วาฬ ETH เริ่มไม่มั่นใจ! ดาต้า on-chain–ฟิวเจอร์ส หั่นโอกาสราคาขึ้นแตะ 4,000 ดอลลาร์
แม้ ราคา Ethereum (ETH) จะเด้งขึ้นมาประมาณ 15% จากโลว์แถว ๆ 2,623 ดอลลาร์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา แต่สัญญาณจากตลาดอนุพันธ์และข้อมูล on-chain กลับไม่ได้บอกเล่าเรื่องราวเชิงบวกเท่าไรนัก วาฬ ETH และเทรดเดอร์รายใหญ่ยังคงระมัดระวัง ไม่ยอมใส่เลเวอเรจเพิ่ม ส่งผลให้โอกาสที่ราคา ETH จะกลับไปทดสอบโซน 4,000 ดอลลาร์ ในระยะสั้นลดลงอย่างเห็นได้ชัด
ดาต้าล่าสุดสะท้อนว่า ความต้องการเปิดสถานะ Long แบบใช้เลเวอเรจใน ETH แทบไม่ปรากฏ ขณะที่ค่าธรรมเนียมบนเครือข่ายลดลง และมูลค่าทรัพย์สินรวมที่ถูกล็อก (TVL) ในระบบนิเวศ DeFi ของ Ethereum ก็หดตัวต่อเนื่อง ทั้งหมดนี้รวมกันกลายเป็นภาพของ “ความกลัว” มากกว่าความหวังในสายตานักลงทุน

ฟิวเจอร์ส–Funding Rate บอกชัด เทรดเดอร์ยังไม่กล้า Long หนัก
หนึ่งในสัญญาณสำคัญที่ตลาดใช้วัดความหวังของฝั่งกระทิงคือ อัตรา Funding Rate ของสัญญา Perpetual Futures
โดยปกติ หากตลาดอยู่ในโหมดบวก จะเห็น Funding Rate อยู่ในช่วงประมาณ 6–12% ต่อปี เพื่อชดเชยต้นทุนการถือสถานะ Long แต่ในรอบนี้กลับไม่มี “ดีมานด์ Long แบบเลเวอเรจ” ที่ชัดเจนเลย นั่นหมายถึง
เทรดเดอร์ยังไม่พร้อมเทหน้าตักเพื่อผลักราคา ETH ขึ้นต่อ
ตลาดระยะสั้นอยู่ในโหมด “รอดูทิศทาง” มากกว่าจะเดิมพันว่าราคาจะไปแตะ 4,000 ดอลลาร์เร็ว ๆ นี้
ส่วนหนึ่งของความลังเลนี้มาจาก เหตุการณ์แฟลชแครชในเดือนตุลาคม ที่ทำให้ราคา ETH ดิ่งลงกว่า 20% ในวันเดียว กวาดทั้งเลเวอเรจบน CEX และ DeFi ทิ้งไปพร้อมกัน สร้างบาดแผลด้านความเชื่อมั่นให้เทรดเดอร์จำนวนมาก
TVL หาย - วัฏจักรเครือข่ายดูแผ่วลง
หลังจากเหตุการณ์แฟลชแครช TVL บนเครือข่าย Ethereum ลดลงจากราว 99.8 พันล้านดอลลาร์ เหลือประมาณ 72.3 พันล้านดอลลาร์ การที่ “เงินที่ถูกล็อกในระบบ” หายไปเยอะขนาดนี้ กลายเป็นแรงกดดันต่อแนวโน้มราคาของ ETH เพราะ

ดีมานด์การใช้งาน DeFi ลดลง
สภาพคล่องบางส่วนไหลออกจากเครือข่าย
นักลงทุนเริ่มโฟกัสสินทรัพย์หรือแพลตฟอร์มอื่นมากขึ้น
ในเวลาเดียวกัน ค่าธรรมเนียมบน Ethereum ลดลงราว 13% แม้จำนวนธุรกรรมจะทรงตัว ความต่างนี้ทำให้นักลงทุนกังวลว่าหากกิจกรรม on-chain ไม่หนาแน่นเหมือนเดิม กลไก EIP-1559 ที่เผาเหรียญ ETH ก็อาจเผาได้น้อยลง เสี่ยงให้ ETH กลับไปมี “โทเคนโนมิคส์แบบเอนเอียงไปทางเงินเฟ้อ” ในบางช่วงเวลา
พูดง่าย ๆ คือ ถ้าเครือข่ายเงียบเกินไป ETH ก็อาจไม่ได้ “ขาดแคลน” อย่างที่คนคาดหวังในตอนตลาดร้อนแรง
วาฬ–มาร์เก็ตเมกเกอร์หายไปจากฝั่ง Long ข้อมูล Long/Short เอียงฝั่งหมี
เมื่อรวมข้อมูลจากตลาดสปอต ฟิวเจอร์ส และมาร์จิ้นเทรด จะเห็นว่าวาฬและเทรดเดอร์รายใหญ่ในบางแพลตฟอร์ม เช่น OKX ลดน้ำหนักฝั่งขาขึ้นลงอย่างชัดเจน

