Ripple ลบโค้ด XRPL กว่า 10,000 บรรทัด เตรียมพร้อมก่อนเปิดระบบปล่อยกู้ตัวใหม่
29 August 2026ข่าวโดย พีรพัฒน์ หาญคงแก้ว

Ripple ลบโค้ด XRPL กว่า 10,000 บรรทัด เตรียมพร้อมก่อนเปิดระบบปล่อยกู้ตัวใหม่

Ripple บริษัทเทคโนโลยีการเงินเจ้าของเครือข่าย XRP Ledger (XRPL) กำลังเดินหน้าลดพื้นที่เสี่ยงต่อการถูกโจมตี (attack surface) ของเครือข่าย ก่อนจะขยายฟีเจอร์ปล่อยกู้แบบเนทีฟบน XRPL โดยเสนอให้ลบโค้ดสะพานเชื่อมข้ามเชน XChainBridge ที่ไม่ได้ใช้งานแล้วออกกว่า 10,000 บรรทัด พร้อมกันนั้นก็ส่งระบบปล่อยกู้เวอร์ชันใหม่ Lending Protocol V1.1 เข้าสู่กระบวนการตรวจสอบความปลอดภัยแบบใช้ AI ล้วนผ่านบริษัท Sherlock

 

ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นในจังหวะที่วงการคริปโตยังเผชิญแรงกดดันให้เสริมความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง โดยครึ่งปีแรกของ 2026 มีมูลค่าความเสียหายจากเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยรวมกันกว่า 1,310 ล้านดอลลาร์ จาก 344 เหตุการณ์ทั่วโลก และช่องโหว่ในโค้ดยังคงเป็นรูปแบบการโจมตีที่พบบ่อยที่สุดในอุตสาหกรรม

 

ทำไมต้องลบ XChainBridge ทั้งที่เคยตั้งใจสร้างไว้ใช้งาน

XLS-38 หรือ XChainBridge ถูกออกแบบมาให้โอนย้ายสินทรัพย์ระหว่าง XRPL กับไซด์เชนที่เชื่อมต่อกันได้ ผ่านกลไก Witness Server ที่คอยสังเกตธุรกรรมและรับรองความถูกต้องข้ามเครือข่าย ออกแบบมาเพื่อรองรับไซด์เชนแบบส่วนตัว แบบมีการอนุญาต และแบบทดลอง รวมถึงเป็นสะพานเชื่อมระหว่าง XRPL mainnet กับ EVM Sidechain ด้วย

 

แต่สุดท้าย Ripple เลือกใช้ Axelar สำหรับ EVM Sidechain แทน หลังประเมินเรื่องความปลอดภัย ประสบการณ์ผู้ใช้ ความกระจายศูนย์ และภาระในการดูแลสะพานเชื่อมแล้ว โดยประกาศตัดสินใจนี้ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2024 แต่ยังคงเปิดให้ XLS-38 อยู่ในระบบโหวตของ Validator และให้เวลานักพัฒนาราว 12-15 เดือน พิสูจน์ว่ามีความต้องการใช้ไซด์เชนส่วนตัวที่จำเป็นต้องพึ่งฟีเจอร์นี้จริงหรือไม่ ผลปรากฏว่าความต้องการไม่ถึงระดับที่ Ripple คาดไว้

 

ผลลัพธ์คือโค้ดจำนวนมากที่ไม่ได้ใช้งานจริง แต่นักพัฒนายังต้องดูแลและตรวจสอบต่อไปเรื่อยๆ ทั้งที่การใช้งานหลักของมันถูกแทนที่ไปแล้ว Ripple ประเมินว่าการถอน XChainBridge พร้อมส่วนขยายที่เกี่ยวข้องจะลบโค้ดออกจาก xrpld ได้มากกว่า 10,000 บรรทัดในที่สุด โดยระบุว่าภาระการดูแลรักษา ความซับซ้อนสำหรับผู้พัฒนา และพื้นที่เสี่ยงต่อการโจมตี คือต้นทุนของการเก็บฟังก์ชันที่ไม่ได้ใช้งานไว้

 

ทั้งนี้ ข้อเสนอนี้ยังไม่ได้ลบ XLS-38 ทันที ต้องผ่านกระบวนการโหวตแก้ไข XRPL (amendment) ตามปกติก่อน โดย Ripple ควบคุมเสียงโหวตของ Validator เพียง 1 เสียงเท่านั้น หากชุมชนสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงนี้ Ripple จะทำเครื่องหมายให้ XChainBridge เป็นฟังก์ชันล้าสมัยก่อน แล้ว Validator ที่ใช้ซอฟต์แวร์เวอร์ชันที่มีเครื่องหมายนี้จะหยุดโหวตให้กับ Amendment ดังกล่าว ก่อนจะลบโค้ดออกจริงในเวอร์ชันถัดไปเมื่อเครือข่ายเห็นพ้องกัน และ Ripple ยังเปิดช่องไว้ว่าจะพิจารณาใหม่ หากนักพัฒนาสามารถแสดงโปรเจกต์ที่จำเป็นต้องใช้ XLS-38 จริงในอนาคต

 

