราคาเพียง $12 ในปี 2563 เนื่องจากนักลงทุนยอมจ่ายแพงเพื่อเข้าถึงการลงทุน Bitcoin แบบ Leverage

  • ปัจจุบัน: ราคาหุ้นร่วงลงมาเทรดอยู่ที่ประมาณ $135 (ลดลง 60% ในรอบ 6 เดือน) ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำกว่ามูลค่า Bitcoin ที่ถือครองอยู่เมื่อคำนวณต่อหุ้น

  • การถือครอง: ปัจจุบันบริษัทถือครอง Bitcoin รวม 717,722 BTC มูลค่าประมาณ 4.7 หมื่นล้านดอลลาร์ แต่มีผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง (Unrealized Loss) กว่า 7 พันล้านดอลลาร์ เนื่องจากราคาต้นทุนเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ $76,020 ต่อเหรียญ

 

Strategy ยืนหยัดเป็น "ป้อมปราการสุดท้าย" ของบริษัทมหาชน

 

ท่ามกลางภาวะตลาดที่ซบเซา สถิติจาก BitcoinTreasuries.net ชี้ให้เห็นว่า Strategy แทบจะเป็นบริษัทเดียวที่ยังคงเดินหน้าซื้อ Bitcoin อย่างต่อเนื่อง:

 

  • สัดส่วนการซื้อ: Strategy ครองส่วนแบ่งถึง 99.2% ของการซื้อ Bitcoin โดยบริษัทมหาชนทั้งหมดในช่วงที่ผ่านมา

  • คู่แข่งถอยทัพ: ในขณะที่บริษัทอื่น ๆ อีก 193 แห่งหยุดการสะสมหรือเริ่มเทขาย (เช่น Bitdeer ที่ขายคลังสำรองเกือบทั้งหมด) แต่ Michael Saylor ยังคงยืนยันที่จะกู้เงินผ่านการออกหุ้นบุริมสิทธิและตราสารหนี้เพื่อซื้อเพิ่ม จนถูกวิจารณ์ว่าเป็น "เครื่องจักรผลิตการเจือจางหุ้น" (Dilution Machine)

 

อย่างไรก็ตาม Michael Saylor ยังคงมีท่าทีท้าทาย โดยระบุว่า Heavy Short Interest เป็นเรื่องธรรมชาติสำหรับบริษัทที่ตัดสินใจเป็น "ตัวแทนที่บริสุทธิ์ที่สุดของ Bitcoin" และบอกฝั่งหมีว่า "ถ้าคุณเกลียด Bitcoin ก็มา Short เราได้เลย"

 

คุณคิดว่ากลยุทธ์ "ซื้อลูกเดียว" ของ Michael Saylor จะเป็นจุดจบหรือจุดเปลี่ยนของบริษัทมหาชนในอนาคต? คอมเมนต์แลกเปลี่ยนกันได้ครับ! 
ติดตามข่าวคริปโตภาษาไทยอัปเดตทุกวันได้ที่ @BitcoinAddictTH บน X และ bitcoinaddict.com

 

การลงทุนในคริปโตมีความเสี่ยงสูง ราคาอาจผันผวนรุนแรงและสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด บทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน โปรดศึกษาข้อมูลด้วยตนเอง

 

อ้างอิง : dlnews.com

 

 

เชื่อมโยงคุณเข้ากับหัวใจของโลกการเงินที่ Bitcoin Addict

Tag : Bitcoin Michael Saylor Strategy