SEC คลอดแนวทางจัดหมวดหมู่คริปโตใหม่ — นักวิเคราะห์ชี้เป็นการ "ตอกฝาโลง" นโยบายยุค Gary Gensler
SEC และ CFTC สหรัฐฯ เพิ่งออกแนวทาง (Guidance) ฉบับใหม่ในปี 2026 จัดหมวดหมู่สินทรัพย์ดิจิทัลออกเป็น 5 ประเภท ซึ่ง Alex Thorn หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ Galaxy (บริษัทลงทุนและวิจัยด้านสินทรัพย์ดิจิทัล) ระบุว่านี่คือสัญญาณสิ้นสุดยุค Gary Gensler (อดีตประธาน SEC ผู้ใช้นโยบายเชิงรุกต่อวงการคริปโต) อย่างเป็นทางการ ขณะที่ CLARITY Act ซึ่งเป็นร่างกฎหมายโครงสร้างตลาดคริปโตฉบับใหญ่ก็ดูเหมือนจะเริ่มมีลู่ทางคืบหน้า
SEC จัดหมวดสินทรัพย์ดิจิทัลใหม่ 5 ประเภท — เปลี่ยนเกมกฎระเบียบคริปโต
SEC ร่วมกับ CFTC (คณะกรรมการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้าของสหรัฐฯ) ได้เผยแพร่แนวทางกำกับดูแลฉบับใหม่ โดยแบ่งสินทรัพย์ดิจิทัลออกเป็น 5 หมวด ได้แก่ สินค้าโภคภัณฑ์ดิจิทัล (Digital Commodities), ของสะสมดิจิทัลอย่าง NFT (Non-Fungible Token หรือโทเคนที่ไม่สามารถแทนกันได้), เครื่องมือดิจิทัล (Digital Tools), Stablecoin (เหรียญคริปโตที่มีมูลค่าผูกกับสินทรัพย์อ้างอิง เช่น ดอลลาร์สหรัฐ) และหลักทรัพย์ที่ถูก Tokenize (Tokenized Securities)

สิ่งที่ทำให้แนวทางใหม่นี้แตกต่างจากยุค Gensler อย่างชัดเจน คือประเภทของกฎที่ใช้ Thorn อธิบายว่าในยุคก่อน กฎระเบียบที่กำหนดว่าสินทรัพย์ใดเป็น "สัญญาการลงทุน" (Investment Contract) ถูกบังคับใช้ในรูปแบบ "กฎนิติบัญญัติ" (Legislative Rule) ซึ่งมีผลบังคับใช้ทางกฎหมาย ผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ (Notice-and-Comment) ใต้ APA (Administrative Procedure Act หรือพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองของสหรัฐฯ)
แต่แนวทางปี 2026 นี้ถูกจัดทำในรูปแบบ "กฎตีความ" (Interpretive Rule) ซึ่งไม่จำเป็นต้องผ่านกระบวนการรับฟังความเห็น และที่สำคัญคือ ไม่มีผลผูกพันทางกฎหมายต่อศาล เปิดช่องให้ทั้ง SEC และอุตสาหกรรมคริปโตปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงในอนาคตได้อย่างยืดหยุ่นมากขึ้น
ความชัดเจน 30 เดือน — แต่ยังต้องการ CLARITY Act
Thorn ประเมินว่าแนวทางนี้จะมอบความชัดเจนให้อุตสาหกรรมคริปโตได้ประมาณ 30 เดือน อย่างไรก็ตาม เขาย้ำว่าหากต้องการให้กฎเกณฑ์มีความมั่นคงยาวนานหลายสิบปี จำเป็นต้องผลักดัน CLARITY Act (ร่างกฎหมายโครงสร้างตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล) ให้ผ่านกระบวนการนิติบัญญัติและมีผลบังคับใช้เป็นกฎหมายอย่างเป็นทางการ
CLARITY Act สะดุด — แต่มีสัญญาณดีลใหม่จากทำเนียบขาว
CLARITY Act ต้องเจออุปสรรคหนักตั้งแต่ต้นปี 2025 หลังจาก Coinbase (บริษัทแลกเปลี่ยนคริปโตรายใหญ่ของสหรัฐฯ) และผู้เล่นในอุตสาหกรรมอื่นๆ แสดงความกังวลต่อข้อห้ามเรื่องดอกเบี้ยจาก Stablecoin และการขาดมาตรการคุ้มครองนักพัฒนา Open-Source
นอกจากนี้ยังมีบทบัญญัติที่จะส่งผลกระทบต่อ DeFi (การเงินแบบกระจายศูนย์ที่ทำงานบน Blockchain โดยไม่มีตัวกลาง) โดยบังคับให้มีการรายงานข้อมูลและตรวจสอบตัวตนผู้ใช้ (KYC — Know Your Customer) ซึ่งสวนทางกับหลักการพื้นฐานของ DeFi
อย่างไรก็ดี สัปดาห์ที่ผ่านมา Politico รายงานว่าอาจมีดีลเบื้องต้นระหว่างทำเนียบขาวกับสมาชิกสภานิติบัญญัติ เพื่อเดินหน้า CLARITY Act ต่อ โดยวุฒิสมาชิก Angela Alsobrooks เปิดเผยว่าดีลดังกล่าวยังคงรักษาข้อห้ามดอกเบี้ยจาก "ยอดคงเหลือแบบ Passive" ของ Stablecoin ไว้ แม้รายละเอียดเต็มจะยังไม่ถูกเปิดเผย
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com: เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้
👉 ประธาน SEC คนใหม่ ฉะนโยบายคริปโตยุค แกรี เกนส์เลอร์ เตรียมหนุน Self-Custody และ DeFi
👉 CEO Goldman Sachs ชี้กฎหมาย CLARITY Act ยังอีกยาวไกล
👉 GENIUS Act เดินหน้าต่อ! รีพับลิกันยอมถอยเรื่อง CBDC หลังดีลโยกไปใส่ในงบกลาโหม NDAA
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: CoinTelegraph ภาพ reuters.com
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict การที่ SEC เลือกออกแนวทางในรูปแบบ "กฎตีความ" แทน "กฎนิติบัญญัติ" อาจดูเหมือนรายละเอียดทางเทคนิค แต่ในทางปฏิบัติมันหมายความว่าอุตสาหกรรมคริปโตได้รับความยืดหยุ่นสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สัญญาณจากทำเนียบขาวในการผลักดัน CLARITY Act ก็น่าจับตาไม่น้อย แม้รายละเอียดยังคลุมเครืออยู่ หากกฎหมายฉบับนี้ผ่านออกมาได้จริง ก็อาจเป็นก้าวสำคัญที่สุดสำหรับการสร้างความเชื่อมั่นระยะยาวให้กับตลาดคริปโตสหรัฐฯ และตลาดโลกตามมา
Tags / คีย์เวิร์ด SEO: SEC crypto guidance 2026, Gary Gensler ยุคสิ้นสุด, CLARITY Act ข่าวล่าสุด, สินทรัพย์ดิจิทัล taxonomy, DeFi กฎระเบียบ, Stablecoin yield, Galaxy Research คริปโต, กฎหมายคริปโตสหรัฐฯ
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com