โลกกำลังต้องการพลังคำนวณมากขึ้น และบล็อกเชนก็เช่นกัน InfiniSVM ของ Solayer คือคำตอบ
ทุกวันนี้โลกต้องการความเร็วและการประมวลผลข้อมูลมากขึ้นเรื่อย ๆ ในอนาคตบล็อกเชนจะไม่เพียงแค่รองรับธุรกรรมของผู้คนเป็นล้านในแบบเรียลไทม์ แต่ยังต้องรองรับปริมาณข้อมูลมหาศาลจากตัวแทนอัจฉริยะ (agents) ที่ทำงานพร้อมกันนับล้านล้านรายการ
1 ล้านธุรกรรมต่อวินาที เป็นเพียงจุดเริ่มต้น ไม่ใช่เป้าหมายสุดท้าย
ซอฟต์แวร์ไปต่อไม่ได้ ต้องพึ่งฮาร์ดแวร์
Solana clients อย่าง Firedancer และ Agave ได้พยายามพัฒนาระบบให้เร็วขึ้น แต่ซอฟต์แวร์อย่างเดียวไปไม่ถึงเป้าหมาย ไม่ว่าปรับแต่งอย่างไร ก็ไม่สามารถประมวลผลเกิน 300,000 ธุรกรรมต่อวินาทีได้ วิธีเดียวที่จะแก้ปัญหานี้ได้คือการใช้ฮาร์ดแวร์เข้ามาช่วย
InfiniSVM “Blockchain บน Chip” ดีอย่างไร
- ใช้ฮาร์ดแวร์ช่วยให้เร็วขึ้น โดย Solayer ใช้ฮาร์ดแวร์ช่วยทำงานหลายขั้นตอน เช่น การจัดเรียงธุรกรรม การตรวจสอบลายเซ็น และการลดการทำซ้ำ ด้วยอุปกรณ์พิเศษ เช่น สวิตช์โปรแกรม (programmable switches) และ SmartNIC ระบบ "megaleader" ซึ่งใช้คลัสเตอร์ประมวลผลล่วงหน้า ส่งข้อมูลไปยัง FPGA NIC ผ่าน Infiniband เพื่อให้ทำงานได้เร็วขึ้น
- รองรับทุกกระเป๋าเงินและหลายเชน โดย InfiniSVM สามารถใช้งานร่วมกับกระเป๋าเงิน Solana ได้ทั้งหมด เช่น Phantom, Solflare และ Backpack โดยไม่ต้องดาวน์โหลดหรือเพิ่ม chainID ใหม่ ทำให้ทุกคนสามารถใช้ระบบนี้ได้ง่ายที่สุด
- ระบบประมวลผลหลายตัว (Multi-Executor) โดย Solayer ใช้หลายคลัสเตอร์ประมวลผลพร้อมกัน ส่งข้อมูลผ่าน Infiniband เพื่อเพิ่มความเร็ว ลดความหน่วง และทำให้รองรับธุรกรรมได้มากขึ้นในเวลาเดียวกัน
- รองรับธุรกรรมขนาดใหญ่ (Jumbo Transactions) โดย Solayer Chain จะรองรับธุรกรรมขนาดใหญ่ ที่ช่วยเพิ่มความสามารถในการประมวลผลข้ามโปรแกรมบนบล็อกเชนให้ซับซ้อนยิ่งขึ้น
Solayer แตกต่างจากเชนอื่นอย่างไร?
Solayer ไม่ได้มุ่งเน้นแค่การปรับปรุงเล็กน้อย แต่เป้าหมายคือการขยายขีดความสามารถแบบไร้ขีดจำกัด (Infinite Scalability)
Solayer Chain จะเป็นเครือข่ายแรกที่สามารถทำธุรกรรมได้ถึง 1 ล้านธุรกรรมต่อวินาที ในการใช้งานจริง และยังสามารถทำหน้าที่เป็นโซลูชันเสริมสำหรับการขยายระบบของ Solana อีกด้วย
เบื้องหลังคือทีมพัฒนาผู้หลงใหลในเทคโนโลยี
Solayer คือทีมที่มุ่งมั่นสร้างระบบที่เร็วขึ้น ไม่ได้พยายามรวม SVM กับ Ethereum หรือสร้าง L2 บน Solana เป้าหมายเดียวของเราคือ 1 ล้าน TPS, 100Gbps และมากกว่านั้น ด้วยการใช้ฮาร์ดแวร์เข้าช่วย
โลกกำลังรวมศูนย์มากขึ้น ต้องมีการสร้างระบบที่ให้เสรีภาพกับผู้คน การกระจายอำนาจเป็นเรื่องสำคัญกว่าที่เคย ในอนาคตที่มีผู้คนมากกว่า 8 พันล้านคน และตัวแทนกว่าอัจฉริยะ 800 ล้านล้านตัว อินเทอร์เน็ตต้องเป็นของทุกคน ไม่ใช่ขององค์กรใหญ่ นั่นคือเหตุผลที่สร้าง InfiniSVM นี่คือจิตวิญญาณของ cypherpunk และทุกคนก็เช่นกัน