ตำรวจเกาหลีใต้รวบ 2 ผู้ต้องสงสัย ขโมย 22 BTC จากห้องเก็บของกลางสถานีตำรวจคังนัม
สำนักงานตำรวจภูธรจังหวัดคยองกีเหนือ (Gyeonggi Northern Provincial Police Agency) ได้เข้าจับกุมผู้ต้องสงสัย 2 รายเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ในข้อหาขโมย 22 BTC (มูลค่าประมาณ 1.5 ล้านดอลลาร์ หรือราว 46 ล้านบาท) ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่ถูกอายัดไว้ในคดีความเมื่อ 5 ปีก่อน แต่เพิ่งถูกตรวจพบว่าสูญหายไปจากการตรวจสอบบัญชีทั่วประเทศ
รายงานจากสื่อท้องถิ่น JoongAng Ilbo ระบุว่า ผู้ต้องหาทั้งสองรายถูกตั้งข้อหาละเมิดกฎหมายเครือข่ายข้อมูลและการสื่อสาร จากการ "แอบโอน" เหรียญออกจากอุปกรณ์ที่ถูกเก็บรักษาไว้ที่สถานีตำรวจคังนัม
ความหละหลวมของเจ้าหน้าที่: ใช้ Wallet ของผู้เสียหายเก็บของกลาง
ต้นเหตุของความเสียหายครั้งนี้เกิดจากความประมาทเลินเล่อของเจ้าหน้าที่ในการรักษาของกลาง:
แทนที่จะใช้กระเป๋าเงินดิจิทัล (Hardware Wallet) ที่รัฐจัดหาให้และมีความปลอดภัยสูง เจ้าหน้าที่กลับนำ Bitcoin ของกลางไปเก็บไว้ใน Cold Wallet ที่จัดหาโดย "A Coin Foundation" ซึ่งเป็นผู้เสียหายในคดีการแฮ็กข้อมูลปี 2021
ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมมีความเชื่อมโยงกับ A Coin Foundation และถูกสงสัยว่าได้ใช้ Mnemonic Recovery Phrase (วลีลับสำหรับกู้คืนกระเป๋า) ที่พวกเขาทราบอยู่แล้ว แอบโอน Bitcoin ออกไปยังกระเป๋าภายนอก โดยที่ตัวอุปกรณ์ USB (Cold Wallet) ยังคงวางอยู่ที่เดิมในห้องเก็บของกลาง
คดีซ้อนคดี: เมื่อพนักงานสอบสวนพัวพันการรับสินบน
ความน่าสงสัยของคดีนี้ทวีคูณขึ้นเมื่อพบว่า อดีตสารวัตรใหญ่ (Senior Superintendent) นามสมมติ "D" ซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี A Coin ในปี 2021 ปัจจุบันกำลังรับโทษจำคุก 18 เดือน (ตัดสินเมื่อสิงหาคม 2567) ในข้อหา "รับสินบน" จากมูลนิธิ A Coin Foundation
เอกสารจากศาลระบุว่า เจ้าหน้าที่รายนี้รับเงินใต้โต๊ะเพื่อเร่งรัดการสอบสวนคดีแฮ็กข้อมูลให้เป็นประโยชน์ต่อมูลนิธิ ซึ่งความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดเกินไปนี้อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้กระบวนการเก็บรักษาของกลางละเลยมาตรฐานความปลอดภัยจนนำไปสู่การขโมยในที่สุด
การตรวจสอบทั่วประเทศหลังเหตุการณ์ Bitcoin สูญหายต่อเนื่อง
เหตุการณ์ที่สถานีคังนัมถูกตรวจพบระหว่างที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติเกาหลีใต้สั่งตรวจสอบการจัดเก็บสินทรัพย์ดิจิทัลทั่วประเทศ หลังจากเกิดกรณีอื้อฉาวที่สำนักงานอัยการเขตควางจู (Gwangju) ซึ่งพบว่ามี 320 BTC (มูลค่ากว่า 28 ล้านดอลลาร์) สูญหายไปเนื่องจากพนักงานสอบสวนตกเป็นเหยื่อของขบวนการ Phishing
ปัจจุบันตำรวจยังไม่ยืนยันว่าสามารถติดตามทวงคืน 22 BTC กลับมาได้หรือไม่ และกำลังขยายผลสอบสวนว่ามีเจ้าหน้าที่ภายในสถานีตำรวจคังนัมรายอื่นมีส่วนเกี่ยวข้องกับการ "เปิดทาง" ให้เกิดการโจรกรรมครั้งนี้หรือไม่ ซึ่งถือเป็นข่าวที่สั่นคลอนความเชื่อมั่นการบังคับใช้กฎหมายของเกาหลีใต้อย่างมาก
คุณคิดว่าตำรวจควรมีมาตรการจัดเก็บสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างไรให้ปลอดภัยกว่านี้? คอมเมนต์แลกเปลี่ยนกันได้ครับ!
ติดตามข่าวคริปโตภาษาไทยอัปเดตทุกวันได้ที่ @BitcoinAddictTH บน X และ bitcoinaddict.com
การลงทุนในคริปโตมีความเสี่ยงสูง ราคาอาจผันผวนรุนแรงและสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด บทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน โปรดศึกษาข้อมูลด้วยตนเอง
อ้างอิง : theblock.co
สะดวก รวดเร็ว ทันเหตุการณ์ ทุกที่ทุกเวลากับ Bitcoin Addict
Tag : Bitcoin Cold Wallet Recovery Phrase