Ethereum Foundation เปิดตัว “Privacy Cluster” รวม 47 ผู้เชี่ยวชาญพัฒนาโซลูชันความเป็นส่วนตัวบนบล็อกเชน
Ethereum Foundation องค์กรหลักที่อยู่เบื้องหลังการพัฒนาเครือข่าย Ethereum ได้ประกาศตั้งทีมใหม่ชื่อ “Privacy Cluster” ซึ่งรวบรวมผู้เชี่ยวชาญกว่า 47 คนจากทั่ววงการบล็อกเชน เพื่อมุ่งพัฒนาเทคโนโลยีด้านความเป็นส่วนตัว (Privacy) ให้กับเครือข่ายระดับ Layer 1
ทีมนี้จะประกอบด้วย นักวิจัย วิศวกร และนักเข้ารหัส (cryptographers) ที่จะร่วมกันสร้างโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ ธุรกรรมส่วนตัว (private payments) และ ระบบตัวตนแบบไม่เปิดเผยข้อมูล (private decentralized identity)
พัฒนาเทคโนโลยี “Zero-Knowledge” และโครงสร้างป้องกันข้อมูล
Privacy Cluster จะทำงานร่วมกับ PSE (Privacy Stewards for Ethereum) ซึ่งเป็นหน่วยงานวิจัยที่เน้นด้านความเป็นส่วนตัวโดยเฉพาะ เพื่อสร้างโซลูชันที่ช่วยให้ผู้ใช้ Ethereum สามารถทำธุรกรรมและยืนยันตัวตนได้ โดยไม่ต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
หนึ่งในเทคโนโลยีสำคัญคือ Zero-Knowledge Proof (ZKP) — กลไกการยืนยันข้อมูลโดยไม่ต้องเปิดเผยรายละเอียดของข้อมูลนั้น เช่น การยืนยันตัวตนโดยไม่ต้องบอกว่าคุณเป็นใคร
นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่อย่าง PlasmaFold Layer-2 Network เพื่อรองรับการโอนสินทรัพย์แบบ Confidential Transfers รวมถึงระบบที่ช่วยป้องกัน RPC Nodes ไม่ให้รั่วไหล Metadata ของผู้ใช้ ซึ่งถือเป็นอีกขั้นของการสร้าง “Internet แบบไร้รอยรั่วของข้อมูลส่วนตัว”
ทำไม “Privacy” ถึงสำคัญในปี 2025
แนวคิดเรื่อง ความเป็นส่วนตัว (Privacy) ถือเป็นหัวใจของอุดมการณ์ Cypherpunk ซึ่งเป็นรากฐานของวงการคริปโต แต่ในยุคปัจจุบันที่รัฐบาลทั่วโลกเริ่มเข้มงวดด้านการตรวจสอบธุรกรรมทางการเงิน และเทคโนโลยี AI มีศักยภาพในการวิเคราะห์ข้อมูลส่วนบุคคลมากขึ้น
ทำให้แนวคิด “สิทธิในความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้” กลับมาเป็นหัวข้อใหญ่ในปี 2025
ตัวอย่างเช่น ในยุโรป สหภาพยุโรป (EU) เสนอร่างกฎหมายชื่อ Chat Control Law ที่เปิดทางให้รัฐบาลสามารถเข้าถึงข้อความส่วนตัวของประชาชนได้โดยตรง ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในวงการคริปโตและความปลอดภัยไซเบอร์
Vitalik Buterin ออกโรงเตือน: “อย่าทำให้คนไม่ปลอดภัย เพื่อความมั่นคงที่หลอกตา”
Vitalik Buterin ผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum กล่าวเตือนว่า
“คุณไม่สามารถทำให้สังคมปลอดภัยได้ ด้วยการทำให้ผู้คนไม่มีความเป็นส่วนตัว”
เขาเน้นว่าการเปิดช่องทางให้รัฐบาลเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้ อาจกลายเป็นช่องโหว่ที่ถูกเจาะระบบได้ง่าย และอาจถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด เช่น การขโมยข้อมูล การแฮ็ก หรือการล้วงความลับของประชาชน
เหตุการณ์ล่าสุดชี้ให้เห็นความจำเป็นของ Privacy
เหตุการณ์ล่าสุดตอกย้ำความสำคัญของความเป็นส่วนตัวทางดิจิทัล
เมื่อ Discord แพลตฟอร์มแชทชื่อดัง ถูกแฮ็กฐานข้อมูลการยืนยันอายุของผู้ใช้ ซึ่งเก็บภาพถ่ายบัตรประชาชนและพาสปอร์ตกว่า 2.1 ล้านรายการ
แฮ็กเกอร์ข่มขู่จะปล่อยข้อมูลหากไม่ได้รับค่าไถ่ ส่งผลให้ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยออกมาเตือนว่า การเก็บข้อมูลไว้ในเซิร์ฟเวอร์รวมศูนย์ (Centralized Server) คือ “เหมือนตั้งหม้อทองไว้กลางตลาดให้ขโมยแฮ็ก”
David Holtzman อดีตเจ้าหน้าที่ข่าวกรองและ CSO ของโปรโตคอล Naoris กล่าวว่า
“ทุกครั้งที่คุณรวมข้อมูลผู้ใช้ไว้ในที่เดียว มันจะกลายเป็นเป้าหมายหลักของอาชญากรไซเบอร์”
Ethereum กับอนาคตของ Privacy-first Blockchain
การตั้งทีม Privacy Cluster ถือเป็นการก้าวสู่ยุคใหม่ของ Ethereum ที่ต้องการสร้าง “โครงสร้างพื้นฐานบล็อกเชนที่ให้สิทธิ์ผู้ใช้ควบคุมข้อมูลของตัวเอง” อย่างแท้จริง
เป้าหมายไม่ใช่แค่การป้องกันการสอดแนม แต่คือการออกแบบระบบที่ให้ผู้ใช้สามารถพิสูจน์ความถูกต้องของข้อมูลได้ โดยไม่ต้องเปิดเผยข้อมูลจริง — ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของโลก Web3
อ้างอิง : cointelegraph.com
ภาพ pintu.co.id