
ธนาคารฝรั่งเศสโดนแฮ็ก?! ZachXBT ชี้อาจเป็นเหยื่อโจรกรรมคริปโตกว่า 133 ล้านดอลลาร์ ธนาคารยังไม่ยืนยัน
ZachXBT (นามแฝงของนักสืบออนเชนที่ตามรอยเงินคริปโต) ระบุเมื่อวันพุธที่ 4 พ.ย. 2569 ว่ากลุ่มธนาคารฝรั่งเศส Crédit Mutuel Arkéa อาจเป็นเหยื่อของการโจรกรรมคริปโตกว่า 133 ล้านดอลลาร์ (ราว 4,490 ล้านบาท) และยอดสูญเสียจริงอาจสูงกว่านี้ ตามรายงานของ Cointelegraph ธนาคารยังไม่ยืนยันเรื่องนี้ ข้อมูลยังไม่มีผู้ตรวจสอบอิสระ ZachXBT ยังไม่ได้บอกว่าผู้โจมตีเข้าถึงเงินได้อย่างไร และต้นทางไม่ได้เปิดเผยที่อยู่กระเป๋าหรือธุรกรรมที่ใช้คำนวณยอด ทีมข่าวจึงยังตรวจตัวเลขบนบล็อกเชนเองไม่ได้
ตัวเลขบาทในข่าวนี้คำนวณที่ 33.78 บาทต่อดอลลาร์ ตามอัตรา CoinGecko ณ วันที่ 4 พ.ย. 2569 เพื่อให้เห็นขนาดเท่านั้น ไม่ใช่ตัวเลขที่ต้นทางรายงาน
ZachXBT ระบุกลุ่มธนาคารฝรั่งเศสเป็นเหยื่อโจรกรรมคริปโต
ZachXBT ระบุว่าสถาบันที่เขาเอ่ยชื่อมีสินทรัพย์ราว 235,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 7.9 ล้านล้านบาท) และถูกเจาะเงินคริปโตออกไปต่อเนื่องหลายวัน เขายังชี้ว่ายอดสูญเสียอาจมากกว่าที่ประเมินไว้ก่อนหน้านี้ เพราะมีการเคลื่อนไหวผ่านธุรกรรมซื้อขายนอกกระดาน (OTC) ที่ยังไม่ได้นับรวม เขากล่าวว่าเขาสงสัยว่ายอดที่ถูกขโมยจริงสูงกว่านี้เมื่อรวมธุรกรรม OTC
ธนาคารยังไม่ยืนยัน และยังไม่รู้ว่าเงินหลุดออกไปได้อย่างไร
Cointelegraph ระบุว่าการที่ธนาคารเป็นเหยื่อยังไม่ได้รับการยืนยันจากแหล่งอิสระ Cointelegraph ติดต่อ Crédit Mutuel Arkéa เพื่อขอความเห็น แต่ยังไม่ได้รับคำตอบเมื่อเผยแพร่ข่าว ส่วน ZachXBT ก็ยังไม่ได้เปิดเผยว่าผู้โจมตีเข้าถึงเงินได้ด้วยวิธีใด คำว่าแฮ็กในพาดหัวจึงเป็นเพียงคำถาม ไม่ใช่ข้อสรุปว่าเกิดอะไรขึ้นกับระบบของธนาคาร
ไล่เหตุการณ์ตั้งแต่วันจันทร์ จาก 106 ล้านเป็น 133 ล้านดอลลาร์
ZachXBT เปิดเรื่องครั้งแรกเมื่อวันจันทร์ที่ 2 พ.ย. โดยระบุการถอนเงินน่าสงสัยกว่า 106 ล้านดอลลาร์ (ราว 3,580 ล้านบาท) จากกระดานเทรดแบบรวมศูนย์ ต่อมาเมื่อวันอังคารที่ 3 พ.ย. เขาปรับยอดเป็นกว่า 133 ล้านดอลลาร์ หลังพบการถอนเพิ่มอีกราว 27 ล้านดอลลาร์ (ราว 912 ล้านบาท) ซึ่งบางส่วนเกิดขึ้นหลังจากเขาเตือนครั้งแรกแล้ว และเมื่อวันพุธ เขาระบุชื่อกลุ่มธนาคารฝรั่งเศสว่าอาจเป็นเหยื่อ
Bitquery ตามรอยเงินที่ถอนจาก Kraken, Crypto.com และ OKX
