Bitcoin Addict - ข่าวสารและบทความคริปโต

ธนาคารกลางจีนย้ำแบนคริปโต–จับตา Stablecoin เสี่ยงฟอกเงิน ขณะดันหยวนดิจิทัลเดินหน้าต่อ
30 November 2025ข่าวโดย Rawiwarn Owattasanee

ธนาคารกลางจีนย้ำแบนคริปโต–จับตา Stablecoin เสี่ยงฟอกเงิน ขณะดันหยวนดิจิทัลเดินหน้าต่อ

ธนาคารกลางจีน หรือ People’s Bank of China (PBoC) กลับมาแสดงจุดยืนเรื่องคริปโตอย่างแข็งกร้าวอีกครั้ง หลังการประชุมร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ 13 แห่งที่กรุงปักกิ่ง พร้อมส่งสัญญาณชัดเจนว่า “คริปโตยังคงผิดกฎหมายในจีนแผ่นดินใหญ่” และเน้นย้ำเป็นพิเศษถึงความเสี่ยงของ Stablecoin

 

ในแถลงการณ์ PBoC ระบุว่า

 

  • สินทรัพย์ดิจิทัลประเภท “สกุลเงินเสมือน (Virtual Currency)” ไม่มีสถานะเทียบเท่าเงินตราตามกฎหมาย

  • ไม่ถือเป็น “เงินที่ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย (Legal Tender)”

  • และ “ไม่ควร–ไม่สามารถ” ถูกใช้เป็นเงินสำหรับการชำระค่าสินค้าและบริการในตลาด

 

พร้อมกันนี้ ธนาคารกลางจีนย้ำว่าจะ “ปราบปรามกิจกรรมผิดกฎหมายและอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับคริปโตอย่างรุนแรง” โดยมองว่าการแบนคริปโตและการขุดทั่วประเทศตั้งแต่เดือนกันยายน 2021 ช่วย “ทำให้ตลาดคริปโตที่เคยไร้ระเบียบกลับเข้าสู่การควบคุม” และ “เห็นผลลัพธ์ชัดเจน”

 

สัญญาณเตือน Stablecoin: ความเสี่ยงฟอกเงิน–โอนเงินผิดกฎหมาย

 

หนึ่งในประเด็นที่ PBoC โฟกัสเป็นพิเศษ คือ Stablecoin หรือเหรียญที่มีมูลค่าผูกกับสินทรัพย์อ้างอิง เช่น ดอลลาร์สหรัฐ หรือสกุลเงินอื่น ๆ

 

ในมุมของธนาคารกลางจีน Stablecoin ถูกมองว่ามีความเสี่ยงสูงในหลายมิติ เช่น

 

  • ไม่ได้มาตรฐานด้าน รู้จักลูกค้าของท่าน (KYC) และ ป้องกันการฟอกเงิน (AML) เท่าที่ควร

  • เสี่ยงถูกใช้เพื่อ

    • ฟอกเงิน

    • ระดมทุนโดยมิชอบ (fraudulent fundraising)

    • โอนเงินข้ามแดนแบบผิดกฎหมาย

    • จ่ายชำระแบบ “ใต้ดิน” นอกระบบการเงินปกติ

 

PBoC มองว่าพฤติกรรมเหล่านี้อาจกลายเป็นภัยต่อ “ความมั่นคงทางการเงินของประเทศ” หากปล่อยให้ Stablecoin แพร่หลายโดยไม่ถูกควบคุม

 

อดีตผู้ว่าการ PBoC อย่าง Zhou Xiaochuan ก็เคยเตือนในเวทีปิดเมื่อเดือนกรกฎาคมว่า

 

  • ต้องระวัง “การใช้ Stablecoin เกินความจำเป็นเพื่อเก็งกำไรสินทรัพย์”

  • เพราะหากทิศทางเบี่ยงไปจากเป้าหมายเดิม อาจนำไปสู่การฉ้อโกงและสร้างความไม่มั่นคงต่อระบบการเงินได้

