Bitcoin Addict - ข่าวสารและบทความคริปโต

กิจกรรมการแฮ็กของเกาหลีเหนือ เริ่มเบาลงหลังจากหน่วยงานหันมาใช้ KYC ตามรายงานจากเกาหลีใต้
22 December 2022ข่าวโดย Rawiwarn Owattasanee

กิจกรรมการแฮ็กของเกาหลีเหนือ เริ่มเบาลงหลังจากหน่วยงานหันมาใช้ KYC ตามรายงานจากเกาหลีใต้

ตามรายงานใหม่ที่เผยแพร่โดย National Intelligence Service (NIS) ของเกาหลีใต้ ระบุว่า แฮ็กเกอร์ชาวเกาหลีเหนือได้ขโมย cryptocurrencies มูลค่ากว่า 800 พันล้านวอน (620 ล้านเหรียญสหรัฐ) จากแพลตฟอร์มทางการเงินแบบกระจายอำนาจหรือ DeFi ในปีนี้ โดยหน่วยงานยังเปิดเผยว่าสามารถบล็อกการโจมตีเฉลี่ย 1.18 ล้านครั้งต่อวันที่กระทำโดยองค์กรแฮ็คระดับชาติและนานาชาติในเดือนพฤศจิกายน

อย่างไรก็ตาม โฆษกของ NIS ได้เปิดเผยผ่านสำนักข่าวท้องถิ่น Kyunghyang Shinmun ว่า เงินจำนวน 620 ล้านดอลลาร์ที่ถูกขโมยโดยแฮ็กเกอร์ชาวเกาหลีเหนือผ่านการใช้ประโยชน์จาก DeFi นั้นเกิดขึ้นในต่างประเทศ โดยกล่าวเพิ่มเติมว่า

“ในเกาหลี ธุรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลถูกเปลี่ยนเป็นธุรกรรมที่ต้องมีการระบุชื่อจริงและความปลอดภัยก็แข็งแกร่งขึ้น ดังนั้นจึงไม่มีความเสียหายมากนัก”

ในปี 2021 เกาหลีใต้ใช้กฎการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลที่ต้องมีการ Know Your Customer ซึ่งกำหนดให้ลูกค้าต้องสร้างบัญชีด้วยชื่อจริงกับธนาคารเดียวกันกับเว็บเทรดสกุลเงินดิจิทัลเพื่อฝากหรือถอนเงิน จากนั้นทั้งธนาคารและเว็บเทรดจำเป็นต้องยืนยันตัวตนของลูกค้า นอกจากนี้ เว็บเทรดจะต้องได้รับใบอนุญาตจากคณะกรรมการบริการทางการเงินก่อนที่จะเริ่มดำเนินการ

กลุ่มแฮ็กเกอร์ของเกาหลีเหนือ เช่น Lazarus Group เชื่อมโยงกับการโจมตีโครงการ DeFi ที่มีชื่อเสียงจำนวนมากในปีนี้ รวมถึงการโจมตี Harmony มูลค่า 100 ล้านดอลลาร์ โดยผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าการโจมตีดังกล่าวเป็นวิธีการหาเงินจากต่างประเทศท่ามกลางการคว่ำบาตรทางการค้าที่เข้มงวดซึ่งกำหนดโดยประชาคมระหว่างประเทศ

NIS ยังเตือนด้วยว่าการโจมตีทางไซเบอร์ของเกาหลีเหนือจะทวีความรุนแรงขึ้นในปีหน้า

อ้างอิง : LINK
ภาพ LINK