SafePal เผยข้อมูลลูกค้าเกือบ 40,000 รายรั่วไหล จากช่องโหว่ระบบติดตามคำสั่งซื้อ
17 August 2026ข่าวโดย Rawiwarn Owattasanee

SafePal เผยข้อมูลลูกค้าเกือบ 40,000 รายรั่วไหล จากช่องโหว่ระบบติดตามคำสั่งซื้อ

SafePal ผู้ให้บริการกระเป๋าคริปโต (Crypto Wallet) รายใหญ่ ออกแถลงการณ์ยอมรับว่าเกิดเหตุข้อมูลรั่วไหล กระทบข้อมูลคำสั่งซื้อของลูกค้าราว 39,798 ราย สาเหตุมาจากช่องโหว่ด้านการตรวจสอบสิทธิ์ (Authorization Flaw) ในระบบติดตามคำสั่งซื้อ ที่เปิดช่องให้ผู้ไม่หวังดีดูข้อมูลคำสั่งซื้อของลูกค้ารายอื่นได้ด้วยการสุ่มแก้เลขที่คำสั่งซื้อ โดยข้อมูลที่รั่วไหลครอบคลุมคำสั่งซื้อที่ทำขึ้นระหว่างวันที่ 2 มีนาคม 2568 ถึง 11 เมษายน 2569 ตามรายงานของ CoinDesk

 

🔍 จุดเริ่มต้นของปัญหา กว่าจะประกาศแจ้งเตือนอย่างเป็นทางการ

 

ตามรายงานของ The Block ระบุว่า SafePal เคยได้รับแจ้งปัญหานี้ครั้งแรกตั้งแต่ช่วงต้นเดือนพฤษภาคม แต่ตรวจสอบแล้วไม่พบความผิดปกติในตอนนั้น จนกระทั่งเดือนกรกฎาคม บริษัทเริ่มทบทวนและปรับปรุงระบบประมวลผลคำสั่งซื้อใหม่ทั้งหมด ขณะเดียวกันก็มีลูกค้าเริ่มร้องเรียนปัญหาต่อสาธารณะผ่าน Reddit และ Trustpilot ตั้งแต่วันที่ 3-4 กรกฎาคม ก่อนที่ SafePal จะประกาศแจ้งเหตุการณ์นี้อย่างเป็นทางการผ่านโพสต์บน X เมื่อวันที่ 16 สิงหาคมที่ผ่านมา

 

📋 ข้อมูลอะไรรั่วไหลบ้าง และอะไรที่ยังปลอดภัย

 

ข้อมูลที่รั่วไหลประกอบด้วย ชื่อ อีเมล ที่อยู่จัดส่ง เบอร์โทรศัพท์ และรายละเอียดการสั่งซื้อ ทาง SafePal ยืนยันว่า "เหตุการณ์นี้ไม่เกี่ยวข้องกับ Seed Phrase, Private Key, รหัสผ่านกระเป๋า หรือข้อมูลยืนยันตัวตนอื่นๆ ของกระเป๋า รวมถึงข้อมูลบัญชีธนาคาร หมายเลขบัตรชำระเงิน และหมายเลขบัตรประชาชนที่ออกโดยรัฐ" กล่าวคือเงินคริปโตของลูกค้าไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง แต่ข้อมูลส่วนตัวที่หลุดออกไปอาจถูกนำไปใช้ในการหลอกลวงแบบเจาะจงเป้าหมาย (Targeted Phishing) หรือการแอบอ้างตัวตนได้

 

🛡️ มาตรการรับมือของ SafePal

 

บริษัทระบุว่าได้อุดช่องโหว่ดังกล่าวทันทีที่ตรวจพบ พร้อมเพิ่มมาตรการความปลอดภัยเสริม และแจ้งเตือนลูกค้าที่ได้รับผลกระทบทุกรายผ่านอีเมลจาก security@safepal.com นอกจากนี้ยังว่าจ้างบริษัทความปลอดภัยอิสระจากภายนอกเข้ามาตรวจสอบการแก้ไข พร้อมกำหนดนโยบายเก็บข้อมูลลูกค้าในระบบประมวลผลคำสั่งซื้อไว้ไม่เกิน 90 วันนับจากนี้ไป ด้าน SafePal ยังระบุว่าได้ตรวจพบและปิดเว็บไซต์ปลอมกับลิงก์ฟิชชิงที่แอบอ้างชื่อบริษัทไปแล้วกว่า 30 แห่ง พร้อมเปิดเครื่องมือตรวจสอบบนเว็บไซต์ให้ลูกค้าเช็คได้ว่าตนเองได้รับผลกระทบหรือไม่

 

⚠️ เกิดขึ้นไม่นานหลังวิกฤต Coldcard สั่นคลอนความเชื่อมั่น Self-Custody

 

CoinDesk ตั้งข้อสังเกตว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นไม่นานหลังเหตุแฮ็กกระเป๋าฮาร์ดแวร์ Coldcard ที่ทำให้ผู้ใช้งานสูญเสีย Bitcoin รวมมูลค่าอย่างน้อย 120 ล้านดอลลาร์ ซึ่งก่อนหน้านี้ ก็เคยสั่นคลอนความเชื่อมั่นเรื่อง Self-Custody จนบางส่วนเริ่มหันไปพึ่งพา ETF แทน สะท้อนว่าไม่มีวิธีเก็บสินทรัพย์ดิจิทัลแบบไหนที่ปลอดความเสี่ยงได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่ว่าจะเป็นความเสี่ยงเชิงเทคนิคของฮาร์ดแวร์ หรือความเสี่ยงด้านระบบหลังบ้านของผู้ให้บริการเองก็ตาม

 

📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com:
เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้
👉 ช่องโหว่ Coldcard $38 ล้าน สั่นคลอนความเชื่อมั่น Self-Custody อาจดันเงินเข้า ETF

🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: CoinDesk / coindesk.com และ The Block

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict:
แม้เงินคริปโตของลูกค้าจะไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงในกรณีนี้ แต่ข้อมูลส่วนตัวอย่างชื่อ ที่อยู่ และเบอร์โทรที่หลุดออกไป ก็เป็นวัตถุดิบชั้นดีสำหรับมิจฉาชีพในการหลอกลวงแบบเจาะจงเป้าหมาย นักลงทุนไทยที่เคยสั่งซื้อกระเป๋า SafePal ในช่วงเวลาดังกล่าวควรตรวจสอบผ่านเครื่องมือที่บริษัทเปิดให้บริการ และระวังอีเมลหรือข้อความที่อ้างว่ามาจาก SafePal เป็นพิเศษในช่วงนี้ เหตุการณ์นี้ยังเป็นเครื่องเตือนใจว่าความปลอดภัยของกระเป๋าคริปโตไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวอุปกรณ์อย่างเดียว แต่รวมถึงระบบหลังบ้านของผู้ให้บริการด้วย

 

Tags / คีย์เวิร์ด SEO: SafePal, Data Breach, ข้อมูลรั่วไหล, กระเป๋าคริปโต, Hardware Wallet, Coldcard, Phishing

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com