Bitcoin Addict - ข่าวสารและบทความคริปโต

มูลค่าพอร์ตของ Satoshi หายกว่า $20,000 ล้าน หลังตลาดเจอวิกฤติขายทิ้งครั้งประวัติศาสตร์
2025-10-18T22:38:00.000Zข่าว

มูลค่าพอร์ตของ Satoshi หายกว่า $20,000 ล้าน หลังตลาดเจอวิกฤติขายทิ้งครั้งประวัติศาสตร์

Satoshi Nakamoto ผู้สร้าง Bitcoin ในตำนาน และยังคงเป็น “เจ้าของพอร์ต Bitcoin ที่ใหญ่ที่สุดในโลก” สูญเสียมูลค่าพอร์ตไปกว่า $20,000 ล้านดอลลาร์ ภายในเวลาไม่กี่วัน หลังจากราคา Bitcoin ร่วงลงจากจุดสูงสุดตลอดกาล

 

ข้อมูลจาก Arkham Intelligence ระบุว่า Satoshi ถือครอง Bitcoin มากกว่า 1 ล้าน BTC ซึ่งมีมูลค่าประมาณ $117.5 พันล้าน ณ เวลาปัจจุบัน ขณะที่ช่วงต้นเดือนตุลาคม มูลค่าพอร์ตเคยพุ่งแตะ $136 พันล้านดอลลาร์ เมื่อราคา Bitcoin ทำสถิติสูงสุดใหม่เหนือระดับ $126,000

 

0199f951-d6c0-7564-9b28-4565e2e54168.png
ที่มา: Arkham Intelligence

 

ตลาดคริปโตเจอแรงเทขายครั้งประวัติศาสตร์

 

การร่วงลงครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากตลาดคริปโตทั่วโลกเจอแรงเทขายแบบต่อเนื่องในตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Perpetual Futures) เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม ซึ่งมีมูลค่าการล้างพอร์ต (liquidation) มากกว่า $20,000 ล้าน — ถือเป็นเหตุการณ์ล้างพอร์ตครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของตลาดคริปโต

 

สาเหตุหลักมาจากโพสต์ของ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ประกาศเพิ่มภาษีนำเข้าจากจีน 100% ซึ่งกระตุ้นความกลัวของนักลงทุนถึง “สงครามการค้ารอบใหม่” ส่งผลให้สินทรัพย์เสี่ยงถูกเทขายพร้อมกันทั่วตลาด

 

แม้ราคาของบางเหรียญ Altcoin จะร่วงกว่า 99% ในช่วงเวลาดังกล่าว แต่ Bitcoin ยังแสดงความแข็งแกร่ง โดยสามารถยืนเหนือระดับ $100,000 ได้ตลอด

 

นักวิเคราะห์ชี้ “Crash ครั้งนี้แค่ชั่วคราว ไม่กระทบพื้นฐาน”

 

นักวิเคราะห์จากสำนัก The Kobeissi Letter ออกมาระบุว่า เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นเพียง “แรงเทขายระยะสั้น” และ “ไม่กระทบปัจจัยพื้นฐานของตลาดในระยะยาว”

โดยสาเหตุของการร่วงลงเกิดจากหลายปัจจัยผสมกัน ได้แก่

 

  • การใช้เลเวอเรจสูงเกินไปของนักลงทุน

  • สภาพคล่องในตลาดที่บาง ทำให้ราคาเหวี่ยงรุนแรง

  • ปฏิกิริยาต่อตลาดจากโพสต์ของทรัมป์ที่เร่งแรงเทขาย

     

“เรามองว่าสุดท้ายจะมีการบรรลุข้อตกลงการค้า และตลาดคริปโตยังแข็งแกร่ง — เรายังคงมุมมองเชิงบวก (bullish)”
The Kobeissi Letter

 

ดอลลาร์อ่อน–สินทรัพย์เสี่ยงพุ่ง: สัญญาณเปลี่ยนยุคทางเศรษฐกิจ

 

ก่อนหน้านี้ The Kobeissi Letter ยังชี้ว่า จุดสูงสุดของ Bitcoin ในเดือนตุลาคมนี้เกิดขึ้นพร้อมกับช่วงที่ ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่ามากที่สุดนับตั้งแต่ปี 1973 ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของ “การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจมหภาคครั้งใหญ่”

 

นักวิเคราะห์ยังตั้งข้อสังเกตว่า สินทรัพย์เสี่ยง (risk-on) อย่างหุ้นและสินทรัพย์เก็บมูลค่า (store of value) เช่นทองคำและบิตคอยน์ กลับพุ่งขึ้นพร้อมกัน — ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่แทบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในอดีต และสะท้อนถึงการปรับโครงสร้างของระบบการเงินโลกในระยะยาว

 

อ้างอิง : cointelegraph.com

ภาพ decrypt.co