ขาย Bitcoin ไปซื้อทอง? นักวิเคราะห์เตือน “อย่าเพิ่ง” หลัง BTC มีลุ้นชนะทองระยะยาว
ช่วงที่ราคาทองคำวิ่งแรงจนทะลุระดับ $4,000 ต่อออนซ์ ทำให้นักลงทุนจำนวนไม่น้อยเริ่มตั้งคำถามว่า “ถึงเวลาขาย Bitcoin ไปถือทองหรือยัง?” แต่ Matthew Kratter นักวิเคราะห์และผู้สนับสนุน Bitcoin (สาย maximalist) มองว่า การสลับจาก BTC ไปทอง “อาจไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุดในระยะยาว”
Kratter ให้เหตุผลว่า Bitcoin มีคุณสมบัติความเป็นเงิน (monetary properties) ที่แข็งแรงกว่าทองในหลายมิติ โดยเฉพาะเรื่อง ความขาดแคลน (scarcity), การพกพา (portability), การตรวจสอบได้ (verifiability) และ การแบ่งหน่วย (divisibility) ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของ Store of Value ที่ดี

จุดต่างสำคัญ: “ซัพพลายทอง” เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
หนึ่งในข้อโต้แย้งหลักของ Kratter คือ ปริมาณทองคำในโลกไม่ได้คงที่ เพราะมีการขุดเพิ่มต่อเนื่อง โดยทองมีซัพพลายเพิ่มราว 1–2% ต่อปี มายาวนาน ซึ่งแม้ดูเหมือนไม่เยอะ แต่ในมุมเขา “ระยะยาวส่งผลชัด” เพราะทำให้ปริมาณทองเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนมีโอกาส “ทวีคูณ” เมื่อเวลาผ่านไป
และนอกจากการขุดตามปกติ เขายังชี้ว่า “ซัพพลายทอง” อาจเพิ่มได้แบบก้าวกระโดด หากมีการค้นพบแหล่งทองขนาดใหญ่ที่ยังไม่ถูกขุด หรือแหล่งใหม่ในอนาคต (แนวคิดเรื่องทรัพยากรนอกโลกก็ถูกพูดถึงในวงการมานาน)
บทเรียนจากประวัติศาสตร์: ทองล้นตลาดก็ทำให้เงินเฟ้อได้
Kratter ยกตัวอย่างเหตุการณ์ในศตวรรษที่ 16 ที่ทองจำนวนมากไหลเข้าสู่ยุโรปจากทวีปอเมริกา จนทำให้เกิดแรงกดดันเงินเฟ้อ และกระทบต่อเศรษฐกิจของจักรวรรดิสเปนและโปรตุเกส (มุมมองเชิงประวัติศาสตร์ที่ถูกหยิบมาอธิบาย “ความเสี่ยงจากซัพพลายทอง”)

ข้อจำกัดของทองในโลกดิจิทัล: ส่งยาก เคลื่อนย้ายแพง
อีกประเด็นที่เขาเน้นคือ ทองมีปัญหา “คลาสสิก” ที่แก้ยาก โดยเฉพาะการใช้เป็นฐานเงินในโลกยุคดิจิทัล เพราะ
การขนส่งทองปริมาณมากมีต้นทุนสูง และต้องมีระบบรักษาความปลอดภัย
การเคลื่อนย้ายทองผ่านจุดที่มีการตรวจเข้ม เช่น สนามบิน เป็นเรื่องยุ่งยาก และแทบ “เป็นไปไม่ได้” หากต้องย้ายปริมาณมาก
ทอง “ส่งผ่านอินเทอร์เน็ตไม่ได้” ต่างจาก Bitcoin ที่โอนข้ามประเทศได้เร็วกว่าและไม่ต้องพึ่งระบบขนส่งทางกายภาพ
Tokenized Gold ก็ไม่ได้ไร้ความเสี่ยง
หลายคนอาจมองว่า “ทองโทเคน” (tokenized gold) แก้ปัญหาเรื่องการส่งไม่ได้ แต่ Kratter เตือนว่าแนวทางนี้เพิ่ม ความเสี่ยงคู่สัญญา (counterparty risk) เช่น
ผู้ออกโทเคนอาจออกเหรียญมากกว่าทองจริงที่มีอยู่
อาจปฏิเสธการแลกคืนเป็นทองจริง
หรือเสี่ยงต่อการถูกภาครัฐแทรกแซง/อายัดทองสำรอง
สรุป: ทองแรงได้ แต่ขาย BTC เพื่อไล่ทองอาจไม่คุ้มระยะยาว
ในมุมของ Kratter ทองอาจเป็นสินทรัพย์ที่วิ่งดีในบางช่วง แต่หากมอง “ความเป็นเงิน” และความเหมาะกับโลกดิจิทัลในระยะยาว เขาเชื่อว่า Bitcoin ยังมีโอกาสเป็นตัวเลือกที่เหนือกว่า และการรีบขาย BTC เพื่อไล่ราคาทองในช่วงที่ทองพุ่งแรง อาจทำให้พลาดศักยภาพของ Bitcoin ในอนาคต
อ้างอิง : cointelegraph.com