อัตราส่วน Long-to-Short ล่าสุดแสดงให้เห็นว่า
มีการเอียงไปทางฝั่ง Short เพิ่มขึ้นราว 23%
วาฬและมาร์เก็ตเมกเกอร์ไม่ค่อยรักษาสถานะ Long แบบเลเวอเรจในระดับที่มีนัยสำคัญ
นี่คือสัญญาณว่า “คนที่มีเงินและมีข้อมูลเยอะ” ยังไม่เชื่อเต็มร้อยว่ารอบนี้ ETH จะไปต่อถึง 4,000 ดอลลาร์ได้โดยไม่ผ่านการย่อตัวแรง ๆ อีกรอบก่อน
ภาพเศรษฐกิจสหรัฐฯ ไม่ช่วยสร้างความกล้า – เลย์ออฟพุ่ง การจ้างงานชะลอ
อีกปัจจัยที่กดดันความเชื่อมั่นของตลาดคริปโตโดยรวมคือ ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่เริ่มอ่อนแรง
การปลดพนักงาน (layoffs) จากบริษัทสหรัฐฯ ในเดือนพฤศจิกายนเพิ่มขึ้น หลายแห่งโทษต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น
การจ้างงานชั่วคราวตามฤดูกาลก็ไม่คึกคักเหมือนปีก่อน
การใช้จ่ายของผู้บริโภคลดลง หลังผ่านช่วงรัฐบาลสหรัฐฯ ปิดทำการบางส่วน (government shutdown)
นักลงทุนบางรายมองว่า “ถ้าเศรษฐกิจแข็งแรงจริง คงไม่เห็นการปลดพนักงานเป็นวงกว้างแบบนี้” และหากการเลย์ออฟรุนแรงขึ้น ก็ยิ่งมีโอกาสกระทบความเชื่อมั่นต่อสินทรัพย์เสี่ยง รวมถึง ETH และตลาดคริปโตทั้งหมด

ด้านมืดกับด้านสว่าง: เงินเฟ้อ, หนี้, AI และโอกาสของ ETH
ในอีกด้านหนึ่ง ภาพเศรษฐกิจที่ดูเปราะบางของสหรัฐฯ ก็ทำให้เกิดมุมมองที่ต่างออกไป
รัฐบาลสหรัฐฯ จำเป็นต้อง เพิ่มหนี้ต่อเนื่อง เพื่อพยุงการเติบโต
รายได้ภาครัฐโตไม่ทันค่าใช้จ่าย
การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ใช้เงินจำนวนมหาศาล แต่ต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าจะคืนกลับมาเป็นผลผลิตจริง
สภาพแบบนี้อาจทำให้บางคนหันมามอง สินทรัพย์ทางเลือก (alternative assets) มากขึ้น ซึ่งรวมถึง Bitcoin และ Ethereum ในฐานะตัวเลือกป้องกันความเสี่ยงจากระบบการเงินดั้งเดิม
ถ้าในระยะกลาง–ยาว ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จำเป็นต้องปรับนโยบายให้นุ่มนวลขึ้น ลดดอกเบี้ย หรืออัดสภาพคล่องกลับเข้าสู่ระบบสินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโต ก็อาจได้อานิสงส์จากจุดนี้เช่นกัน เพียงแต่ ตอนนี้ตลาดยังไม่เห็นสัญญาณที่ชัดเจน จึงอยู่ในโหมดรอมากกว่าลุย
สรุป: ETH จะเห็น 4,000 ดอลลาร์ได้ ต้อง “ดาต้า” เชิงบวกก่อน
ในภาพรวม เหตุผลที่ทำให้วาฬ ETH และนักลงทุนรายใหญ่ยังไม่กล้าเดิมพันเต็มตัวกับการวิ่งไป 4,000 ดอลลาร์ มีทั้งปัจจัยเชิงโครงสร้างและมาโครผสมกัน ได้แก่
TVL บน Ethereum หดตัวอย่างมีนัยสำคัญหลังแฟลชแครช
ค่าธรรมเนียมเครือข่ายลดลง เสี่ยงกระทบกลไกการเผาเหรียญ
Funding Rate และข้อมูลฟิวเจอร์สชี้ว่า ไม่มีใครอยาก Long หนัก
Long/Short Ratio ของเทรดเดอร์รายใหญ่เอียงไปทางฝั่งหมี
ภาพเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ทั้งเรื่องเลย์ออฟและการเติบโตที่ชะลอลง
ในระยะสั้น นักลงทุนจำนวนมากจึงเลือกโฟกัสไปที่ หุ้นเทคโนโลยีและตลาดตราสารหนี้ มากกว่าที่จะเสี่ยงเพิ่มน้ำหนักใน ETH
สุดท้ายแล้ว การที่ ETH จะกลับมายืนเหนือโซน 4,000 ดอลลาร์อย่างมั่นคงได้ น่าจะต้องรอให้ 3 อย่างนี้เปลี่ยนไปพร้อมกัน คือ
สภาพคล่องใหม่ไหลกลับเข้าตลาด
กิจกรรมบนเครือข่าย Ethereum ฟื้นตัว
และวาฬกลับมาถือฝั่ง Long แบบมีเลเวอเรจอีกครั้ง
ก่อนถึงวันนั้น ตลาด ETH อาจยังคงอยู่ในโหมด “ระแวงแต่ยังไม่หนี” ต่อไปอีกพักใหญ่
อ้างอิง : cointelegraph.com
ภาพ cryptodnes.bg