คริปโตโตแบบทางใครทางมัน! PwC เผยแต่ละภูมิภาคใช้บล็อกเชนแก้ปัญหาต่างกัน
PricewaterhouseCoopers (PwC) บริษัทตรวจสอบบัญชีระดับโลกได้เปิดเผยรายงาน Global Crypto Regulation Report 2026 โดยระบุว่า แม้เครือข่ายคริปโตจะไร้พรมแดน แต่การยอมรับใช้งานจริงกลับมีอัตราการเติบโตที่แตกต่างกันอย่างมากในแต่ละภูมิภาค โดยการใช้งานในด้านต่างๆ เช่น การชำระเงิน การโอนเงินระหว่างประเทศ การออม และการทำ Tokenization กำลังเกิดขึ้นอย่างไม่เท่าเทียมกันทั่วโลก
ระบบนิเวศที่แตกแยก: หนึ่งเทคโนโลยี หลายแนวทางแก้ปัญหา
PwC วิเคราะห์ว่าการยอมรับคริปโตยังคงขึ้นอยู่กับสภาวะเศรษฐกิจ การเข้าถึงบริการทางการเงิน และโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่เดิมในแต่ละพื้นที่ สิ่งนี้ทำให้เกิด "ระบบนิเวศโลกที่แตกแยก" (Fragmented Global Ecosystem) ซึ่งเทคโนโลยีบล็อกเชนถูกนำไปใช้เพื่อแก้ปัญหาที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงในแต่ละตลาด
อย่างไรก็ตาม ในฝั่งของสหรัฐอเมริกา การยอมรับได้เร่งตัวขึ้นอย่างมากภายใต้รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่มีนโยบายเป็นมิตรต่อคริปโต ช่วยสร้างความมั่นใจให้สถาบันต่างๆ เปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับคริปโตเคอร์เรนซีและ Stablecoin มากขึ้น
เมื่อสถาบันการเงินก้าวข้าม "จุดที่ย้อนกลับไม่ได้"
PwC ระบุว่าความสนใจของสถาบันการเงินในคริปโตได้ "ข้ามจุดที่สามารถย้อนกลับได้" (Point of Reversibility) ไปเรียบร้อยแล้ว
การผนวกรวมเข้าระบบหลัก: ธนาคาร ผู้จัดการสินทรัพย์ และบริษัทขนาดใหญ่กำลังนำสินทรัพย์ดิจิทัลเข้าสู่โครงสร้างพื้นฐานหลัก งบดุล และโมเดลการดำเนินงาน
ไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป: PwC ย้ำว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องรองหรือทางเลือกอีกต่อไปสำหรับสถาบันการเงินยุคใหม่
การเปลี่ยนบรรทัดฐานตลาด: เมื่อสถาบันเข้ามา พวกเขาได้เปลี่ยนบรรทัดฐานของตลาดในด้านธรรมาภิบาล ความยืดหยุ่น และความรับผิดชอบ โดยนำแนวปฏิบัติระดับสถาบันมาแทนที่แนวปฏิบัติแบบคริปโตดั้งเดิม
ความต้องการของสถาบันยังแกร่ง แต่ราคาอาจไม่พุ่งตามคาด
ข้อมูลจาก Ki Young Ju ซีอีโอของ CryptoQuant สนับสนุนรายงานของ PwC โดยชี้ให้เห็นว่ากองทุนสถาบันได้เข้าซื้อ Bitcoin (BTC) ไปแล้วกว่า 577,000 BTC ในช่วงปีที่ผ่านมา คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 5.3 หมื่นล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.8 ล้านล้านบาท) พร้อมยืนยันว่าความต้องการจากสถาบันยังคงแข็งแกร่งมาก

ถึงกระนั้น นักวิเคราะห์บางส่วนยังคงมีมุมมองที่ระมัดระวัง ลุค โกรเมน (Luke Gromen) นักวิจัยด้านมหภาคกล่าวว่า นักลงทุนสถาบันไม่น่าจะเป็นแรงผลักดันหลักที่ทำให้ Bitcoin พุ่งไปถึงระดับ 150,000 ดอลลาร์ในปีนี้ได้ หากไม่มีเหตุการณ์สำคัญหรือตัวเร่งปฏิกิริยาขนาดใหญ่มากระตุ้นตลาด เขาเตือนว่าอย่าเพิ่งฝากความหวังทั้งหมดไว้กับการไล่ราคาของสถาบันเพียงอย่างเดียว
อ้างอิง : cointelegraph.com
ภาพ fool.com
ข่าวคริปโตคัดเน้นๆ ส่งตรงถึงหน้าจอคุณที่ Bitcoin Addict
Tag : Bitcoin CryptoQuant PwC