Ethereum กำลังเดินหน้าสู่ก้าวสำคัญของปี ด้วยการเข้าสู่เฟสสุดท้ายของการทดสอบอัปเกรด Fusaka ซึ่งเป็นการอัปเดตใหญ่ตามแผนงาน (roadmap) ก่อนเปิดใช้งานจริงบน Mainnet ในวันที่ 3 ธันวาคม 2025
การอัปเกรดครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการประมวลผลธุรกรรม ป้องกันการใช้พลังประมวลผลเกินจำเป็นในแต่ละบล็อก และปูทางสู่การทำงานแบบ Parallel Execution — หรือการประมวลผลหลายธุรกรรมพร้อมกัน ซึ่งถือเป็น “หัวใจสำคัญ” ของยุคถัดไปของ Ethereum
เพิ่ม “เพดาน Gas ต่อธุรกรรม” ป้องกันบล็อกเต็ม – เตรียมเข้าสู่ยุค Parallel
หนึ่งในไฮไลต์หลักของ Fusaka คือการเพิ่ม เพดาน Gas ต่อธุรกรรม (Per-Transaction Gas Cap) ที่ 16.78 ล้านหน่วย เพื่อจำกัดไม่ให้ธุรกรรมใดใช้พลังประมวลผลมากเกินไป
ก่อนหน้านี้ ธุรกรรมขนาดใหญ่สามารถใช้ Gas ได้ถึง 45 ล้านหน่วย ซึ่งเท่ากับขีดจำกัดของบล็อกทั้งหมด ทำให้เสี่ยงต่อการเกิด DoS (Denial-of-Service) และลดประสิทธิภาพการทำงานของเครือข่าย
ระบบใหม่จึงเข้ามา “แบ่งสรรพื้นที่ในบล็อก” อย่างเหมาะสม ให้หลายธุรกรรมสามารถบรรจุในบล็อกเดียวกันได้มากขึ้น ซึ่งช่วยเพิ่มความเร็ว ความเสถียร และลดความหน่วงของเครือข่ายโดยรวม
จาก Dencun สู่ Fusaka — จุดเปลี่ยนสำคัญของ Ethereum Roadmap
อัปเกรด Fusaka (EIP-7825) ถือเป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญของ Ethereum หลังจากการอัปเกรด Dencun (มีนาคม 2024) และ Pectra (พฤษภาคม 2025)
โดย Fusaka จะมาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงหลัก 3 ส่วน ได้แก่
เพิ่มขีดจำกัด Block Gas Limit จาก 45 ล้าน → 60 ล้านหน่วย
เพิ่มเพดาน Gas ต่อธุรกรรม 16.78 ล้านหน่วย เพื่อกระจายโหลดในแต่ละบล็อก
เปิดตัว PeerDAS (Peer Data Availability Sampling) ฟีเจอร์ใหม่ที่ช่วยให้ Node ไม่ต้องเก็บข้อมูล Layer 2 ทั้งหมด แต่เลือกเก็บเพียงบางส่วนแบบสุ่ม ช่วยลดภาระของเครื่องและทำให้เครือข่ายขยายตัวได้เร็วขึ้น
เตรียมขึ้น Testnet สุดท้าย “Hoodi” ก่อน Mainnet ธันวาคมนี้
หลังจากเปิดใช้งานบน Testnet “Holesky” และ “Sepolia” สำเร็จแล้ว เฟสต่อไปของ Fusaka จะเริ่มทดสอบบน Testnet สุดท้ายชื่อ “Hoodi” ในวันที่ 28 ตุลาคมนี้
หากทุกอย่างเป็นไปตามแผน Ethereum จะพร้อมเปิดใช้งาน Mainnet Fusaka Upgrade อย่างเป็นทางการในวันที่ 3 ธันวาคม 2025
Gabriel Trintinalia วิศวกรโปรโตคอลจากทีม Besu (Consensys) กล่าวกับ Cointelegraph ว่า
“การทดสอบแต่ละ Testnet มีความสำคัญมาก เพราะช่วยให้ทีมพัฒนาและผู้ตรวจสอบบล็อกได้ทดสอบสมรรถนะ ปรับค่าพารามิเตอร์ และตรวจหาจุดบกพร่อง ก่อนเปิดใช้จริงบน Mainnet”
เปิดทางสู่ “Glamsterdam Upgrade” – จุดเริ่มต้นของ Parallel Transaction Era
หลังจาก Fusaka เสร็จสิ้น Ethereum จะเข้าสู่เฟสต่อไปคือ Glamsterdam Upgrade (EIP-7928) ซึ่งจะเน้นไปที่ Execution Layer และถือเป็น “ก้าวแรกของการประมวลผลธุรกรรมแบบขนาน (Parallel Transaction Processing)” อย่างเต็มรูปแบบ
เมื่อระบบนี้เปิดใช้งาน จะทำให้ Ethereum สามารถประมวลผลหลายธุรกรรมพร้อมกันในเวลาเดียว เพิ่มทั้งความเร็วและความสามารถในการรองรับผู้ใช้จำนวนมหาศาล
การมาของ Fusaka Upgrade คืออีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของ Ethereum ในการสร้างเครือข่ายที่ “เร็วขึ้น เสถียรกว่า และขยายได้ไม่จำกัด” เป็นสัญญาณว่าระบบนิเวศ Ethereum กำลังเข้าใกล้ยุคของ Parallel Execution และ Scaling ที่แท้จริง ซึ่งจะเป็นรากฐานให้กับ DeFi, NFT และ Layer 2 ทั้งหมดในอนาคต
อ้างอิง : cointelegraph.com
ภาพ ccn.com