Fed หั่นดอกเบี้ยแต่พูดกำกวม นักวิเคราะห์ชี้ “Bitcoin ยังขึ้นยาก” จนวงจรลดดอกเบี้ยชัดในปี 2026
การลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มักถูกมองว่าเป็นข่าวดีสำหรับ สินทรัพย์เสี่ยง อย่างหุ้นและคริปโต โดยเฉพาะ Bitcoin (BTC) ที่หลายคนเชื่อว่ามีความสัมพันธ์โดยตรงกับสภาพคล่องโลก
แต่รอบล่าสุดนี้ ภาพกลับซับซ้อนกว่านั้น เมื่อ Fed ภายใต้การนำของ Jerome Powell แม้จะประกาศ ลดดอกเบี้ย 0.25% สู่กรอบ 3.5–3.75% แต่กลับให้ “Forward Guidance” หรือสัญญาณอนาคตที่ค่อนข้างกำกวม จนทำให้นักวิเคราะห์จำนวนมากมองว่า
Bitcoin อาจยัง “บูลไม่สุด” จนกว่าจะเห็นวงจรลดดอกเบี้ยเต็มตัวในปี 2026
Fed ลดดอกเบี้ย แต่ยังมองเงินเฟ้อเสี่ยงขาขึ้น–เศรษฐกิจเสี่ยงชะลอ
ในการแถลงหลังการประชุม FOMC ครั้งล่าสุด Powell พูดถึงภาพเศรษฐกิจแบบ “สองแรงบีบ” ว่า
ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ (Inflation Risk) ยัง “เอนเอียงไปทางขาขึ้น”
ขณะที่ ความเสี่ยงด้านการจ้างงาน (Employment Risk) ก็เอนเอียงไปทางแย่ลง
เขาสรุปสถานการณ์ว่า
“ในระยะสั้น ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อเอนเอียงขึ้น และความเสี่ยงด้านการจ้างงานเอนเอียงลง ไม่มีเส้นทางนโยบายไหนที่ ‘ไร้ความเสี่ยง’ เลย”
คำพูดนี้ไม่ได้ “ฮอว์ค” หรือเข้มงวดสุดโต่งอย่างที่บางฝ่ายกลัว แต่ก็ไม่ได้ให้ความสบายใจว่าการลดดอกเบี้ยจะเดินหน้าต่อเนื่องอย่างชัดเจน
ข้อมูลจากนักวิเคราะห์อย่าง Nic Puckrin (Coinbureau) ชี้ว่า ภายใต้สัญญาณล่าสุดนี้ ตลาดเริ่มคาดว่า
Fed จะ ลดดอกเบี้ยเพียงครั้งเดียวในปี 2026 หาก Powell ยังเป็นประธานเฟดต่อ
แปลว่า ใครที่หวังว่าวงจรลดดอกเบี้ยจะเป็น “ปืนกลรัว ๆ” เพื่อดันสินทรัพย์เสี่ยง อาจต้องผิดหวัง

ดอกเบี้ยต่ำดีต่อ Bitcoin จริง แต่ “จังหวะ” สำคัญไม่แพ้ “ระดับ”
โดยทฤษฎีแล้ว ดอกเบี้ยที่ต่ำลงมักช่วยหนุน
หุ้น
อสังหาฯ
และสินทรัพย์เสี่ยงอย่าง Bitcoin
เพราะต้นทุนเงินถูกลง เงินไหลจากสินทรัพย์ปลอดภัยไปหาผลตอบแทนสูงมากขึ้น
แต่ในรอบนี้ สิ่งที่ทำให้ Bitcoin ยังไม่ปัง คือ
ตลาดยังไม่มั่นใจว่าวงจรลดดอกเบี้ยจะเดินต่อเนื่อง
ตามข้อมูลจาก CME Group มีเทรดเดอร์เพียงราว 24.4% ที่คาดว่าจะมีการลดดอกเบี้ยอีกในช่วงการประชุม FOMC เดือนมกราคม 2026
แปลว่าตลาดยังมองว่า Fed อาจหยุดดูสถานการณ์ก่อน มากกว่าจะกดดอกเบี้ยยาว ๆ
Fed พูดชัดว่า QE ยังไม่มาเร็ว ๆ นี้
Puckrin มองว่าแม้จะมีการซื้อ Treasury Bill (ตั๋วเงินคลัง) เพื่อจัดการสภาพคล่องบ้าง
แต่ “Quantitative Easing (QE)” หรือการอัดงบดุลรอบใหม่ ยังไม่มา จนกว่าจะมีอะไร “เริ่มพัง” ในระบบการเงิน
