Bitcoin Addict - ข่าวสารและบทความคริปโต

โลกกำลังต้องการพลังคำนวณมากขึ้น และบล็อกเชนก็เช่นกัน InfiniSVM ของ Solayer คือคำตอบ
08 February 2025Newsโดย Rawiwarn Owattasanee

โลกกำลังต้องการพลังคำนวณมากขึ้น และบล็อกเชนก็เช่นกัน InfiniSVM ของ Solayer คือคำตอบ

ทุกวันนี้โลกต้องการความเร็วและการประมวลผลข้อมูลมากขึ้นเรื่อย ๆ ในอนาคตบล็อกเชนจะไม่เพียงแค่รองรับธุรกรรมของผู้คนเป็นล้านในแบบเรียลไทม์ แต่ยังต้องรองรับปริมาณข้อมูลมหาศาลจากตัวแทนอัจฉริยะ (agents) ที่ทำงานพร้อมกันนับล้านล้านรายการ

1 ล้านธุรกรรมต่อวินาที เป็นเพียงจุดเริ่มต้น ไม่ใช่เป้าหมายสุดท้าย

ซอฟต์แวร์ไปต่อไม่ได้ ต้องพึ่งฮาร์ดแวร์

Solana clients อย่าง Firedancer และ Agave ได้พยายามพัฒนาระบบให้เร็วขึ้น แต่ซอฟต์แวร์อย่างเดียวไปไม่ถึงเป้าหมาย ไม่ว่าปรับแต่งอย่างไร ก็ไม่สามารถประมวลผลเกิน 300,000 ธุรกรรมต่อวินาทีได้ วิธีเดียวที่จะแก้ปัญหานี้ได้คือการใช้ฮาร์ดแวร์เข้ามาช่วย

InfiniSVM “Blockchain บน Chip” ดีอย่างไร

  1. ใช้ฮาร์ดแวร์ช่วยให้เร็วขึ้น โดย Solayer ใช้ฮาร์ดแวร์ช่วยทำงานหลายขั้นตอน เช่น การจัดเรียงธุรกรรม การตรวจสอบลายเซ็น และการลดการทำซ้ำ ด้วยอุปกรณ์พิเศษ เช่น สวิตช์โปรแกรม (programmable switches) และ SmartNIC ระบบ "megaleader" ซึ่งใช้คลัสเตอร์ประมวลผลล่วงหน้า ส่งข้อมูลไปยัง FPGA NIC ผ่าน Infiniband เพื่อให้ทำงานได้เร็วขึ้น
  2. รองรับทุกกระเป๋าเงินและหลายเชน โดย InfiniSVM สามารถใช้งานร่วมกับกระเป๋าเงิน Solana ได้ทั้งหมด เช่น Phantom, Solflare และ Backpack โดยไม่ต้องดาวน์โหลดหรือเพิ่ม chainID ใหม่ ทำให้ทุกคนสามารถใช้ระบบนี้ได้ง่ายที่สุด
  3. ระบบประมวลผลหลายตัว (Multi-Executor) โดย Solayer ใช้หลายคลัสเตอร์ประมวลผลพร้อมกัน ส่งข้อมูลผ่าน Infiniband เพื่อเพิ่มความเร็ว ลดความหน่วง และทำให้รองรับธุรกรรมได้มากขึ้นในเวลาเดียวกัน
  4. รองรับธุรกรรมขนาดใหญ่ (Jumbo Transactions) โดย Solayer Chain จะรองรับธุรกรรมขนาดใหญ่ ที่ช่วยเพิ่มความสามารถในการประมวลผลข้ามโปรแกรมบนบล็อกเชนให้ซับซ้อนยิ่งขึ้น

Solayer แตกต่างจากเชนอื่นอย่างไร?

Solayer ไม่ได้มุ่งเน้นแค่การปรับปรุงเล็กน้อย แต่เป้าหมายคือการขยายขีดความสามารถแบบไร้ขีดจำกัด (Infinite Scalability)

Solayer Chain จะเป็นเครือข่ายแรกที่สามารถทำธุรกรรมได้ถึง 1 ล้านธุรกรรมต่อวินาที ในการใช้งานจริง และยังสามารถทำหน้าที่เป็นโซลูชันเสริมสำหรับการขยายระบบของ Solana อีกด้วย

เบื้องหลังคือทีมพัฒนาผู้หลงใหลในเทคโนโลยี

Solayer คือทีมที่มุ่งมั่นสร้างระบบที่เร็วขึ้น ไม่ได้พยายามรวม SVM กับ Ethereum หรือสร้าง L2 บน Solana เป้าหมายเดียวของเราคือ 1 ล้าน TPS, 100Gbps และมากกว่านั้น ด้วยการใช้ฮาร์ดแวร์เข้าช่วย

โลกกำลังรวมศูนย์มากขึ้น ต้องมีการสร้างระบบที่ให้เสรีภาพกับผู้คน การกระจายอำนาจเป็นเรื่องสำคัญกว่าที่เคย ในอนาคตที่มีผู้คนมากกว่า 8 พันล้านคน และตัวแทนกว่าอัจฉริยะ 800 ล้านล้านตัว อินเทอร์เน็ตต้องเป็นของทุกคน ไม่ใช่ขององค์กรใหญ่ นั่นคือเหตุผลที่สร้าง InfiniSVM นี่คือจิตวิญญาณของ cypherpunk และทุกคนก็เช่นกัน