บริษัทวิเคราะห์บล็อกเชน Bitquery รายงานว่าเงินที่ต้องสงสัยว่าถูกขโมยถูกถอนจากบัญชีบน Kraken, Crypto.com และ OKX และพบว่าสเตเบิลคอยน์ราว 62.98 ล้านดอลลาร์ (ราว 2,130 ล้านบาท) ถูกแลกเป็น Ether 27,553 ETH ภายในประมาณ 4 ชั่วโมง
ณ เวลา 13:47 น. UTC ของวันจันทร์ที่ 2 พ.ย. (20:47 น. ตามเวลาไทย) ซึ่งเป็นช่วงก่อน ZachXBT ปรับยอดเป็น 133 ล้านดอลลาร์ Bitquery ระบุว่ายังมีเงินราว 78.3 ล้านดอลลาร์ (ราว 2,640 ล้านบาท) ค้างอยู่ในกระเป๋าที่เชื่อมกับผู้โจมตี ขณะที่อีก 30.5 ล้านดอลลาร์ (ราว 1,030 ล้านบาท) ถูกย้ายออกจากที่อยู่ที่ติดตามอยู่ Cointelegraph รายงานด้วยว่ามี USDC เหลือเพียง 3.74 ล้านดอลลาร์ที่ Circle ผู้ออกเหรียญอาจอายัดได้ และ Tether อายัด USDT ไปแล้ว 1.1 ล้านดอลลาร์ ทั้งนี้ต้นทางไม่ได้เปิดเผยที่อยู่กระเป๋าหรือธุรกรรม ทีมข่าวจึงยังตรวจสอบตัวเลขเหล่านี้บนบล็อกเชนเองไม่ได้
กระดานเทรดชี้แจงว่าระบบของตัวเองไม่ถูกเจาะ
Kraken แจ้ง Cointelegraph ว่าเหตุการณ์นี้ไม่ได้เริ่มจากแพลตฟอร์มของ Kraken แต่กำลังตรวจสอบรายงานว่าสินทรัพย์บางส่วนถูกย้ายผ่านบัญชีบนแพลตฟอร์มในภายหลัง Kraken ระงับบัญชีที่เกี่ยวข้องแล้วและทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่เพื่อช่วยติดตามเงินคืน บริษัทยืนยันว่าระบบความปลอดภัยไม่ถูกเจาะ ไม่มีบัญชีลูกค้าถูกเข้าควบคุม และไม่มีความเสี่ยงต่อลูกค้าต่อเนื่อง
โฆษกของ Crypto.com ระบุว่าได้ดำเนินการที่เหมาะสมเพื่อบล็อกเงินที่เกี่ยวข้องกับเหตุของบุคคลที่สามนี้ไม่ให้ผ่านแพลตฟอร์ม และระบบยังทำงานปกติ เงินของผู้ใช้ปลอดภัยและเข้าถึงได้ ส่วน OKX รับทราบคำขอความเห็นจาก Cointelegraph และบอกว่ากำลังตรวจสอบเรื่องนี้ ณ เวลาที่ต้นทางรายงาน OKX ยังไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่ม
ข้อกล่าวหาเรื่องปกปิดเหตุการณ์ยังไม่ได้รับการยืนยัน
ในข้อความบนช่อง Telegram ที่ Cointelegraph อ้างถึงในรายงานวันที่ 3 พ.ย. ซึ่งเป็นช่วงที่ยังไม่มีการระบุชื่อสถาบันที่เป็นเหยื่อ ZachXBT ระบุว่าทฤษฎีที่เขาใช้ทำงานคือสถาบันการเงินขนาดใหญ่ในยุโรปตะวันตกถูกเจาะ และเรื่องนี้กำลังถูกปกปิด เขายังบอกว่าการไม่เปิดเผยเหตุการณ์อย่างเหมาะสมทำให้เงินกว่า 30 ล้านดอลลาร์ถูกฟอกออกไปได้ และอ้างว่าเจ้าหน้าที่ของสหภาพยุโรปอาจอายัดเงินได้ทัน ถ้ามีการเปิดเผยตั้งแต่ต้น รายงานที่ระบุชื่อ Crédit Mutuel Arkéa ไม่ได้กล่าวถึงเรื่องปกปิด และทั้งตัวตนของเหยื่อและข้อกล่าวหาเรื่องปกปิดยังไม่ได้รับการยืนยัน
ผู้ก่อเหตุฟอกเงินด้วยวิธีไหน และไม่เหมือนรูปแบบของ Lazarus
