แพลตฟอร์มวิเคราะห์ความรู้สึกตลาดคริปโตอย่าง Santiment ออกมาเตือนนักลงทุนให้ระวังความมั่นใจมากเกินไปในช่วงที่หลายคนพากันประกาศว่า “ตลาดถึงจุด Bottom แล้ว” โดยระบุว่าในเชิงสถิติแล้ว จุดต่ำสุดที่แท้จริงมักไม่เกิดขึ้นในตอนที่ตลาดเชื่อว่ามันมาถึงแล้ว แต่จะเกิดขึ้นตอนที่คนส่วนใหญ่ “คาดว่าจะลงต่อ” ต่างหาก
กระแสนี้กลับมาอีกครั้งหลังจากราคา Bitcoin ร่วงหลุด 95,000 ดอลลาร์ ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะเดียวกันหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีก็ปรับตัวลงแรง ทำให้ความกลัวในตลาดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
Santiment ระบุว่า เมื่อราคา Bitcoin หลุดระดับจิตวิทยา เช่น 100,000 ดอลลาร์ มักเกิดกระแสคาดเดาว่าเป็น “จุดต่ำสุด” อยู่เสมอ และมักเป็นช่วงที่ราคายังมีโอกาสลงต่อได้
ความเชื่อมั่นตลาดร่วงหนัก ความเห็นเชิงบวกต่ำสุดในรอบหนึ่งเดือน
แม้จะมีนักวิเคราะห์บางส่วน เช่น Arthur Hayes และ Tom Lee ที่ยังคงเชื่อว่า Bitcoin อาจทำราคาทะลุ 200,000 ดอลลาร์ในปีนี้ แต่ในภาพรวมแล้ว ความรู้สึกในตลาดยังเต็มไปด้วยความกลัว

Santiment เผยว่า
โพสต์เชิงบวกเกี่ยวกับ Bitcoin ต่ำที่สุดในรอบ 30 วัน
Social dominance ของ Bitcoin พุ่งเกิน 40% แปลว่าคนพูดถึง BTC มากที่สุด แต่ในโทนที่ “กลัว”
ช่วงราคาตกมีคนจำนวนมากกล่าวโทษ Michael Saylor ว่าเป็นต้นเหตุราคาดิ่ง แม้เจ้าตัวออกมาปฏิเสธอย่างเป็นทางการ
ETF Outflows อาจกลายเป็นสัญญาณบวก
น่าสนใจคือ Santiment ชี้ว่าการที่ Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ มีเงินไหลออกจำนวนมากในช่วงสามวันที่ผ่านมา อาจเป็นสัญญาณเชิงบวกในอนาคต เพราะในอดีต
เงินไหลเข้าแรง ๆ = มักเป็นจุดสูงชั่วคราว
เงินไหลออกหนัก ๆ = มักสอดคล้องกับการเกิดจุดต่ำสุดของตลาด
ข้อมูลจาก Farside ระบุว่า
เพียงวันพฤหัสฯ วันเดียว ETF ไหลออก 866 ล้านดอลลาร์
รวมสามวันกว่า 1.17 พันล้านดอลลาร์
สถานการณ์นี้สะท้อนว่ามีนักลงทุนกำลัง “เทขายด้วยความกลัว” ซึ่งมักเป็นองค์ประกอบหนึ่งของช่วงใกล้สิ้นสุดการปรับฐาน
สรุป
แม้หลายคนจะเชื่อว่าตลาดคริปโตเข้าใกล้จุด Bottom แล้ว แต่ข้อมูลจาก Santiment ชี้ว่า ควรระวังความเห็นที่เป็นเอกฉันท์ เพราะในอดีต Bottom จริงมักมาในช่วงที่ตลาดสิ้นหวังที่สุด ไม่ใช่ตอนที่คนเชื่อว่า “ถึงเวลาเด้งแล้ว”
สำหรับนักลงทุนไทย นี่คือช่วงที่ควรติดตามข้อมูลอย่างรอบด้าน ไม่รีบตัดสินใจ และประเมินความเสี่ยงของพอร์ตให้เหมาะสมกับภาวะตลาดที่ผันผวน
อ้างอิง : cointelegraph.com
ภาพ solanafloor.com