ผู้เขียน ‘Bitcoin Standard’ ลั่น! ถึงเวลาสู้สแปมบน Bitcoin – พร้อมหนุนเงินจ้าง Dev เต็มเวลา!
aifedean Ammous นักเศรษฐศาสตร์และผู้เขียนหนังสือ The Bitcoin Standard ได้ออกมาแสดงจุดยืนในประเด็นร้อนเรื่อง “สแปม” บนเครือข่าย Bitcoin โดยเขาระบุว่า พร้อมลงเงินสนับสนุน ให้จ้างนักพัฒนาเต็มเวลามาทำงานเพื่อให้การ “สแปม Bitcoin” ทำได้ยากและมีต้นทุนสูงขึ้น
Ammous แสดงความเห็นในโพสต์ตอบกลับของนักพัฒนานามแฝง GrassFedBitcoin ที่เรียกร้องให้ทีม Bitcoin Core พิจารณารวมโค้ดจาก pull request #28408 ซึ่งจะเปิดให้ node operators (ผู้ดูแลโหนด) สามารถตั้งค่าคัดกรอง Inscriptions ได้ง่ายขึ้น
“ใครใช้ Bitcoin เก็บ JPEG กำลังทำลายเครือข่าย”
GrassFedBitcoin อ้างว่า การขาดเครื่องมือกรอง Inscriptions ส่งผลให้เกิดการใช้พื้นที่บล็อกอย่างไม่จำเป็น (Blockchain bloat) และทำให้บทบาทของ Bitcoin ในฐานะ “โปรโตคอลทางการเงิน” ถูกลดความสำคัญลง
เขายังตั้งคำถามว่า:
“ไม่มีใครรันโหนดเพื่อส่งต่อภาพ JPEG หรอก”
พร้อมแนะให้ Bitcoin Core ตั้งนโยบายป้องกันการใช้งานแบบนี้เป็นค่าเริ่มต้น เพื่อจำกัดการใช้ Bitcoin เป็นที่เก็บข้อมูลแทนการส่งเงิน
Adam Back สวนกลับ “นี่คือสงครามทางเทคนิค”
Adam Back ซีอีโอของ Blockstream แสดงความคิดเห็นว่า การพยายามกรองสแปมด้วยโค้ดถือเป็น “สงคราม” แบบหนึ่ง เพราะผู้สร้างข้อมูลขยะสามารถปรับเทคนิคใหม่ ๆ ได้ตลอดเวลา ทำให้เครื่องมือตรวจจับต้องอัปเดตอย่างไม่รู้จบ
Saifedean เปรียบเทียบกับ “อีเมลขยะ”
Ammous เห็นต่าง และเปรียบเทียบว่า “สแปมบน Bitcoin” ก็เหมือนกับ “สแปมอีเมล” ที่แม้จะกำจัดไม่ได้ 100% แต่เราก็ไม่ละทิ้งระบบอีเมล เพราะยังมีคุณค่าโดยรวมมหาศาล
เขากล่าวว่า:
“มันไม่ง่ายหรอก แต่ก็คุ้มค่าที่จะพยายาม…เพื่อล้มผู้ส่งสแปมให้ไวขึ้น” พร้อมย้ำว่า การกรองธุรกรรมไม่ใช่ “การเซ็นเซอร์” เพราะโหนดอยู่แล้วก็มีสิทธิ์ปฏิเสธธุรกรรมที่ไม่ถูกต้อง
ในบทสนทนานี้ Ammous ยังเสนอแรง ๆ ว่า ควรลดบทบาทนักพัฒนาที่สร้างเครื่องมือสแปม และถึงขั้น จ้างนักเขียนโค้ดจากภายนอกเพื่อโจมตีกลับ ให้ระบบของฝั่งสแปมล่ม
รายงานจาก Mempool Research เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ เผยว่า การใช้ Bitcoin ในการทำ Inscriptions (ฝังข้อมูลลงธุรกรรม) อาจทำให้ขนาดเฉลี่ยของแต่ละบล็อกพุ่งสูงถึง 4 MB ต่อบล็อก ซึ่งเกินกว่าค่าเฉลี่ยปัจจุบันที่อยู่ราว 1.5 MB
“Bitcoin ควรเป็นเพียงโปรโตคอลทางการเงิน หรือควรเปิดให้ใช้งานได้อิสระมากกว่านั้น?”
อ้างอิง : cointelegraph.com
ภาพ knowledge.wharton.upenn.edu