 

จีนแบนคริปโต–ดันหยวนดิจิทัล ขณะฮ่องกงเปิดรับ Web3

 

แม้ จีนแผ่นดินใหญ่ จะคงท่าทีแข็งต่อคริปโตไม่เปลี่ยน แต่ในอีกด้านหนึ่ง รัฐบาลจีนกลับเดินหน้าทดลอง เงินหยวนดิจิทัล (Digital Yuan / e-CNY) อย่างจริงจัง

 

  • PBoC ระบุว่าปัจจุบันมีการเปิด กระเป๋าเงินหยวนดิจิทัลมากกว่า 225 ล้านบัญชี แล้ว

  • ใช้สำหรับชำระเงินในชีวิตประจำวัน และทดลองในหลายเมืองทั่วประเทศ

 

ในขณะที่ฝั่ง ฮ่องกง ซึ่งอยู่ใต้กรอบ “หนึ่งประเทศ สองระบบ” กลับเลือกเดินอีกเส้นทาง โดยพยายามวางตัวเป็นศูนย์กลาง Web3 และสินทรัพย์ดิจิทัล ผ่าน

 

  • กรอบ ออกใบอนุญาตให้ Exchange

  • การเตรียมกรอบกำกับสำหรับ Stablecoin และโทเคนผูกสินทรัพย์จริง (RWA)

 

อย่างไรก็ตาม รายงานก่อนหน้านี้ชี้ว่า ปักกิ่งยังคงส่งสัญญาณเตือนบางอย่างมายังฮ่องกง เช่น

 

  • ขอให้โบรกเกอร์รายใหญ่ชะลอโปรเจกต์โทเคนไนซ์สินทรัพย์บางประเภท

  • กดดันไม่ให้บริษัทยักษ์ใหญ่ฝั่งเทคโนโลยีออก Stablecoin ของตัวเองในพื้นที่ฮ่องกง

 

สะท้อนให้เห็นว่าแม้ฮ่องกงจะเปิดรับ Web3 มากกว่าจีนแผ่นดินใหญ่ แต่ก็ยังต้องเดินเกมอย่างระมัดระวัง ภายใต้กรอบใหญ่ของรัฐบาลกลางปักกิ่ง

 

ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมคริปโตระดับโลก

 

ท่าทีล่าสุดของ PBoC ย้ำให้เห็นว่า

 

  • โอกาสที่จีนแผ่นดินใหญ่จะ “เปิดประตูให้คริปโตสาธารณะ” ยังห่างไกลมาก

  • โดยเฉพาะ Stablecoin ที่ถูกมองเป็นทางลัดในการเคลื่อนทุนข้ามแดนและหลบกรอบควบคุมทุน (capital control)

 

สำหรับตลาดโลก สัญญาณนี้อาจส่งผลในหลายมุม เช่น

 

  • โปรเจกต์ที่หวังใช้ Stablecoin เจาะฐานผู้ใช้ในจีน แทบจะ ต้องตัดฝันฝั่งเมนแลนด์ออกไป

  • แต่ในทางกลับกัน ฮ่องกงอาจยิ่งถูกจับตามองมากขึ้นว่า

    • จะสามารถเป็น “ทางเชื่อม” ระหว่างทุนจีนกับตลาดคริปโตโลกได้แค่ไหน

    • และจะถูกกำกับจากปักกิ่งเข้มข้นขึ้นหรือไม่

 

เมื่อมองภาพรวม จะเห็นชัดว่าจีนเลือกทางของตัวเองคือ

 

  • ปิดประตูคริปโตสาธารณะ

  • แต่ เปิดทางเต็มที่ให้กับ CBDC อย่างเงินหยวนดิจิทัล

  • พร้อมคุมเส้นทาง Stablecoin และสินทรัพย์ดิจิทัลอื่น ๆ แบบใกล้ชิด เพื่อไม่ให้กระทบต่อโครงสร้างการเงินของประเทศ

 

อ้างอิง : theblock.co