CIB รวบหัวหน้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์เกาหลีใต้ คาพัทยา ตามหมาย Interpol ฟอกเงิน 9 ล้านผ่านคริปโต
ตำรวจไทยร่วมกับทางการเกาหลีใต้จับกุม นายซังชอน จู (Mr. Sangcheon Joo) วัย 37 ปี ผู้ต้องหาสัญชาติเกาหลีใต้ที่ซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่พัทยา จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2569 โดยเขาถูกออกหมายจับสีแดง (Red Notice) ของ Interpol ในข้อหาฉ้อโกง และเป็นตัวการสำคัญของขบวนการคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติที่ใช้แพลตฟอร์มคริปโตฟอกเงินเหยื่อกว่า 9 ล้านบาท
🔍 ปฏิบัติการจับกุมและพฤติการณ์
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) และกองปราบปราม แถลงผลการจับกุมเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 หลังได้รับการประสานงานจากทางการเกาหลีใต้ว่า นายซังชอน จู คือตัวการใหญ่ของขบวนการอาชญากรรมทางเทคโนโลยีข้ามชาติที่หลบหนีเข้ามากบดานในประเทศไทย
พฤติการณ์ของผู้ต้องหาพบว่ามีบทบาทเป็นตัวการหลักในกลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์รายใหญ่ในเกาหลีใต้ โดยรับผิดชอบสองหน้าที่สำคัญ ได้แก่ การจัดหา บัญชีม้า (บัญชีธนาคารที่ยืมชื่อบุคคลอื่นเพื่อรับโอนเงินผิดกฎหมาย) และการ ฟอกเงิน (Money Laundering) ที่ได้จากการหลอกลวงเหยื่อ
📊 กลโกงและเส้นทางเงิน
ขบวนการนี้ดำเนินงานอย่างซับซ้อน โดยสมาชิกแก๊งจะ แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ แล้วส่ง Malware (ซอฟต์แวร์อันตรายที่ลักลอบควบคุมอุปกรณ์ของเหยื่อ) เข้าเครื่องคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ตโฟน จากนั้นจึงข่มขู่ให้เหยื่อโอนเงินเข้า "บัญชีความมั่นคงแห่งชาติ" ภายใต้ข้ออ้างว่าเพื่อตรวจสอบทรัพย์สิน
เงินที่ได้จากการหลอกลวงถูกยักย้ายผ่าน Bithumb (กระดานซื้อขายคริปโตเคอเรนซีชั้นนำของเกาหลีใต้) เข้าสู่กระเป๋าเงินดิจิทัลส่วนตัวเพื่ออำพรางเส้นทางการเงิน ข้อมูลจากการสืบสวนพบว่าเฉพาะเดือนสิงหาคม 2568 เพียงเดือนเดียว มีเงินความเสียหายรวมกว่า 342 ล้านวอน หรือประมาณ 9 ล้านบาท
🕵️ การซ่อนตัวและวิธีระบุตัวตน
ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) สืบสวนเชิงลึกจนพบว่าผู้ต้องหาแฝงตัวอยู่ในย่านท่องเที่ยวพัทยา และใช้กลอุบายจ้าง บุคคลสัญชาติไทยเช่าคอนโดมิเนียมแทน เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่เฝ้าสังเกตการณ์จุดต่างๆ อย่างต่อเนื่องจนสามารถระบุพิกัดที่ซ่อนตัวได้แม่นยำ
นอกจากข้อหาฉ้อโกงแล้ว ยังพบว่าผู้ต้องหาพำนักอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต (Overstay) จึงถูกควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา ก่อนดำเนินการประสานส่งตัวกลับเกาหลีใต้เพื่อรับโทษตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป
⚖️ หมายเหตุทางกฎหมาย: ผู้ต้องหาถือเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยกลายเป็นพื้นที่เฝ้าระวังสำหรับขบวนการฟอกเงินคริปโตข้ามชาติ ซึ่งเราเคยรายงานปฏิบัติการขนาดใหญ่ในลักษณะเดียวกันไว้ก่อนหน้านี้
👉 Binance ร่วมมือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในปฏิบัติการ 'SKYFALL' ทลายเครือข่ายฟอกเงินข้ามชาติ
👉 FBI ใช้ Bitcoin แค่ 250 ดอลลาร์ ล่อแฮ็กเกอร์ระดับโลก หาตัวเจอจากธุรกรรมบนบล็อกเชน
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) / ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC)
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict คดีนี้เป็นอีกหลักฐานที่ชัดเจนว่ากระดานซื้อขายคริปโตไม่ได้ "ไร้รอยทาง" อย่างที่อาชญากรคิด เพราะเส้นทางธุรกรรมบน Blockchain นั้นตรวจสอบย้อนหลังได้ตลอดเวลา น่าจับตามองว่าความร่วมมือระหว่างตำรวจไทยกับนานาชาติในการติดตามกระแสเงินดิจิทัลจะทวีความเข้มข้นขึ้นอีกเพียงใดในยุคที่อาชญากรรมทางเทคโนโลยีข้ามพรมแดนได้อย่างแทบไร้อุปสรรค ภาพรวมนี้ยิ่งตอกย้ำว่าการใช้คริปโตในระบบที่ถูกกฎหมายและโปร่งใสคือแนวทางที่ยั่งยืนที่สุดในระยะยาว
Tags / คีย์เวิร์ด SEO: คอลเซ็นเตอร์เกาหลีใต้, ฟอกเงินคริปโต, Bithumb, Interpol ไทย, CIB จับกุม, อาชญากรรมดิจิทัล, Malware หลอกลวง, บัญชีม้า
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com