ก.ล.ต. โชว์ผลงาน Q1/69 ฟันผู้กระทำผิด 43 ราย — เรียกค่าปรับ-ชดใช้รวม 1,135 ล้านบาท
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยสถิติการบังคับใช้กฎหมายประจำไตรมาส 1 ปี 2569 (มกราคม–มีนาคม 2569) โดยมีผู้ถูกดำเนินคดีทั้งทางอาญาและแพ่งรวม 43 ราย มียอดค่าปรับและการชดใช้เงินคืนรวมกว่า 1,135 ล้านบาท ขณะที่สายด่วนรับแจ้งหลอกลงทุนพุ่งสูงขึ้นกว่า 71% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน
คดีอาญา: สร้างราคา-ทุจริต-ประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต
นายเอนก อยู่ยืน รองเลขาธิการและโฆษก ก.ล.ต. แถลงว่า ในช่วง Q1/2569 ก.ล.ต. ได้กล่าวโทษผู้กระทำผิดต่อพนักงานสอบสวน ทั้งกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) รวมทั้งสิ้น 5 คดี ผู้กระทำผิด 37 ราย ประกอบด้วย:
- การสร้างราคา (Price Manipulation — การซื้อขายเพื่อบิดเบือนราคาหลักทรัพย์หรือสินทรัพย์ดิจิทัลในตลาด): 1 คดี 21 ราย
- การทุจริต: 1 คดี 1 ราย
- ประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต: 3 คดี 15 ราย
ฐานความผิดเหล่านี้ครอบคลุมทั้งตลาดหลักทรัพย์และตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ก.ล.ต. ไม่เพียงกำกับดูแลตลาดหุ้นแบบดั้งเดิม แต่ยังบังคับใช้กฎหมายในตลาดคริปโตอย่างจริงจังมากขึ้น
มาตรการลงโทษทางแพ่ง: ปรับ-ชดใช้รวมกว่า 1,135 ล้านบาท
ในส่วนมาตรการลงโทษทางแพ่ง (Civil Penalty — มาตรการทางกฎหมายที่ใช้เพื่อเรียกเงินค่าปรับและคืนผลประโยชน์จากผู้กระทำผิด แทนหรือควบคู่กับการดำเนินคดีอาญา) คณะกรรมการพิจารณามาตรการลงโทษทางแพ่ง (ค.ม.พ.) มีมติในไตรมาสนี้ใน 3 คดี 6 ราย โดยมีฐานความผิดทั้งการสร้างราคาและการใช้ข้อมูลภายใน (Insider Trading — การซื้อขายโดยอาศัยข้อมูลที่ยังไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ)
ที่น่าสังเกตคือ ในช่วงเวลาเดียวกัน มีผู้กระทำผิดยินยอมทำบันทึกตกลงตามมาตรการลงโทษทางแพ่ง 18 ราย จาก 4 คดี รวมเป็นเงิน:
| รายการ | จำนวนเงิน |
|---|---|
| ค่าปรับทางแพ่ง | 633 ล้านบาท |
| ชดใช้เงินเท่าผลประโยชน์ที่ได้รับ | 502 ล้านบาท |
| รวมทั้งสิ้น | กว่า 1,135 ล้านบาท |
เงินทั้งหมดนี้เป็นรายได้แผ่นดินที่ ก.ล.ต. นำส่งกระทรวงการคลัง ไม่ใช่ค่าปรับที่ตกอยู่กับ ก.ล.ต. เอง
นับตั้งแต่เริ่มบังคับใช้มาตรการลงโทษทางแพ่งในปี 2560 มีผู้กระทำผิดตกลงยินยอมแล้วรวม 334 ราย จาก 85 คดี มูลค่าค่าปรับสะสมกว่า 2,796 ล้านบาท และชดใช้ผลประโยชน์อีกกว่า 959 ล้านบาท
สายด่วนหลอกลงทุนพุ่ง 71% — ปิดบัญชีโซเชียล 100% ใน 48 ชม.
ด้านสถิติ "สายด่วนแจ้งหลอกลงทุน" ของ ก.ล.ต. รับแจ้งเบาะแสและให้คำปรึกษารวม 3,473 ครั้ง ผ่าน 7 ช่องทาง เพิ่มขึ้นกว่า 71% จากช่วงเดียวกันของปี 2568
ที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือตัวเลขการให้คำปรึกษาโดยเฉพาะที่พุ่งขึ้นถึง 391% จาก 650 ครั้งในไตรมาส 1 ปี 2568 มาเป็น 3,194 ครั้งในไตรมาสนี้ สะท้อนว่าประชาชนตื่นตัวและรู้จักขอคำแนะนำก่อนตัดสินใจลงทุนมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
สำหรับบัญชีโซเชียลมีเดียที่ถูกระบุว่าเข้าข่ายหลอกลงทุน ก.ล.ต. ประสานให้ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มปิดกั้นรวม 279 บัญชี โดยสามารถดำเนินการได้ครบ 100% ภายในเวลาเพียง 7 นาทีถึง 48 ชั่วโมงหลังแจ้ง
ด้านการระงับ "บัญชีม้าสินทรัพย์ดิจิทัล" (บัญชีที่ถูกใช้เป็นตัวกลางรับ-โอนเงินในกระบวนการหลอกลวง) ณ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 มียอดสะสมที่ถูกระงับแล้วถึง 53,715 บัญชี เพิ่มขึ้นจาก 47,692 บัญชี ณ สิ้นปี 2568
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com: เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้เกี่ยวกับทิศทางการกำกับดูแลของ ก.ล.ต. ไทย
👉 ก.ล.ต. ไทยเพิ่มความเข้มข้น! เสนอให้ "ผู้ให้แหล่งเงินทุน" ต้องขออนุมัติก่อนเข้าถือหุ้นบริษัทคริปโต
👉 ก.ล.ต. เตรียมปลดล็อกเกณฑ์เลือกเหรียญ! ศูนย์ซื้อขายฯ อาจลิสต์เหรียญตัวเองได้ หากใช้ในบล็อกเชน
👉 ก.ล.ต. เคาะเกณฑ์ "G-Token" โทเคนดิจิทัลของรัฐบาล หนุนการออม-ลงทุนประชาชน
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict ตัวเลข Q1/2569 สะท้อนภาพที่ค่อนข้างชัดเจนว่า ก.ล.ต. ไทยกำลังเดินหน้าบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่องและหนักขึ้น ทั้งในตลาดหลักทรัพย์และตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งในระยะยาวเป็นสัญญาณที่ดีต่อความน่าเชื่อถือของตลาดคริปโตไทยโดยรวม สิ่งที่น่าจับตาเป็นพิเศษคือยอดการรับแจ้งหลอกลงทุนที่พุ่งขึ้น 71% ซึ่งอาจสะท้อนได้สองนัย — ทั้งการที่ภัยคุกคามยังมีอยู่จริง และการที่ประชาชนรู้จักช่องทางร้องเรียนมากขึ้น นักลงทุนที่สนใจตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลควรตรวจสอบเสมอว่าแพลตฟอร์มที่ใช้งานได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. อย่างถูกต้องตาม พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 ก่อนตัดสินใจใดๆ
Tags / คีย์เวิร์ด SEO: ก.ล.ต., บังคับใช้กฎหมาย, มาตรการลงโทษทางแพ่ง, สินทรัพย์ดิจิทัล, หลอกลงทุน, กล่าวโทษอาญา, สร้างราคา, บัญชีม้าคริปโต, ไตรมาส 1/2569, กำกับดูแลคริปโต
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com