ระบบปล่อยกู้ V1.1 ความท้าทายความปลอดภัยที่ต่างออกไป

ในขณะที่กำลังลดโค้ดส่วนที่ไม่จำเป็น XRPL ก็กำลังเตรียมเปิดโครงสร้างพื้นฐานด้านการปล่อยกู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ทางการเงินซับซ้อนกว่าเดิมมาก Lending Protocol V1.1 ต่อยอดจากความพยายามนำระบบกู้ยืมแบบเนทีฟมาสู่ XRPL ควบคู่กับ Single Asset Vault โดยสถาปัตยกรรมรวมทั้งการจัดการวงจรชีวิตของสินเชื่อ การคำนวณอัตราดอกเบี้ย การกระจายค่าธรรมเนียมหลายฝ่าย ระบบสิทธิ์ที่อิงหลักฐานยืนยันตัวตน และการปฏิสัมพันธ์กับกลุ่มสินทรัพย์ต่างๆ ซึ่ง Ripple เรียกว่าเป็นฟีเจอร์การเงินที่ซับซ้อนที่สุดเท่าที่เคยพัฒนาให้ XRPL มาตั้งแต่เปิดเครือข่าย

 

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคมที่ผ่านมา Sherlock ประกาศว่า V1.1 เข้าสู่กระบวนการตรวจสอบความปลอดภัยเข้มข้นแบบใช้ AI ล้วนผ่าน Audit Engine ของตน ซึ่งรวม AI Auditor หลายตัวและโมเดลระดับแนวหน้าที่มีความสามารถเฉพาะทางด้านความปลอดภัยเข้าด้วยกัน โดย Sherlock ยังไม่เปิดเผยผลการตรวจสอบหรือกำหนดวันเสร็จสิ้น ระบุเพียงว่าจะรายงานผลแบบเต็มเมื่อกระบวนการเสร็จสมบูรณ์

 

ประวัติการตรวจสอบที่เข้มข้นก่อนหน้านี้ พบบั๊กร้ายแรงหลายจุด

ก่อนหน้านี้ Ripple ร่วมกับ Immunefi จัดกิจกรรม Attackathon มูลค่า 200,000 ดอลลาร์ในช่วงปลายปี 2025 ครอบคลุมโค้ด 35,498 บรรทัด มีนักวิจัยเข้าร่วม 131 คน ส่งข้อเสนอรวม 455 รายการ และพบช่องโหว่ที่ยืนยันแล้วจริง 94 รายการ โดยเป็นระดับวิกฤต 15 รายการ และระดับสูง 19 รายการ ซึ่ง Ripple ระบุว่าได้แก้ไขครบทุกรายการแล้ว

 

หลังจากนั้น Ripple ยังนำระบบปล่อยกู้เข้าสู่การตรวจสอบเพิ่มเติมอีกหลายรอบ ทั้งการตรวจสอบโดยอิสระ การทดสอบจากชุมชน Fuzzing และโปรแกรม Red Team ที่ใช้ AI ช่วย โดยระหว่างเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม ทีม AI Red Team ของ Ripple แจ้งปัญหาเกี่ยวกับระบบปล่อยกู้ไปแล้ว 20 รายการ และยืนยันบั๊กจริง 7 รายการที่ได้รับการแก้ไขแล้ว รวมถึงบั๊กที่เกิดจากตรรกะตรวจสอบผิดพลาดจนอาจทำให้หลักประกันปลอม (phantom collateral) หลุดรอดไปโดยไม่ถูกตรวจจับ ช่องทางส่งสแปมผ่านการชำระเงินกู้แบบไม่มีค่าธรรมเนียม และปัญหา Integer Overflow ที่อาจทำให้โหนดค้าง (deadlock)

 

อย่างไรก็ตาม นักวิจัยความปลอดภัยของ Ripple เองก็เตือนไว้ว่าไม่ควรมองว่า AI จะมาแทนที่การตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญได้ทั้งหมด เพราะระบบ AI ของบริษัทเองก็ยังสร้างผลบวกลวง (false positive) อยู่ และการตรวจสอบโดยมนุษย์ยังจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับบั๊กที่ละเอียดอ่อน ซึ่งบางครั้งโมเดล AI อาจตีความการทำงานของ Invariant ผิดไปจากที่ควรจะเป็น

 

ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict

แนวทางของ Ripple ที่ผสมทั้งการลดโค้ดที่ไม่จำเป็นและเพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบระบบใหม่ไปพร้อมกัน สะท้อนแนวคิดด้านความปลอดภัยที่รอบด้านกว่าการพึ่งพาเทคโนโลยีใดเทคโนโลยีหนึ่งเพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะในจังหวะที่วงการคริปโตยังสูญเงินหลักพันล้านดอลลาร์ต่อปีจากช่องโหว่ในโค้ด และมีตัวอย่างจริงมาแล้วหลายกรณีว่าช่องโหว่แม้ผ่านการตรวจสอบมาแล้วหลายรอบก็ยังหลุดรอดได้ ประเด็นที่น่าติดตามต่อคือผลการตรวจสอบแบบ AI ล้วนของ Sherlock จะออกมาอย่างไร เพราะจะเป็นกรณีศึกษาสำคัญว่าโมเดล AI เฉพาะทางด้านความปลอดภัยสามารถขยายขอบเขตการตรวจจับช่องโหว่ได้จริงแค่ไหน ก่อนที่ระบบปล่อยกู้ที่ซับซ้อนที่สุดของ XRPL จะเริ่มมีเงินจริงไหลเข้ามาเกี่ยวข้อง

 

📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com:
เราเคยรายงานความเคลื่อนไหวของ Ripple ในการขยายระบบนิเวศ XRPL มาก่อนหน้านี้
👉 Mastercard จับมือ Ripple, Gemini ทดลองใช้ Stablecoin RLUSD บน XRPL ชำระธุรกรรมบัตรเครดิต!

🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: CryptoSlate

 

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com