Merkle Capital เปิดตัวกลยุทธ์จัดการเงินทุน Buy the Dip (M-BTD) เปิดโอกาสลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลชั้นนำช่วงตลาดปรับฐาน ตั้งเป้าหมายผลตอบแทน 30% เปิดรับลงทุน 1 – 21 กรกฎาคม 2569
บริษัท เมอร์เคิล แคปปิตอล จำกัด (Merkle Capital) ผู้จัดการเงินทุนสินทรัพย์ดิจิทัลภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงาน ก.ล.ต. เตรียมเปิดตัวกลยุทธ์ใหม่ "Buy the Dip" หรือ M-BTD ชูจุดขายด้วยการกำหนดเป้าหมายเลิกกลยุทธ์อัตโนมัติเมื่อพอร์ตทำกำไรถึง 30% โดยเปิดรับเงินลงทุนเพียงครั้งเดียวระหว่างวันที่ 1-21 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ขั้นต่ำ 10,000 บาท เน้นเข้าซื้อ Bitcoin (BTC) และสินทรัพย์ดิจิทัลชั้นนำในจังหวะตลาดปรับฐาน พูดง่ายๆ ก็คือเป็นกลยุทธ์ที่ออกแบบมาสำหรับคนที่อยากไล่ซื้อของถูกแต่ไม่มีเวลาจับจังหวะตลาดเอง
🎯 M-BTD คืออะไร ทำงานอย่างไร
Merkle Capital อธิบายว่ากลยุทธ์ Buy the Dip (M-BTD) เป็นรูปแบบ Trigger Strategy (กลยุทธ์การลงทุนที่มีเงื่อนไขกำหนดจุดเข้า-ออกตายตัวไว้ล่วงหน้า) ที่ออกแบบมาเพื่อผู้ลงทุนที่ต้องการเข้าลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลชั้นนำช่วงที่ตลาดปรับฐาน โดยเน้นลงทุนใน Bitcoin (BTC) เป็นหลักอย่างน้อย 1 สินทรัพย์ และอาจพิจารณาเพิ่มเหรียญอื่นที่ผ่านเกณฑ์คัดเลือกของบริษัทตามสภาวะตลาดในแต่ละช่วง
จุดเด่นของกลยุทธ์นี้คือเงื่อนไขการ "เลิกกลยุทธ์" ที่ชัดเจน กล่าวคือ เมื่อมูลค่าเงินลงทุนเพิ่มขึ้นถึง 30% หรือมากกว่าจากมูลค่าตั้งต้น (ก่อนหักค่าธรรมเนียม) บริษัทจะดำเนินการเลิกกลยุทธ์และโอนเงินลงทุนทั้งหมดไปยังกลยุทธ์ Stablecoin Hold (M-STA — กลยุทธ์ถือครองเหรียญ Stablecoin ที่ผูกมูลค่ากับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐเพื่อรักษามูลค่าเงินทุน) โดยอัตโนมัติภายใน 2 วันทำการ (T+2)
⏳ ถ้าไม่ถึงเป้า 30% ภายใน 1 ปี จะเกิดอะไรขึ้น
กลยุทธ์นี้มีระยะเวลา Lock-up Period (ช่วงเวลาที่ผู้ลงทุนไม่สามารถถอนเงินหรือสับเปลี่ยนกลยุทธ์ได้) 1 ปีเต็ม หากครบกำหนดแล้วมูลค่าเงินลงทุนยังไม่ถึงเป้าหมาย 30% กลยุทธ์จะสิ้นสุดลงและบริษัทจะปรับเปลี่ยนเงินลงทุนทั้งหมดไปยังกลยุทธ์ Bitcoin Alpha (M-BTCA) โดยอัตโนมัติ พร้อมยกเว้นค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยน เพื่อให้ผู้ลงทุนยังมีโอกาสได้รับการบริหารจัดการเงินทุนต่อเนื่อง
📅 เงื่อนไขการเปิดรับลงทุน
- ช่วงเวลาเปิดรับ: 1-21 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 เวลา 09.00-14.00 น. (เปิดรับเพียงครั้งเดียว)
- เงินลงทุนขั้นต่ำ: 10,000 บาท
- Lock-up Period: 1 ปี นับจากวันเริ่มบริหารจัดการเงินทุน โดยไม่สามารถลดทุนหรือสับเปลี่ยนกลยุทธ์ได้ในช่วงนี้
บริษัทระบุว่ากลยุทธ์นี้เหมาะกับผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงจากสินทรัพย์ดิจิทัลได้ในระดับสูง และเข้าใจว่าเป้าหมายผลตอบแทน 30% เป็นเพียงเงื่อนไขเลิกกลยุทธ์ ไม่ใช่การรับประกันผลตอบแทนแต่อย่างใด
⚠️ ความเสี่ยงที่ต้องรู้ก่อนลงทุน
Merkle Capital ย้ำเตือนว่าคริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน ผลตอบแทนในอดีตไม่ได้เป็นเครื่องยืนยันผลตอบแทนในอนาคต และบริษัทไม่ใช่สถาบันการเงินภายใต้กฎหมายคุ้มครองเงินฝาก การฝากเงินหรือสินทรัพย์ดิจิทัลกับบริษัทจึงไม่ได้รับความคุ้มครองแบบเงินฝากธนาคาร นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงจากการแลกเปลี่ยนเงินลงทุนเป็น Stablecoin ก่อนเข้าลงทุน ซึ่งมูลค่าอาจลดต่ำกว่า 1 ดอลลาร์สหรัฐได้หากความน่าเชื่อถือของ Stablecoin นั้นลดลง
ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดและความเสี่ยงเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ Merkle Capital หรือสอบถามผ่าน LINE Official: @Merkle.Capital
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com: Merkle Capital เคยประกาศแต่งตั้งผู้จัดการเงินทุนเพื่อเสริมทัพกลยุทธ์การลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลในไทยมาก่อนหน้านี้
👉 Merkle Capital แต่งตั้ง 'ธนลภย์ ปรีดามาโนช' นั่งผู้จัดการเงินทุน เสริมทัพตลาดดิจิทัลไทย
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: ข่าวประชาสัมพันธ์จาก Merkle Capital
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict การออกแบบกลยุทธ์ที่มีเงื่อนไขเลิกอัตโนมัติเมื่อถึงเป้ากำไรอย่าง M-BTD สะท้อนแนวโน้มที่ผู้จัดการเงินทุนสินทรัพย์ดิจิทัลในไทยเริ่มพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีกรอบบริหารความเสี่ยงชัดเจนมากขึ้น ซึ่งน่าจะช่วยตอบโจทย์ผู้ลงทุนที่ไม่มีเวลาติดตามตลาดด้วยตนเอง อย่างไรก็ตาม เงื่อนไข Lock-up 1 ปีและการที่กลยุทธ์อาจไม่ถึงเป้าหมายก็เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ผู้ลงทุนควรพิจารณาอย่างรอบคอบ ทั้งนี้บทความนี้ไม่ได้มีเจตนาชี้นำให้ซื้อหรือขายผลิตภัณฑ์การลงทุนใดๆ
Tags / คีย์เวิร์ด SEO: Merkle Capital, M-BTD, Buy the Dip, กลยุทธ์ลงทุนคริปโต, Bitcoin, ก.ล.ต., ผู้จัดการเงินทุนสินทรัพย์ดิจิทัล, Trigger Strategy
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com