ก.ล.ต. ลั่นปกป้องนักลงทุนเต็มกำลัง! ไม่ปล่อยให้ “ตลาดทุน–สินทรัพย์ดิจิทัล” ถูกใช้ฟอกเงิน เดินหน้าบังคับใช้กฎหมายเข้มทุกมิติ
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ประกาศย้ำจุดยืนคุมเข้มการฟอกเงินภายในตลาดทุนและสินทรัพย์ดิจิทัล โดยเน้นว่าในบริบทที่อาชญากรรมทางเทคโนโลยีเพิ่มสูงขึ้น การป้องกันและปราบปรามการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลเป็นช่องทางฟอกเงินถือเป็น “วาระแห่งชาติ” ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล
ก.ล.ต. ระบุว่าปัจจุบัน ได้เพิ่มมาตรการทั้งด้านกฎหมาย การตรวจสอบ และการประสานงานกับหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้การกำกับดูแลมีประสิทธิภาพและทันต่อพฤติกรรมของอาชญากรยุคใหม่
คุมเข้มกฎหมายและระบบเฝ้าระวังธุรกรรม
ก.ล.ต. เน้นบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด ทั้งการตรวจสอบตัวตน (KYC), การตรวจสอบสถานะลูกค้า (CDD) และการรายงานธุรกรรมที่น่าสงสัย (STR) ตามมาตรฐานของปปง. หากพบธุรกรรมผิดปกติหรือต้องสงสัยว่าผิดกฎหมาย ผู้ประกอบธุรกิจต้องรายงานและตรวจสอบเชิงลึกทันที
ภายใต้มาตรการล่าสุด พบว่าสามารถ ยับยั้งบัญชีม้าแล้วกว่า 44,382 บัญชี รวมมูลค่ากว่า 200 ล้านบาท สะท้อนภาพการปราบปรามที่เข้มข้นมากขึ้น
ป้องกันเชิงรุก – ยกระดับความปลอดภัยนักลงทุน
ก.ล.ต. เดินหน้าเพิ่มประสิทธิภาพกลไกป้องกันความเสียหายของประชาชน ผ่านการให้คำปรึกษาเชิงรุก การสื่อสารเตือนภัย และการร่วมมือปิดกั้นช่องทางหลอกลวง บนแพลตฟอร์มออนไลน์ได้ “100%” ภายในเวลาเพียง 7–48 ชั่วโมง
ตั้งแต่ต้นปีจนถึงเดือนตุลาคม สามารถปิดกั้นช่องทางหลอกลวงได้กว่า 3,134 บัญชีผู้ใช้ พร้อมพบว่าปริมาณการแจ้งเบาะแสเพิ่มขึ้น 100% ในเดือนตุลาคม สะท้อนว่าประชาชนต้องการตรวจสอบก่อนตัดสินใจลงทุนมากขึ้น
ก.ล.ต. ยังเตรียมนำ “Travel Rule” มาใช้ในผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อเพิ่มความโปร่งใสของการโอนสินทรัพย์ระหว่างแพลตฟอร์ม
บูรณาการข้อมูลหลายหน่วยงาน – “Connecting the Dots”
ก.ล.ต. เป็นหนึ่งในผู้ร่วมลงนาม MOU ปราบปรามอาชญากรรมเทคโนโลยีกว่า 15 หน่วยงาน รวมถึงเป็นคณะอนุกรรมการด้าน “Connecting the Dots” เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงินร่วมกับกระทรวงการคลัง หน่วยงานความมั่นคง และหน่วยงานด้านเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อแก้ปัญหาจากต้นทางถึงปลายทาง
พร้อมกันนี้ ก.ล.ต. ประกาศชัดว่าจะเดินหน้าคุมเข้ม ป้องกัน ปิดกั้น และบังคับใช้กฎหมายทุกกรอบที่จำเป็น เพื่อไม่ให้ตลาดทุนและตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลถูกใช้เป็นช่องทางฟอกเงินหรือสนับสนุนอาชญากรรมทางเทคโนโลยีทั้งหมดเพื่อสร้าง “ความโปร่งใส–ความเชื่อมั่น” ให้ผู้ลงทุนและพัฒนาตลาดทุนไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน
อ้างอิง : sec.or.th