ซึ่งนั่นมักมาพร้อมกับ ความผันผวนหนักและความเจ็บปวดในตลาด ก่อนที่จะได้เห็นสภาพคล่องรอบใหญ่จริง ๆ
ดังนั้น แม้ดอกเบี้ยจะขยับลง แต่ การลดแบบจำกัดและยังไม่ชัดว่าจะมีต่อเนื่อง ทำให้นักลงทุนใน Bitcoin ยังไม่กล้าหมดหน้าตักไปทางฝั่งบูล
ภาพเศรษฐกิจในสายตา Fed: ใช้ข้อมูลไม่ครบ เพราะเจอผลกระทบรัฐบาลปิดบางส่วน
Powell ยังพูดถึงภาพเศรษฐกิจสหรัฐฯ เพิ่มเติมว่า
การใช้จ่ายผู้บริโภคและการลงทุนภาคธุรกิจยังถือว่า “แข็งแรงดี”
การเลิกจ้างและการจ้างงานใหม่อยู่ในระดับต่ำ
แต่เงินเฟ้อยังอยู่ในระดับ “สูงกว่าที่ Fed ต้องการเล็กน้อย”
ขณะที่ภาคที่อยู่อาศัย (Housing Sector) ยังถือว่า “อ่อนแอ”
ที่น่าสนใจคือ เขายอมรับว่า Fed กำลังทำงานอยู่บน ข้อมูลที่ “ขาดหาย” ไปบางส่วน เพราะ
ปัญหา Government Shutdown ก่อนหน้านี้ ทำให้การเปิดเผยรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญหลายชุดล่าช้า
แปลว่า Fed กำลัง “เดินในหมอก” ระดับหนึ่ง และนั่นคืออีกเหตุผลที่ Powell ไม่กล้าให้สัญญาเรื่องการลดดอกเบี้ยต่อเนื่องอย่างชัดเจน
การเมืองเริ่มกดดัน: ทรัมป์–Hassett กับ “เฟดยุคใหม่” ที่อาจหั่นดอกเบี้ยแรงกว่า
อีกปัจจัยที่ทำให้ตลาดจับตาอย่างใกล้ชิด คือมิติทางการเมืองและผู้นำ Fed คนต่อไป
ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ กำลังพิจารณาตัวเลือกใหม่สำหรับตำแหน่งประธานเฟด
โดย Kevin Hassett ผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติ (NEC) และอดีตที่ปรึกษาใน Coinbase’s Academic and Regulatory Advisory Council ถูกมองว่าเป็น ตัวเต็งอันดับต้น ๆ
Powell มีกำหนดหมดวาระในเดือน พฤษภาคม 2026 ระหว่างทาง ทรัมป์ก็เริ่มส่งสัญญาณกดดันเป็นระยะว่า ต้องการเห็นการลดดอกเบี้ยที่แรงกว่านี้ในยุคประธานเฟดคนถัดไป
ถ้า Hassett ได้เก้าอี้จริง โลกอาจได้เห็น
เฟดที่มีผู้นำคุ้นเคยกับ สินทรัพย์ดิจิทัลและอุตสาหกรรมคริปโต มากขึ้น
และอาจมีแนวโน้มเปิดรับนโยบาย “ดอกเบี้ยต่ำ–สภาพคล่องสูง” มากกว่า Powell (อย่างน้อยก็ในมุมการเมือง)
ซึ่งทั้งหมดนี้ ล้วนเป็นปัจจัยที่ คนถือ Bitcoin ระยะยาวต้องจับตา เพราะจะมีผลโดยตรงกับ
ความน่าสนใจของ BTC เทียบกับบอนด์และเงินสด
การตัดสินใจของสถาบันและ ETF ที่อยากเพิ่มเอ็กซ์โปเชอร์ในสินทรัพย์ดิจิทัล
สำหรับ Bitcoin ภาพตอนนี้จึงอาจตีความได้ว่า
“ดอกเบี้ยเริ่มลง แต่มันยังไม่ใช่ปาร์ตี้เต็มรูปแบบของ BTC… อย่างน้อยก็จนกว่านโยบายจะชัด และโลกมั่นใจว่าวงจรเงินถูกกลับมาแบบยาว ๆ จริง ๆ”
อ้างอิง : cointelegraph.com