ZachXBT ระบุว่าผู้โจมตีสลับเงินเป็น ETH และ Monero (เหรียญที่เน้นความเป็นส่วนตัว) ผ่านบริการแลกเหรียญทันทีและสะพานข้ามเชน (บริการย้ายเหรียญข้ามบล็อกเชน) เขาบอกว่ารูปแบบการฟอกเงินครั้งนี้ไม่ตรงกับรูปแบบที่กลุ่ม Lazarus ซึ่งถูกโยงกับเกาหลีเหนือมักใช้ ต้นทางไม่ได้ระบุว่าใครอยู่เบื้องหลัง ZachXBT เคยเปิดโปงเครือข่ายฟอกเงินที่โยงกับ Lazarus มาแล้ว ตามที่เรารายงานไว้ก่อนหน้านี้
สิ่งที่ยังไม่ทราบ และเรื่องที่ควรแยกให้ออก
ตอนนี้ยังไม่ทราบว่าธนาคารจะยืนยันหรือปฏิเสธว่าเป็นเหยื่อ ไม่ทราบว่าผู้โจมตีเข้าถึงเงินได้อย่างไร ไม่ทราบยอดสูญเสียสุดท้าย ไม่ทราบตัวตนผู้อยู่เบื้องหลัง และยังไม่ทราบว่าเงินที่ถูกย้ายออกไปแล้วจะติดตามกลับมาได้เท่าไร
กรณีนี้ต้องแยกสองเรื่องออกจากกัน เรื่องแรกคือความปลอดภัยของระบบแพลตฟอร์ม ซึ่งเป็นคำชี้แจงของ Kraken และ Crypto.com เองว่าระบบไม่ได้ถูกเจาะ เรื่องที่สองคือรายงานของ Bitquery และ ZachXBT ว่าบัญชีบนแพลตฟอร์มถูกใช้เป็นทางผ่านของเงินที่ต้องสงสัยว่าถูกขโมย ซึ่ง Kraken ระบุว่ากำลังตรวจสอบและได้ระงับบัญชีที่เกี่ยวข้องแล้ว ส่วน Crypto.com ระบุว่าบล็อกเงินที่เกี่ยวข้องแล้ว ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนหรือคำแนะนำให้เลือกใช้แพลตฟอร์มใด และควรรอคำยืนยันจากธนาคารกับเจ้าหน้าที่ประกอบ
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com:
เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้
👉 ZachXBT ปลอมตัวเป็นลูกค้าแทรกซึมเครือข่ายฟอกเงิน Lazarus ที่อ้างว่าฟอกกว่า 3.4 หมื่นล้านบาท
👉 Coldcard ดันเดือนกรกฎาคม 2569 ขึ้นแท่นเดือนเสียหายหนักอันดับ 2 ของปี วงการคริปโตสูญกว่า $247 ล้าน
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: Cointelegraph (4 พ.ย.), Cointelegraph (3 พ.ย.)
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict
ตัวเลข 133 ล้านดอลลาร์คือยอดที่ ZachXBT ตามรอยเจอจากการถอนเงิน ไม่ใช่ยอดที่ธนาคารรับรอง และตัวตนของเหยื่อก็ยังเป็นข้อกล่าวหาที่ไม่มีใครยืนยัน สิ่งที่ผู้ใช้ในไทยทำได้คือแยกให้ออกว่าอะไรคือข้อเท็จจริงที่กระดานเทรดยืนยันแล้ว กับอะไรคือข้อสันนิษฐานของนักสืบออนเชน และรอดูว่าธนาคารกับเจ้าหน้าที่จะออกมาพูดอะไร
ภาพปก: ภาพประกอบสร้างด้วย AI ไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริง
รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com