Bitcoin Addict - ข่าวสารและบทความคริปโต

รูปปั้น “ซาโตชิ นากาโมโตะ” โผล่กลาง NYSE สัญลักษณ์สะพานเชื่อม Wall Street กับโลก Bitcoin
11 December 2025ข่าวโดย Rawiwarn Owattasanee

รูปปั้น “ซาโตชิ นากาโมโตะ” โผล่กลาง NYSE สัญลักษณ์สะพานเชื่อม Wall Street กับโลก Bitcoin

จากวันที่ Bitcoin เป็นของต้องห้ามบน Wall Street วันนี้ New York Stock Exchange (NYSE) หนึ่งในสัญลักษณ์ใหญ่ของการเงินดั้งเดิม กลายเป็น “บ้านหลังใหม่” ของ รูปปั้น ซาโตชิ นากาโมโตะ ผลงานของศิลปิน Valentina Picozzi อย่างเป็นทางการ

 

นี่คือรูปปั้นชิ้นที่ 6 จากทั้งหมด 21 ชิ้น ตามแนวคิดของศิลปิน ที่ตั้งใจจะกระจายรูปปั้น ซาโตชิ ไปทั่วโลก สอดคล้องกับจำนวนสูงสุดของอุปทาน Bitcoin ที่ 21 ล้านเหรียญ

 

ซาโตชิ ขึ้นหิ้ง NYSE: จากโลกคริปโตสู่ศูนย์กลางการเงินดั้งเดิม

 

NYSE ถูกมองมายาวนานว่าเป็น หัวใจของระบบการเงินดั้งเดิม (TradFi) การที่ตลาดหุ้นแห่งนี้ออกมาโพสต์บน X ว่ารูปปั้น ซาโตชิ คือ

 

“พื้นที่ร่วมกันระหว่างระบบเกิดใหม่ กับสถาบันดั้งเดิม”

 

019b0c01-53b8-7622-8345-1ce4c786a384.webp
ที่มา: ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก 

 

ถือเป็นสัญญาณเชิงสัญลักษณ์ที่ชัดเจนว่า

 

  • โลกการเงินแบบเดิม ไม่ได้เมิน Bitcoin อีกต่อไป

  • แต่เริ่มยอมรับให้สินทรัพย์ดิจิทัลเข้ามา “มีตัวตน” ในพื้นที่ของตัวเอง

 

รูปปั้นนี้ถูกติดตั้งโดยบริษัท Bitcoin อย่าง Twenty One Capital ที่เพิ่งเข้าซื้อขายในสัปดาห์เดียวกัน ทำให้โมเมนต์นี้ยิ่งสะท้อนภาพว่า

 

Bitcoin ไม่ได้ยืนอยู่นอกตลาดทุนดั้งเดิมอีกแล้ว แต่มา “ยืนหน้าบ้าน” ของ Wall Street เลยด้วยซ้ำ

 

โปรเจกต์รูปปั้น ซาโตชิ 21 ชิ้นทั่วโลก

 

แม้ NYSE จะเป็นจุดสนใจใหญ่สุดในข่าวนี้ แต่จริง ๆ แล้วโปรเจกต์รูปปั้น Satoshi ของ Valentina Picozzi เดินทางไปทั่วโลกมาก่อนแล้ว

 

ปัจจุบันรูปปั้น ซาโตชิ ตั้งอยู่แล้วใน 5 ประเทศสำคัญ ได้แก่

 

  • สวิตเซอร์แลนด์

  • เอลซัลวาดอร์

  • ญี่ปุ่น

  • เวียดนาม

  • ไมอามี (สหรัฐฯ รัฐฟลอริดา)

 

และล่าสุด NYSE กลายเป็นจุดที่ 6

 

Valentina ใช้ชื่อบน X ว่า Satoshigallery และโพสต์ว่า การได้ตั้งรูปปั้น ซาโตชิ ไว้ในที่อย่าง NYSE คือเรื่องที่

 

“Mind-blowing… ต่อให้ฝันไกลแค่ไหนก็ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นจริง”

 

เธอยืนยันว่าจะเดินหน้าต่อ เพื่อให้รูปปั้น ซาโตชิ ครบ 21 ชิ้นรอบโลก ตามแรงบันดาลใจจากจำนวนสูงสุดของ Bitcoin

