MEXC ขอโทษเทรดเดอร์ “White Whale” หลังแช่แข็งเงิน 3 ล้านดอลลาร์ — ยอมรับ “จัดการพลาดเอง”
ผ่านไปกว่า 3 เดือนหลังจากที่เทรดเดอร์นามแฝง “White Whale” ออกมาเปิดเผยว่าเงินของเขาถูก MEXC Exchange แช่แข็งไว้กว่า 3 ล้านดอลลาร์ ล่าสุดผู้บริหารของ MEXC ได้ออกมาขอโทษต่อสาธารณะ และคืนเงินทั้งหมดให้แล้ว
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา Cecilia Hsueh ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์ของ MEXC ได้โพสต์บน X (Twitter เดิม) ว่า ทางทีม “จัดการเรื่องนี้ผิดพลาดอย่างมาก” พร้อมระบุว่าเงินของ White Whale ถูกปลดล็อกเรียบร้อยแล้ว
“เราต้องขอโทษ White Whale และเงินของเขาได้รับการปล่อยคืนแล้ว สามารถเข้าถึงได้ทุกเมื่อ”
Hsueh กล่าว “ฉันสื่อสารผิดพลาดและปล่อยให้อารมณ์มีส่วนในเรื่องนี้ ซึ่งไม่ควรเกิดขึ้นเลย”

ปมแช่แข็งเงิน 3 ล้านดอลลาร์ที่ลากยาวข้ามเดือน
เรื่องนี้เริ่มต้นตั้งแต่เดือนกรกฎาคม เมื่อ MEXC แช่แข็งเงินของ White Whale จำนวน 3.1 ล้านดอลลาร์ โดยอ้างว่าเป็นไปตาม “กฎการควบคุมความเสี่ยง” (Risk Control Rules) ของบริษัท
แต่หลังจากที่เทรดเดอร์รายนี้ถูกปฏิเสธคำตอบชัดเจน เขาตัดสินใจเปิดแคมเปญออนไลน์มูลค่า 2 ล้านดอลลาร์ เพื่อต่อสู้กับ MEXC ผ่านโซเชียลมีเดีย และต่อมาได้เพิ่มงบเป็น 2.5 ล้านดอลลาร์ หลังอ้างว่าทาง MEXC ขอให้เขาบินไปประเทศมาเลเซียเพื่อเคลียร์ปัญหานี้ด้วยตัวเอง
การขอโทษที่ยังไม่เคลียร์ใจ
แม้ MEXC จะออกมาขอโทษอย่างเป็นทางการ แต่ White Whale กล่าวในโพสต์ตอบกลับว่า คำขอโทษนี้ยัง “คลุมเครือ” เพราะไม่ได้ระบุอย่างชัดเจนว่า MEXC ขอโทษเรื่องอะไรแน่
“ตอนแรกพวกเขาบอกว่าผมเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน (AML) จากนั้นก็หาว่าผมเป็น scammer”
White Whale เขียน “คำขอโทษที่แท้จริงควรเริ่มจากการยอมรับสิ่งนั้นก่อน”
เทรดเดอร์รายนี้ยังประกาศว่า เขาจะ บริจาคเงินทั้งหมด 3 ล้านดอลลาร์ ที่ได้รับคืนให้กับผู้สนับสนุนกว่า 20,000 คน และองค์กรไม่แสวงหากำไรที่ร่วมเคลื่อนไหวในเรื่องนี้
ชุมชนคริปโตยังไม่ไว้ใจ
ผู้ใช้งาน Reddit รายหนึ่งแสดงความเห็นว่า “เป็นเรื่องดีที่ White Whale ได้เงินคืน แต่คนทั่วไปคงไม่มีทางต่อสู้ได้แบบนี้ถ้าเกิดเรื่องคล้ายกัน”
หลังการขอโทษดังกล่าว ราคาของโทเค็น MX ซึ่งเป็นเหรียญประจำของ MEXC ลดลงประมาณ 3.5% จาก $2.30 เหลือ $2.22 ตามข้อมูลจาก Nansen
กรณีนี้สะท้อนถึงความเปราะบางของระบบ Centralized Exchange (CEX) ที่ผู้ใช้ไม่มีการควบคุมทรัพย์สินของตัวเองอย่างแท้จริง — ตรงกันข้ามกับหลักการของ “Not Your Keys, Not Your Coins” ที่นักคริปโตย้ำเตือนกันเสมอ
อ้างอิง : cointelegraph.com
ภาพ ainvest.com