Bitcoiners จับตา! อีลอน มัสก์ ทำนายเศรษฐกิจสหรัฐโต “สองหลัก” ใน 12–18 เดือน หวังหนุน BTC รีบาวด์
ชุมชน Bitcoin (BTC) กลับมาคึกคักอีกครั้ง หลัง อีลอน มัสก์ มหาเศรษฐีและซีอีโอ Tesla/SpaceX ออกมาทำนายว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาจเข้าสู่ช่วงการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยระบุว่า “การเติบโตระดับเลขสองหลัก” อาจเกิดขึ้นได้ภายใน 12–18 เดือน และถ้า “Applied Intelligence” (การนำ AI ไปใช้จริงในระบบเศรษฐกิจ) เป็นตัวแทนของการเติบโต เศรษฐกิจอาจมีโอกาสโตถึง “ระดับสามหลัก” ภายในราว 5 ปี
การคาดการณ์ครั้งนี้ทำให้ฝั่งนักลงทุน Bitcoin จำนวนหนึ่งมองว่า หากเศรษฐกิจฟื้นแรงจริง อาจตามมาด้วยสภาพคล่องและความต้องการสินทรัพย์เสี่ยงที่สูงขึ้น ซึ่งมักเป็นสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการรีบาวด์ของตลาดคริปโต
ทำไมชุมชน Bitcoin สนใจ “ตัวเลข GDP” และสัญญาณเศรษฐกิจ
ในโลกคริปโต โดยเฉพาะกลุ่ม Bitcoiners มักเชื่อมโยงทิศทางราคา BTC กับ “ภาพใหญ่ทางแมโคร” เช่น
แนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP growth)
นโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed)
สภาพคล่องในระบบ (liquidity) และทิศทางอัตราดอกเบี้ย
ที่ผ่านมา การลดดอกเบี้ยของ Fed ถูกจับตาในฐานะหนึ่งในปัจจัยสำคัญ เพราะการเงินที่ผ่อนคลายขึ้นมักส่งผลเชิงบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยง เช่น หุ้นเทคฯ และคริปโต

เสียงหนุน: “คำทำนาย Musk ไม่ใช่สุ่มพูด”
หลังโพสต์ของ อีลอน มัสก์ ถูกเผยแพร่ Anthony Pompliano ผู้ประกอบการสาย Bitcoin ออกมาคอมเมนต์ในทิศทางสนับสนุนว่า นี่คือ “มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลก” ที่กำลังทำนาย GDP โตเลขสองหลักใน 18 เดือน และยังกล่าวถึงโอกาสโตเกิน 100% หาก AI ไปถึงศักยภาพจริง
อีกฝั่งหนึ่ง Oryon Finance (ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานผลตอบแทนสาย RWA) ก็ให้มุมมองว่า คำทำนายของ อีลอน มัสก์ “มักไม่ใช่แค่ noise” และอาจสะท้อนบางอย่างที่ตลาดควรจับตา
เสียงค้าน: Musk ทำนายไม่แม่นเสมอ + กังวลตลาดหมีปี 2026
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกคนจะเชื่อมั่นในคำทำนายนี้ นักวิเคราะห์บางรายตั้งข้อสงสัยถึงความแม่นยำของอีลอน มัสก์ โดยมีคอมเมนต์ว่า “การพยากรณ์” ไม่ใช่จุดแข็งที่สุดของเขา
ขณะเดียวกัน ยังมีความกังวลว่าแม้เศรษฐกิจจะฟื้น แต่ Bitcoin อาจเผชิญวัฏจักรขาลงในปี 2026 ตามมุมมองของนักสังเกตการณ์บางส่วน โดยมีการอ้างถึงความเห็นของเทรดเดอร์รุ่นเก๋า Peter Brandt และนักวิจัยจาก Fidelity อย่าง Jurrien Timmer ที่เคยให้มุมมองว่า BTC ในปี 2026 อาจลงไปอยู่แถวโซน $60,000 ได้
อ้างอิง : cointelegraph.com
ภาพ news.bit2me.com