Robert Kiyosaki นักเขียนชื่อดังจาก Rich Dad Poor Dad ออกมาแสดงมุมมองต่อวิกฤตตลาดล่าสุด หลังราคาคริปโต หุ้น และสินค้าโภคภัณฑ์หลายตัวดิ่งลงพร้อมกัน โดยเขาระบุว่า “โลกกำลังขาดเงินสดอย่างรุนแรง” และนั่นคือสาเหตุที่ทำให้ทุกตลาดปรับฐานลงพร้อมกัน
Kiyosaki กล่าวว่า “Everything Bubbles” หรือฟองสบู่ทุกสินทรัพย์กำลังแตก แต่เขายังเลือกถือ Bitcoin, ทอง และเงิน โดยไม่ขาย พร้อมย้ำว่าเขาจะซื้อ Bitcoin เพิ่มทันทีเมื่อเห็นว่าการร่วงครั้งนี้สิ้นสุดลง
โลกกำลังมุ่งหน้าสู่ “The Big Print”
Kiyosaki อ้างถึงแนวคิดของ Lawrence Lepard ที่ระบุว่า รัฐบาลทั่วโลกจะต้องกลับมา “อัดฉีดเงินครั้งใหญ่” เพื่อชดเชยภาระหนี้ที่พุ่งขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งจะทำให้เงินสกุลหลักอ่อนค่า และดันราคาสินทรัพย์อย่าง Bitcoin, Ethereum, ทอง และเงินให้เพิ่มขึ้นในระยะยาว
เขากล่าวว่า หากใครจำเป็นต้องใช้เงินสดก็อาจต้องขายสินทรัพย์บางส่วนออกไป แต่การ panic ส่วนใหญ่เกิดจาก “ขาดสภาพคล่อง” ไม่ใช่ “ขาดความเชื่อมั่น”
ยังรอซื้อ Bitcoin หลัง Crash สิ้นสุด
Kiyosaki ระบุว่าเขาจะซื้อ Bitcoin เพิ่มทันทีเมื่อราคาสร้างฐานใหม่ พร้อมเตือนว่า Bitcoin มีจำนวนจำกัดเพียง 21 ล้านเหรียญ ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ทำให้เขามองว่า BTC จะเป็นสินทรัพย์สำคัญในยุคเงินเฟ้อและสภาวะเศรษฐกิจผันผวน
ด้านนักวิเคราะห์ในตลาดอย่าง Mister Crypto ก็ชี้ว่า Fear & Greed Index ร่วงสู่ระดับ 16 ซึ่งเป็นโซน Extreme Fear ที่มักเป็น “จุดน่าสะสม” ในอดีต
Santiment เตือน—อย่าเพิ่งรีบด่วนสรุปว่าตลาดถึงจุดต่ำสุด
แม้จะมีเสียงในโซเชียลจำนวนมากประกาศว่า Bitcoin ทำ Bottom แล้วหลังหลุดต่ำกว่า $95,000 แต่ Santiment เตือนว่าเมื่อใดก็ตามที่มีความเห็น “ตลาดถึงจุดต่ำสุดแล้ว” กระจายอยู่ทั่วไป นั่นมักเป็นสัญญาณว่าราคายังอาจลงต่อได้
บริษัทวิจัยระบุว่า Bottom ที่แท้จริงมักเกิดขึ้นในช่วงที่คนส่วนใหญ่ “ยังคิดว่าราคาจะลงต่อ” ไม่ใช่ช่วงที่มีความหวังว่าจะเด้งกลับทันที
อ้างอิง : cointelegraph.com
ภาพ finbold.com