สัญญาณไม่พร้อมขึ้น? เปิด 4 เงื่อนไขสำคัญที่ ETH ต้องผ่านก่อนกลับสู่ $4,000
ราคา Ether (ETH) ยังไม่สามารถกลับไปยืนเหนือระดับ $4,000 ได้อีกครั้ง แม้เคยแตะระดับดังกล่าวเมื่อวันที่ 29 ตุลาคมที่ผ่านมา ทุกครั้งที่ราคาเริ่มมีโมเมนตัมขาขึ้น ก็ถูกขายทำกำไรจนหมดแรง ส่งผลให้เทรดเดอร์ตั้งคำถามว่าอะไรที่ฉุดประสิทธิภาพของ ETH แม้ Ethereum จะยังเป็นเครือข่ายเบอร์หนึ่งของโลกคริปโตในด้านมูลค่าฝากทรัพย์สินและความต้องการจากสถาบัน
ปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาในตอนนี้มีทั้งหมด 4 ด้าน ซึ่งจะกำหนดว่า ETH จะกลับสู่สภาวะบูลลิชก่อนสิ้นปี 2025 ได้หรือไม่

1) กิจกรรม On-chain ชะลอตัว — Ethereum เสียส่วนแบ่งให้คู่แข่ง
ภายใน 30 วันที่ผ่านมา Ethereum มีปริมาณธุรกรรมลดลง 23% และจำนวนที่อยู่ผู้ใช้งานลดลง 3% ขณะที่ Tron และ BNB Chain โตขึ้น 34% และ Solana โตขึ้น 15%

ต้นทุนใช้งานต่ำกว่า และ UX ลื่นไหลกว่า บนเครือข่ายที่ถูกมองว่า “กึ่งรวมศูนย์” อย่าง Solana และ BNB ทำให้ผู้ใช้งานย้ายออกจาก Ethereum มากขึ้น
การกลับมาฟื้นตัวของ ETH จึงต้องอาศัย การผลักดัน UX ของ DApp, การลดความฝืดในการใช้บริดจ์ และการปรับปรุงการเชื่อมต่อกับวอลเล็ตให้ราบรื่นขึ้น

2) ค่าธรรมเนียมลดลง 88% — ส่งผลต่อ Staking Yield โดยตรง
ค่าธรรมเนียมบน Ethereum ร่วงจากระดับสูงสุด $70 ล้านต่อสัปดาห์ เหลือเพียงเศษเสี้ยว ซึ่งส่งผลให้ Staking Yield อ่อนแรง เทรดเดอร์จึงลังเลที่จะถือ ETH ระยะยาว
ผู้ใช้งานกำลังรอความชัดเจนจาก Fusaka Upgrade ที่จะเน้นประสิทธิภาพการประมวลผลบน L2 แต่สิ่งที่ตลาดต้องการคือ “ETH จะได้ประโยชน์ตรงไหน?” ซึ่งยังไม่มีคำตอบชัดเจน

3) การแข่งขันจาก Altcoin ETFs กำลังแรงขึ้น
แม้ Ethereum จะมี ETF Spot ในสหรัฐฯ ก่อนคู่แข่ง 16 เดือน แต่หลัง Solana ETF เปิดตัว นักลงทุนเริ่มคาดว่า XRP, BNB และ ADA อาจตามมาเร็ว ๆ นี้
การแข่งขันเพื่อดึงเม็ดเงินสถาบันอาจทำให้เกิดกระแส Rotation Out of ETH ซึ่งถ้าพลิกไปถือเหรียญอื่นแทน จะส่งผลโดยตรงต่อโมเมนตัมของราคา Ether

4) Onchain Revenue ของ DApp อาจไม่สะท้อนการเติบโตของ Ethereum
แม้ Ethereum จะมี TVL สูงที่สุด และ L2 ecosystem แข็งแกร่ง แต่เทรดเดอร์บางกลุ่มกังวลว่า รายได้ของ DApps บน Ethereum ไม่ได้เติบโตตามไปด้วย
Solana และโปรโตคอลเกิดใหม่อย่าง Hyperliquid กำลังแย่งส่วนแบ่งรายได้ ซึ่งอาจทำให้ความต้องการใช้ ETH เป็น “ค่าคอมพิวต์” ลดลงในระยะสั้น
นอกจากนี้ บริษัทที่สะสม ETH สำรองกำลังเผชิญภาวะ ราคาตลาดต่ำกว่า NAV ส่งผลให้แรงจูงใจออกหุ้นเพิ่มทุนเพื่อซื้อ ETH ลดลง
สรุป: เส้นทางกลับสู่ $4,000 ยังเป็นไปได้ แต่ต้องมีเงื่อนไขครบ 4 ข้อ
การที่ ETH จะกลับมายืนเหนือ $4,000 ได้ก่อนสิ้นปี 2025 จำเป็นต้องมีปัจจัยสนับสนุนครบชุด ได้แก่:
กิจกรรม on-chain กลับมาฟื้น
ค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นจนช่วยดัน Staking Yield
ความชัดเจนเรื่อง Fusaka upgrade ต่อผู้ถือ ETH
เงินไหลกลับจากบริษัทที่ถือ ETH สำรอง
ถ้าปัจจัยเหล่านี้เกิดขึ้นพร้อมกัน ETH จะมีโอกาสเข้าสู่รอบขึ้นใหม่ได้อีกครั้ง
อ้างอิง : cointelegraph.com
ภาพ economictimes.indiatimes.com