"เหรียญมีม" วอลลุ่มพุ่ง 5.6 พันล้านดอลล์! กูรูชี้เป็นแค่การเทขายทำกำไรระยะสั้น
ตลาด เหรียญมีม (Memecoin) กลับมาอยู่ในสปอตไลท์อีกครั้งเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยข้อมูลจาก CoinMarketCap ระบุว่าปริมาณการซื้อขายเหรียญมีมพุ่งทะยานสู่ระดับ 5.62 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นถึง 106% ภายในเวลาเพียงวันเดียว อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจคือมูลค่าตลาดรวม (Market Capitalization) ของกลุ่มเหรียญมีมกลับลดลงสวนทางถึง 6% ในช่วงเวลาเดียวกัน ซึ่งเป็นสัญญาณที่นักวิเคราะห์มองว่าไม่ใช่การไหลเข้าของเงินใหม่ แต่เป็นการระดมเทขายเพื่อทำกำไรครั้งใหญ่

การทำกำไรระยะสั้นและสภาวะสภาพคล่องที่เบาบาง
วินเซนต์ หลิว (Vincent Liu) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ Kronos Research ให้ความเห็นว่า การที่ปริมาณการซื้อขายเพิ่มสูงขึ้นในขณะที่มูลค่าตลาดลดลง สะท้อนถึง "การหมุนเวียนของเงินทุน" (Heavy Churn) มากกว่าจะเป็นการขยายตัวของตลาด กิจกรรมเหล่านี้มักเป็นการรีบขายเพื่อล็อกกำไร การหมุนเวียนเหรียญในระยะสั้น และการโยกย้ายเงินทุนไปยังสินทรัพย์อื่น
ในสภาวะที่สภาพคล่องในตลาดค่อนข้างเบาบาง กิจกรรมที่คึกคักผิดปกติอาจส่งผลให้ราคายิ่งดิ่งลงได้ง่ายขึ้น ซึ่งหลังจากที่วอลลุ่มพุ่งไปแตะจุดสูงสุด ตัวเลขก็ได้ร่วงกลับลงมาอยู่ที่ 3.6 พันล้านดอลลาร์ ลดลงกว่า 24% ในวันต่อมา ชี้ให้เห็นว่าโมเมนตัมแห่งการเก็งกำไรได้เริ่มเย็นลงแล้วหลังจากที่นักเทรดกลุ่มใหญ่ถอยออกมาดูสถานการณ์
พื้นฐานที่เปราะบางและบทเรียนจากปี 2025
คาดาน สตาเดลมันน์ (Kadan Stadelmann) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของ Komodo Platform ย้ำว่าพื้นฐานของตลาดเหรียญมีมนั้นค่อนข้างแย่และขับเคลื่อนด้วยการคาดเดาเพียงอย่างเดียว สิ่งนี้ทำให้ราคาเหรียญมักจะกลับคืนสู่จุดเริ่มต้น (Reversion) มากกว่าที่จะรักษาการเติบโตได้อย่างมั่นคง
นอกจากนี้ ข้อมูลจาก CoinGecko ยังเผยให้เห็นว่าในปี 2025 ที่ผ่านมา มีโปรเจกต์คริปโตที่ล้มเหลวพุ่งสูงกว่า 11.6 ล้านโปรเจกต์ ซึ่งถือเป็นสถิติที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยเหรียญมีมถือเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงสุดและมักจะเป็นเป้าหมายของการ "Rug Pull" หรือการที่ทีมงานทิ้งโปรเจกต์และหอบเงินหนี ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับนักลงทุนในโซเชียลมีเดียเป็นอย่างมากในขณะนี้

ทิศทางเหรียญมีมปี 2026 ภายใต้เงาของ Bitcoin
สำหรับการเติบโตในปี 2026 สตาเดลมันน์คาดการณ์ว่าประสิทธิภาพของตลาดเหรียญมีมจะยังคงขึ้นอยู่กับ Bitcoin (BTC) เป็นหลัก โดยในปี 2025 ที่ผ่านมา Bitcoin ให้ผลตอบแทนแพ้ทองคำ ซึ่งหากสถานการณ์ในปี 2026 ยังคงเป็นเช่นเดิม ก็อาจเป็นปัจจัยลบ (Bearish) ที่ซ้ำเติมตลาดเหรียญมีมให้ซบเซายิ่งขึ้น เนื่องจากนักลงทุนจะลดระดับการเปิดรับความเสี่ยงในสินทรัพย์ที่ไม่มีพื้นฐานรองรับ
อ้างอิง : cointelegraph.com
ภาพ cryptoweekly.co
สรุปข่าวคริปโตให้คุณเข้าใจง่าย ไวกว่าใครที่ Bitcoin Addict