
บุกปล้นโต๊ะโป๊กเกอร์คริปโตหรู! ศาลสิงคโปร์สั่งจำคุกแก๊งมาเลย์ 6 คน โบยหวายด้วย
ศาลสูงสิงคโปร์ (High Court) มีคำพิพากษาจำคุกชายชาวมาเลเซีย 6 คน เมื่อวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา ฐานร่วมกันบุกปล้นบ้านหรูย่าน King Albert Park เขต Bukit Timah เมื่อเดือนเมษายน 2567 ระหว่างมีการเล่นโป๊กเกอร์เดิมพันสูงที่ผู้เล่นนิยมชำระหนี้กันด้วยคริปโต มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 4.9 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 3.8-3.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ซึ่งอัยการระบุว่าเป็นคดีปล้นมูลค่าสูงที่สุดของสิงคโปร์นับตั้งแต่ทศวรรษ 1970 เมื่อคำนวณรวมอัตราเงินเฟ้อแล้ว
วางแผนจากคำบอกเล่าของเพื่อน สู่ปฏิบัติการกลางดึก
Wong Chi Shan วัย 35 ปี และ Goh Boon Tong วัย 30 ปี สองหัวโจกของแก๊ง ทราบเรื่องวงโป๊กเกอร์เดิมพันสูงนี้จากเพื่อนที่เคยเข้าร่วมเล่นตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2566 และสังเกตเห็นว่าผู้เล่นมักชำระหนี้กันด้วยคริปโต ทั้งประตูรั้วและประตูบ้านมักไม่ได้ล็อกระหว่างมีการเล่น เมื่อเผชิญปัญหาการเงินในช่วงมีนาคม-เมษายน 2567 Wong จึงเสนอแผนปล้น โดย Goh ไปชักชวน Mohd Hamidon Ahmed เจ้าของบริษัทรักษาความปลอดภัยส่วนตัว เสนอเงิน 1.5 ล้านริงกิตมาเลเซีย (ราว 466,113 ดอลลาร์สิงคโปร์) เพื่อจ้างคนมาเป็นกำลังเสริม ทั้งกลุ่มขับรถผ่านด่าน Woodlands แล้วนัดพบกันที่ลานจอดรถย่าน Geylang เพื่อสรุปแผนครั้งสุดท้าย ก่อนบุกเข้าไปในบ้านที่ไม่ได้ล็อกเวลาประมาณตี 2 คืนวันที่ 17-18 เมษายน 2567 ด้วยมีดพร้ามีดและไม้เบสบอล มัดตัวเหยื่อ 11 คน บังคับให้โอนคริปโตเข้ากระเป๋าที่ Wong ควบคุมอยู่ พร้อมกวาดเอาเงินสด นาฬิกาหรู และของมีค่าในตู้เซฟไป รวมถึงกุญแจรถ Ferrari ก่อนแยกย้ายหลบหนีออกนอกประเทศผ่านด่านตรวจคนละจุด
บทลงโทษ 6 คน โบยหวายเกือบทุกคน
Wong Chi Shan และ Goh Boon Tong สองหัวโจก ถูกตัดสินจำคุกคนละ 12 ปี 11 เดือน โบยหวาย 24 ที และปรับ 4,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ Mohd Hamidon Ahmed วัย 49 ปี ผู้ชักชวนกำลังเสริม ถูกจำคุก 10 ปีครึ่ง โบยหวาย 24 ที ส่วน Kartik Palaniappan และ Muhammad Tauffiq Ahmad Fauzi วัย 34 ปีทั้งคู่ ถูกจำคุกคนละ 7 ปี 8 เดือน โบยหวาย 24 ที ขณะที่ Mohd Hashim Ismail วัย 51 ปี ถูกจำคุก 8 ปี 8 เดือน แต่ไม่ต้องรับโทษโบยหวายเนื่องจากอายุเกินเกณฑ์
"เป็นการปล้นที่ทั้งอุกอาจและวางแผนมาอย่างดี ก่อกวนความสงบและความปลอดภัยของสังคม ผู้ที่ก่อความไม่สงบเช่นนี้ต้องได้รับโทษสถานหนัก" — Justice Aidan Xu ผู้พิพากษาศาลสูงสิงคโปร์
ยังจับตัวไม่ได้อีก 1 คน คาดหนีไปไทย
สมาชิกแก๊งอีกคนหนึ่งคือ Muhammad Yusuf Kassim วัย 33 ปี ยังคงหลบหนีอยู่ เชื่อว่าหลบหนีเข้าไปในประเทศไทย ทางการสิงคโปร์ยังคงติดตามตัวอยู่จนถึงปัจจุบัน
กู้คืนคริปโตได้แค่บางส่วน
จากมูลค่าความเสียหายรวม 4.9 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ทางการสามารถกู้คืนคริปโตได้ราว 1.69 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์เท่านั้น ส่วนที่เหลือทั้งเงินสด ของมีค่า และคริปโตอีกส่วนหนึ่งยังคงติดตามไม่ได้จนถึงปัจจุบัน
📎 อ่านเพิ่มเติม: Mothership.sg, Malay Mail
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict
คดีนี้สะท้อนความเสี่ยงของสินทรัพย์คริปโตในโลกจริงที่หลายคนอาจมองข้าม เมื่อคริปโตกลายเป็นเป้าหมายของอาชญากรรมที่ใช้ความรุนแรงทางกายภาพ ไม่ใช่แค่การแฮกทางไซเบอร์เพียงอย่างเดียว ทีมข่าวขอย้ำเตือนผู้ที่ถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลมูลค่าสูง ควรระมัดระวังการเปิดเผยข้อมูลทรัพย์สินหรือพฤติกรรมการลงทุนต่อบุคคลที่ไม่รู้จักดีพอ เพราะอาจตกเป็นเป้าของอาชญากรรมลักษณะนี้ได้เช่นกัน
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com