กระทรวงการคลังสหรัฐฯ โดยสำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างประเทศ (OFAC) ได้ประกาศคว่ำบาตรบุคคล 2 รายและบริษัท 4 แห่ง ซึ่งเกี่ยวข้องกับขบวนการแฝงตัวของแรงงาน IT จากเกาหลีเหนือ ที่มีเป้าหมายเพื่อแทรกซึมเข้าไปในบริษัทคริปโตแล้วหาประโยชน์จากช่องทางดังกล่าว
หนึ่งในผู้ถูกคว่ำบาตรคือ Song Kum Hyok ชาวเกาหลีเหนือที่ถูกกล่าวหาว่าขโมยข้อมูลของพลเมืองสหรัฐฯ เพื่อใช้สร้างตัวตนปลอม ส่งมอบให้กลุ่มแรงงาน IT จากเกาหลีเหนือที่ทำงานให้กับบริษัทในสหรัฐฯ ภายใต้ชื่อปลอมเหล่านั้น
อีกหนึ่งรายคือ Gayk Asatryan ชาวรัสเซีย ซึ่งถูกกล่าวหาว่าใช้บริษัทของตนเป็นช่องทางจ้างแรงงาน IT จากเกาหลีเหนืออย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2024 เป็นต้นมา โดยทำข้อตกลงกับบริษัทการค้าของเกาหลีเหนือโดยตรง

เครือข่ายแรงงาน IT ปลอมของเกาหลีเหนือขยายตัวทั่วโลก
ตามรายงานของ Google เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ขบวนการแฝงตัวของแรงงาน IT ปลอมที่มีความเกี่ยวข้องกับเกาหลีเหนือ ได้ขยายโครงสร้างพื้นฐานออกไปทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศจีนและรัสเซีย ซึ่งเป็นที่ตั้งหลักของแรงงานเหล่านี้
OFAC ระบุว่าแรงงานกลุ่มนี้มีจำนวนหลายพันคน และมีความเชี่ยวชาญสูง เป้าหมายคือบริษัทในประเทศพัฒนาแล้ว เพื่อหารายได้ไปสนับสนุนโครงการพัฒนาอาวุธขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ
“กระทรวงการคลังสหรัฐฯ จะใช้เครื่องมือทุกอย่างที่มีเพื่อสกัดความพยายามของรัฐบาลคิมในการหลบเลี่ยงการคว่ำบาตร ด้วยการแฮ็กคริปโต การปลอมตัวเป็นพลเมืองสหรัฐฯ และการโจมตีไซเบอร์” รองเลขาธิการกระทรวงการคลัง Michael Faulkender กล่าว
ยุทธวิธีใหม่: เลิก "แฮ็ก" หันมา "แฝงตัว"
แม้ที่ผ่านมา เกาหลีเหนือจะมีชื่อเสียงจากการแฮ็กระดับโลกโดยกลุ่ม Lazarus เช่น การแฮ็ก Bybit มูลค่า 1.5 พันล้านดอลลาร์เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ แต่ข้อมูลล่าสุดจาก TRM Labs ระบุว่า กลุ่มดังกล่าวเริ่มเปลี่ยนวิธี โดยหันมาใช้เทคนิค “ปลอมตัวเป็นแรงงาน IT” แทนการแฮ็กโดยตรง
TRM Labs รายงานว่าในครึ่งปีแรกของปี 2025 กลุ่มที่เชื่อมโยงกับเกาหลีเหนือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการแฮ็กหรือขโมยคริปโตมูลค่ารวม 1.6 พันล้านดอลลาร์ จากมูลค่าความเสียหายทั้งหมด 2.1 พันล้านดอลลาร์ทั่วโลก
สหรัฐฯ ไล่บี้แรงงาน IT ปลอมจากเกาหลีเหนือต่อเนื่อง
เมื่อวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ได้ตั้งข้อหาชาวเกาหลีเหนือ 4 รายในข้อหาฉ้อโกงและฟอกเงิน หลังจากที่พวกเขาแฝงตัวเป็นพนักงานระยะไกลในบริษัทบล็อกเชนของสหรัฐฯ และเซอร์เบีย
นอกจากนี้เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน ยังมีรายงานว่ากระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ เตรียมยึดเงินคริปโตมูลค่า 7.74 ล้านดอลลาร์ ที่เชื่อว่าเป็นรายได้จากแรงงาน IT ปลอมเหล่านี้ ซึ่งได้จากการทำงานระยะไกลโดยใช้ชื่อและข้อมูลปลอม
อ้างอิง : cointelegraph.com
ภาพ wired.com