Bitcoin Addict - ข่าวสารและบทความคริปโต

SharpLink ฟันรายได้ 33 ล้านดอลลาร์จาก Staking ETH พร้อมอัดเพิ่มอีก 170 ล้านดอลลาร์บน Linea
10 January 2026ข่าวโดย Rawiwarn Owattasanee

SharpLink ฟันรายได้ 33 ล้านดอลลาร์จาก Staking ETH พร้อมอัดเพิ่มอีก 170 ล้านดอลลาร์บน Linea

กระแส “คลังคริปโตของบริษัท” (Corporate Crypto Treasury) กำลังเปลี่ยนจากการถือเหรียญเฉยๆ ไปสู่การทำ ผลตอบแทนแบบรายได้ประจำ (Yield / Passive Income) มากขึ้น โดยเฉพาะฝั่ง Ethereum (ETH) ที่สามารถสร้างรายได้ผ่าน Staking บนเครือข่ายแบบ Proof-of-Stake

 

หนึ่งในตัวอย่างที่ชัดคือ SharpLink Gaming ซึ่งถูกระบุว่าเป็นบริษัทมหาชนที่ถือ ETH มากเป็นอันดับต้นๆ โดยบริษัทเปิดเผยผ่านแดชบอร์ดของตัวเองว่า ในช่วง 7 เดือนที่ผ่านมา สามารถสร้างผลตอบแทนจากการ Ether staking ได้ถึง 10,657 ETH คิดเป็นมูลค่าประมาณ $33 ล้าน

 

019ba2b8-6357-7a2c-8be7-8db5d1093ff4.webp
ผลตอบแทนจากการ Staking ของ SharpLink ตลอดกาล ที่มา: SharpLink

 

Staking คืออะไร ทำไมบริษัทถึงหันมาทำ?

 

Staking คือการนำโทเคนไป “ล็อก” เพื่อช่วยรักษาความปลอดภัยและยืนยันธุรกรรมบนบล็อกเชนแบบ Proof-of-Stake และผู้ที่ Stake จะได้รับ ผลตอบแทน (Staking Yield) เป็นรางวัลตอบแทน

 

สำหรับบริษัทที่ถือ ETH จำนวนมาก การ Stake มีข้อดีสำคัญคือช่วยเปลี่ยน “สินทรัพย์ที่ถืออยู่” ให้กลายเป็น “สินทรัพย์ที่ทำงานได้” สร้างกระแสรายได้ต่อเนื่อง ซึ่งในมุมผู้ถือหุ้น ก็ถูกมองว่าเป็นการเพิ่มมูลค่าในระยะยาว

 

SharpLink ระบุว่า “กิจกรรม Staking” ช่วยเพิ่มมูลค่าให้ผู้ถือหุ้นราว $1.4 ล้านในสัปดาห์ล่าสุด และย้ำแนวคิดชัดเจนว่า
“100% ETH และ 100% Staked” (ถือ ETH ทั้งหมด และนำไป Stake ทั้งหมด)

 

อัดเพิ่ม $170 ล้านไป Linea เพื่อ Restaking Rewards

 

นอกจากการ Stake แบบปกติบน Ethereum แล้ว SharpLink ยังขยับไปเล่นเกม “ยิลด์หลายชั้น” มากขึ้น โดยประกาศว่าได้ นำ ETH เพิ่มอีก $170 ล้าน ไปใช้งานบน Linea ซึ่งเป็นโซลูชัน Ethereum Layer-2 เพื่อรับ ผลตอบแทนจาก Restaking รวมถึงแรงจูงใจ (Incentives) จากโปรโตคอลที่เกี่ยวข้อง

 

019ba2b8-669a-7ebb-8f10-d3d988df7a3d.webp
ที่มา: SharpLink

 

บริษัทอธิบายว่าโครงสร้างนี้เป็นการผสม:

 

  • ผลตอบแทนจาก Ethereum staking (native staking returns)

  • ผลตอบแทน Restaking + Incentives จาก Linea และโปรโตคอลที่เกี่ยวข้อง

 

ใช้ผู้ดูแลสินทรัพย์ระดับสถาบัน: Anchorage Digital

 

SharpLink ยังระบุว่าโครงการนี้เป็นแผนระยะยาวหลายปี (multi-year initiative) ซึ่งมีการดูแลสินทรัพย์ด้วยมาตรฐานระดับสถาบัน ผ่าน Anchorage Digital Bank ในฐานะ Qualified Custodian เพื่อให้การถือครองและการดำเนินงานมีความปลอดภัยมากขึ้นสำหรับบริษัทมหาชน

 

สถาบันและบริษัทใหญ่เริ่ม “ใช้ยิลด์” จาก ETH มากขึ้น

 

ภาพรวมตลาดชี้ว่า การ Staking เริ่มถูก “ทำให้เป็นเรื่องปกติ” ในโลกสถาบัน โดยมีอีกตัวอย่างคือ BitMine Immersion Technologies ซึ่งถูกระบุว่าเป็นผู้ถือ ETH ในองค์กรรายใหญ่ที่สุด และเพิ่มสัดส่วนการ Stake จนมี Staked ETH มากกว่า 936,512 ETH คิดเป็นมูลค่าราว $2.87 พันล้าน (ตามข้อมูลที่รายงาน)

 

ขณะที่ SharpLink มีการ Stake รวม 864,840 ETH ซึ่งสะท้อนว่าแทบเป็นการ Stake “ทั้งหมดที่ถืออยู่” และบริษัทระบุว่ามีต้นทุนเฉลี่ยราว $3,609 ต่อ ETH

 

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า Morgan Stanley ก็มีความเคลื่อนไหวด้านผลิตภัณฑ์การลงทุนที่ต้องการ “เก็บเกี่ยวผลตอบแทนจากการ Staking” ผ่านแนวคิดกองทุนในกลุ่ม Spot Ether ETF ซึ่งยิ่งสะท้อนว่าการ Staking กำลังเปลี่ยนจากกิจกรรมเฉพาะกลุ่มใน DeFi ไปเป็น กลยุทธ์สร้างยิลด์ขององค์กร มากขึ้นเรื่อยๆ

 

สรุป: Ether Staking กำลังกลายเป็น “รายได้ประจำ” ของคลังคริปโตบริษัท

 

เมื่อบริษัทถือ ETH จำนวนมาก การ Staking ทำให้พวกเขา “สร้างกระแสรายได้” ควบคู่กับการถือสินทรัพย์ และการต่อยอดไปสู่ Restaking / Layer-2 incentives ยิ่งทำให้กลยุทธ์นี้น่าสนใจในยุคที่หลายองค์กรเริ่มมองคริปโตแบบ “บริหารสินทรัพย์” มากกว่า “ถือเพื่อเก็งกำไร” เพียงอย่างเดียว

 

อ้างอิง : cointelegraph.com

ภาพ ainvest.com