 

ตรงกับวันครบรอบ Bitcoin Mailing List – จากอีเมลเล็ก ๆ สู่สินทรัพย์ระดับโลก

 

จังหวะของการตั้งรูปปั้นครั้งนี้ยัง พอดีกับวันครบรอบ Bitcoin mailing list ที่ ซาโตชิ นากาโมโตะ เปิดตัวเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2008

 

หากไล่ไทม์ไลน์คร่าว ๆ จะเห็นภาพชัดว่า Bitcoin มาไกลแค่ไหน

 

  • 3 ม.ค. 2009 – Satoshi ขุด Genesis Block สร้าง 50 BTC แรกในประวัติศาสตร์

  • 22 พ.ค. 2010 – Laszlo Hanyecz ใช้ 10,000 BTC ซื้อพิซซ่า 2 ถาด กลายเป็น “Bitcoin Pizza Day”

  • ในช่วงหลายปีถัดมา – สถาบันการเงิน, ธนาคาร และรัฐบาลจำนวนมาก มอง Bitcoin เป็นของอันตราย หรือสิ่งที่ต้องกดทับ

 

มีทั้งความพยายามจำกัดหรือกดดันผ่านนโยบาย เช่น ที่ถูกพูดถึงในชื่อ Operation Chokepoint 2.0 และการปิดกั้นการเข้าถึงบริการธนาคารของธุรกิจคริปโตหลายแห่งในสหรัฐฯ

 

แต่วันนี้ ภาพเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน

 

  • นักลงทุนสถาบันใหญ่ ๆ ทยอยเข้ามา

  • ETF Bitcoin และคริปโต กลายเป็นช่องทางลงทุนหลักของตลาดทุน

  • บริษัทมหาชน รวมถึงประเทศและ ETF ต่าง ๆ ถือครองรวมกันกว่า 3.7 ล้าน BTC คิดเป็นมูลค่าหลายแสนล้านดอลลาร์

 

แม้แต่คนที่เคยสงสัยอย่าง Larry Fink CEO ของ BlackRock ก็เปลี่ยนมุมมอง กลายเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนการออก Spot Bitcoin ETF และผลิตภัณฑ์คริปโตอื่น ๆ

 

รูปปั้น “ซาโตชิหายตัว” – Tribute ให้ Hacker, Dev และนักสร้างระบบเงินแบบใหม่

 

ในมุมของศิลปะ รูปปั้น ซาโตชิ ของ Valentina ไม่ได้แค่ “ปั้นหน้าให้คนดู” แต่ตั้งใจสร้างความรู้สึกบางอย่างให้กับผู้ชม

 

เธออธิบายไว้ว่า

 

  • รูปปั้นนี้ถูกออกแบบให้ “กำลังหายไป” (disappearing)

  • สื่อถึงตัวตนของ Satoshi ที่ อยู่ “ระหว่างบรรทัด” ของโค้ด Bitcoin มากกว่าเป็นบุคคลรูปธรรม

  • ซาโตชิ “มีอยู่” ผ่านซอร์สโค้ด และระบบการชำระเงินแบบกระจายศูนย์ ที่เปิดให้มนุษย์ใช้โดยไม่ต้องขออนุญาตใคร

 

ตัวรูปปั้นเป็นภาพ “แฮ็กเกอร์ในมุมเหมารวม” นั่งก้มหน้ากับแล็ปท็อปบนตัก

 

  • เพื่อเป็น คำขอบคุณและการยกย่อง แก่เหล่านักพัฒนาและโปรแกรมเมอร์

  • ที่ช่วยกันสร้างและดูแล ecosystem ของ Bitcoin

  • และยืนหยัดเพื่อ ความโปร่งใส (transparency) และเสรีภาพทางการเงิน (freedom)

 

ในมุมหนึ่ง รูปปั้นนี้คือทั้ง

 

  • อนุสาวรีย์ให้ ซาโตชิ ในฐานะ “บุคคลนิรนาม”

  • และเป็นการบอกว่า เบื้องหลังระบบการเงินแบบใหม่ ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยแบงก์ แต่ด้วยคนเขียนโค้ดทั่วโลก

 

อ้างอิง : cointelegraph.com